⛺️ เตือนซิดนีย์มีสิทธิ์เป็นเมืองคนไร้ที่อยู่อย่างซานฟรานซิสโก

ภาพคนไร้ที่อยู่ตั้งเต็นท์ในใจกลางนครซิดนีย์ ดูจากภาพน่าจะเป็นที่ Martin Place : ภาพป๊อปอาร์ต ต้นฉบับสำนักข่าว BBC

5 ก.พ. 2024 jingjonews เดินผ่านสวนสาธารณะที่ใกล้บ้านพบมีคนมาตั้งเต็นท์ที่พักอยู่มาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ดูแล้วน่าจะเป็นผู้ประสบปัญหาค่าเช่าที่พักจึงลงทุนซื้อเต็นท์อย่างดีมาตั้งที่สวนสาธารณะเป็นที่อยู่ชั่วคราว

ถึงวันนี้เต็นท์ดังกล่าวก็ยังอยู่ แถมมีผู้เข้ามาตั้งเต็นท์เพิ่มอีก เท่าที่เห็นมีอีกสองเต็นท์ ปรากฎการณ์นี้ย่อมแสดงถึงปัญหาวิกฤติการณ์ที่พักอาศัยในนครซิดนีย์

(หมายเหตุข่าวนี่มีนัยทางการเมืองแอบแฝง จึงใช้ความพิจารณาในการอ่านข่าวสาร)

นาย Daniel Mookhey รัฐมนตรีกระทรวงการคลังรัฐบาลรัฐนิวเซาท์เวลส์ได้ออกมาขานรับคำเตือนถึงวิกฤติการณ์ที่พักอาศัยในนครซิดนีย์อาจขยายไปถึงชนชั้นกลางขึ้นไป มีโอกาสได้รับประสบการณ์การเป็นคนไร้ที่อยู่อาศัยกับเขาบ้าง เหมือนอย่างที่เกิดในนครซานฟรานซิสโกในรัฐแคลิฟลอเนีย ถ้าไม่มีการหามาตรการรองรับตั้งแต่เนิน ๆ

เขากล่าวว่า ถ้าไม่มีมาตรการแก้ปัญหาแต่เนิน ๆ เราอาจเห็นนครซิดนีย์เหมือนนครซานฟรานซิสโก ที่แรงงานมีทักษะจะต้องเลือกระหว่างการมีอาหารรับประทานครบวันละสามมื้อกับการเช่าที่พักซึ่งมีราคาเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ

และจะได้เห็นนักธุกิจในชุดสูตรยืนเข้าแถวเพื่อซื้ออาหารเทคอะเวย์เป็นมื้อกลางวัน แทนที่จะเข้าไปนั่งรับประทานตามร้านภัตตาคารและอาหาร ดังที่เคยทำเป็นประจำ หรืออาจจะนำอาหารกล่องจากบ้านมารับประทานในที่ทำงาน อย่างที่นิยมปฏิบัติกันเมื่อสามสิบปีที่ผ่านมา

ข่าว x (ทวิตเตอร์) สำนักข่าว ABC วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2024 เสนอข่าวการประชุมสุดยอดในเรื่องของที่พักอาศัยในนครซิดนีย์ พบว่าเด็กที่เกิดในวันนี้เมื่อเติบโตขึ้นจะมีโอกาสเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยไม่ถึงกึ่งหนึ่ง เหมือนกับที่นครซานฟรานซิสโกวิกฤติการณ์ที่พักอาศัยได้ส่งผลให้คนชั้นกลางหายไป / ในภาพเป็นคนไร้บ้านในนครซานฟรานซิสโก

ณ วันนี้มีผู้ไร้บ้านเริ่มตั้งแคมป์ตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วนครซิดนีย์ บ้านเช่าหนึ่งหลังมีการแชร์ต่ออัดแน่นไปด้วยผู้เช่า 8 คน ในย่านคนรวยอย่าง Potts Point ที่อาคาร Metro Minerva Theatre Building มีคนไร้บ้านได้อาศัยพื้นที่ใต้กันสาดของอาคารเป็นที่หลับนอนกันอย่างเบียดเสียด

ในปัจจุบันราคาบ้านในนครซิดนีย์ได้เพิ่มขึ้นสู่จุดที่ผู้มีรายได้สูงยังมีสามารถพอที่จะเป็นเจ้าของได้ โดยผ่านขีดความสามารถในการเป็นเจ้าของของชนชั้นกลางระดับล่างไปแล้ว

นาย Mookhey กล่าวว่ากลุ่มที่จะประสบปัญหามากที่สุดก็คือคนรุ่น Gen Z เกิดระหว่างปี 1981 ถึงปี 1996 (ไม่นับคนรุ่นหลัง Gen Z) จะเป็นกลุ่มคนที่มีโอกาสเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยน้อยที่สุด เว้นแต่จะได้รับมรดกจากคนรุ่นก่อน

ดังนั้นการมีพ่อแม่ที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ย่อมมีค่าเหนือกว่าปริญญา ที่จะเป็นใบเบิกทางสู่การทำงานหายรายได้

นาย Mookley ได้เปรียบเทียบนครซิดนีย์เหมือนนครซานฟรานซิสโก ที่คนชั้นกลางจำต้องเข้าสู่ภาวะความไม่มั่นคงทางที่อยู่อาศัยและกลายเป็นคนไร้บ้าน

นครซานฟรานซิสโกที่ได้ชื่อว่ามีคนจรจัดและขยะเต็มเมือง : เครดิตภาพ freqmeek ผ่านหนังสือพิมพ์ The Daily Mail

รัฐบาลรัฐได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการแก้ไขกฎหมายการปรับปรุงการแบ่งเขต (เอาอีกแล้ว) ด้วยการอนุญาตให้ก่อสร้างอพาร์ตเมนต์คอมเพล็คสูง 6 ชั้นในระยะ 400 เมตร ตามสถานีรถไฟ 30 สถานีรอบนครซิดนีย์

ผู้เสียประโยชน์คือผู้อยู่อาศัยในพื้นที่มาแต่เดิม จะเผชิญต่อสภาพชุมชนแออัด สาธารณูประโภครองรับไม่พอเพียง การจราจรหนาแน่นขึ้น ที่จอดรถหายากขึ้น แต่ประโยชน์ที่ได้ก็คือ สามารถแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยไม่พอเพียงได้ในระยะหนึ่ง

กลุ่มผู้แสดงความไม่พอใจกลุ่มหนึ่งคือ ผู้อยู่อาศัยทางฝั่งเหนือของนครซิดนีย์ ออกมาตำหนิว่ารัฐบาลรัฐไม่ให้ความสำคัญต่อพื้นที่ที่เป็นมรดกของรัฐ, สวนสาธารณะและสภาพแวดล้อมที่สวยงามของพื้นที่

jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com (งดใช้)
จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตุถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสารบทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Discover more from jingjonews

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading