
น.ส. Asma Nayim Ullah ชาวโรฮิงญา ผู้ลี้ภัยในออสเตรเลีย ต้องอยู่ในฐานะคนไร้รัฐ-ไร้สัญชาติ และถือวีซ่าชั่วคราวมานับตั้งแต่เธอและครอบครัวเข้ามาตั้งหลักแหล่งในออสเตรเลีย : ภาพใส่ฟิลเตอร์ ต้นฉบับสำนักข่าว ABC
24 ก.ค. 2026 เรื่องราวของบุคคลไร้รัฐและไร้สัญชาติที่เข้ามาตั้งหลักแหล่งในออสเตรเลียถูกประมาณว่ามีด้วยกันกว่า 8,000 คน ได้ถูกสำนักข่าว ABC เล่าเรื่องของพวกเขาผ่านน.ส. Asma Nayim Ullah วัย 23 ปี
อย่างไรก็ตามเธอกล่าวว่า “ฉันมองตัวเองไม่ใช่คนไร้รัฐไร้สัญชาติ เพราะฉันรู้ว่าฉันเป็นคนที่ไหน” “ฉันรู้ว่าฉันมาจากไหน แต่ฉันไม่ได้รับการยอมที่นั่น”
Asma เป็นชาวโรฮิงญา ชนกลุ่มน้อยที่ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรไร้รัฐที่ใหญ่ที่สุดในโลก อันเนื่องมาจากรัฐบาลทหารของพม่าปฎิเสธเป็นพลเมืองมาตั้งแต่ปี 1982
การกลั่นแกล้งและทำร้ายชาวโรฮิงญาได้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา กองกำลังความมั่นคงของพม่าถูกกล่าวหาว่า ได้ข่มขืนหญิงสาวชาวโรฮิงญาจำนวนมาก, ทำการสังหาร, เผาบ้าน นำไปสู่ชาวโนฮิงญา 1.2 ล้านคนกลายเป็นผู้ผลัดถิ่นหลบหนีการไล่ล่าของรัฐบาลทหารพม่า
Asma เติบโตขึ้นมาโดยไม่มีเอกสารแสดงบุคคลอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้การเข้าถึงการศึกษาและการรักษาพยาบาลมีอย่างจำกัด เธอและครอบครัวต้องเผชิญกับการควบคุมตัวโดยพลการ และถูกทางการพม่าจำกัดสถานที่ในการเดินทาง
ครอบครัวของเธอประกอบด้วยบิดามารดาและลูกๆ 4 คนได้หลบหนีออกจากพม่าในปี 2013 ผ่านประเทศไทย, มาเลเซียและอินโดนีเซีย แล้วลงเรือมุ่งสู่ทางใต้ ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์พรมแดนของออสเตรเลียเข้าสกัดขณะที่ครอบครัวของเธอและคนอื่นๆ อีกกว่า 100 ชีวิตอยูบนเรือไม้เก่าๆ ในทะเลติมอร์
ครอบครัวของเธอถูกส่งไปกักกันในศูนย์กักกันใกล้เมืองดาร์วิน ก่อนได้รับสถานภาพผู้ลี้ภัย แล้วย้ายมาตั้งหลักแหล่งในนครซิดนีย์
ตอนนั้น Asma มีอายุ 10 ปี ในขณะที่ Sajeda มารดาของเธอมอายุ 26 ปี
ภายใต้สนธิสัญญาผู้ไร้รัฐและไร้สัญชาตินานาชาติ ออสเตรเลียจะต้องรายงานจำนวนผู้ไร้รัฐและไร้สัญชาติในดินแดนของตนต่อองค์การผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติเป็นประจำทุกปี ในปี 2025 ออสเตรเลียรายงานเป็นจำนวนทั้งสิ้น 8,183 คน
แต่เป็นที่รู้กันว่า ตัวเลขดังกล่าวไม่สามารถถือได้ว่าครบถ้วนแม่นยำ เพราะออสเตรเลียไม่มีกลไกในการคำนวณอย่างถูกต้องได้ว่า ใครกันแน่ที่เป็นคนไร้รัฐอย่างแท้จริง
การขาดแนวทางที่จัดเจนในระบบการเข้าเมืองของออสเตรเลีย สำหรับผู้ที่ไม่มีเอกสารแสดงตัวตนอย่างเป็นทางการ ทำให้พวกเขาประสบปัญหายุ่งยากที่จะเข้าถึงวีซ่าหรือสมัครขอเส้นทางในการตั้งถิ่นฐาน
Asma เป็นตัวอย่างที่มีประสบการณ์นี้
เธอเติบโตทางตะวันตกเฉียงใต้ของนครซิดนีย์ ครอบครัวของเธอต้องพึ่งพาวีซ่าชั่วคราวรอเปลี่ยนสถานภาพ (bridging visa) เป็นเวลาสามปี จากนั้นจึงเปลี่ยนมาเป็นวีซ่าชั่วคราว (temporary visa) อีก 9 ปีจนถึงปัจจุบัน
หลังสำเร็จชั้นมัธยมศึกษา Asmaไม่มีคุณสมบัติพอที่จะได้รับเงินกู้เพื่อการศึกษา HECS และถูกระบุว่าเป็นนักศึกษาต่างชาติ ซึ่งมีค่าธรรมเนียมการศึกษาสูงกว่าสองเท่าของนักศึกษาท้องถิ่น
มันทำให้เธอไม่สามารถศึกษาต่อได้
(ยังมีต่อ)
jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com (งดใช้)
จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสารบทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์
Categories: ข่าวออสเตรเลีย
Leave a Reply