
กลุ่มเด็กวัยรุ่นในชุดสีครีมกับสีเข้ม ทั้งคู่ถือมีดมาเชเต้เข้าเผชิญหน้ากับชายหญิงคู่หนึ่งขณะเดินมาตามถนนในนครเมลเบิร์น : ภาพใส่ฟิลล์เตอร์ ต้นฉบับกล้อง CCTV ผ่าน Yahoo News
1 พ.ย. 2025 เหตุการณ์นี้เป็นข่าวมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ แต่วันนี้มีข้อมูลเพิ่มขึ้น เป็นเหตุการณ์ใช้มีดมาเซเต้ทำร้ายร่างกายในนครเมลเบิร์น แม้รัฐบาลรัฐวิกตอเรียจะออกกฎหมายห้ามครอบครอง, ซื้อ-ขายมีดมาเชเต้และเพิ่มอำนาจตำรวจในการตรวจค้นบุคคลในที่สาธารณะ แต่ก็ไม่สามารถลดเหตุการณ์ใช้มีดขนาดใหญ่ทำร้ายกัน
ล่าสุดตำรวจได้จับกุมวัยรุ่นสองคน ในข้อหาใช้อาวุธมีดมาเชเต้ทำร้ายคนที่ไม่รู้จักในย่าน Belgrave เขต Yarra Ranges Shire 49 กม.ทางตะวันออกเฉียงใต้จากใจกลางนครเมลเบิร์น

ข่าวเฟซบุ๊ก Sky News วันที่ 31 ตุลาคม 2025 พาดหัวข่าว ‘ตามล่าเยาวชนควงมีมาเชเต้โดยมีเป้าหมายทำร้ายชายหญิงคู่หนึ่งให้ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง’
เหตุเกิดขณะชายและหญิงคู่หนึ่งกำลังเดินมาตามถนน Blacksmiths Wy. ของย่าน Belgrave ในเวลาประมาณ 19.10 น.ของวันพุธที่ 29 ตุลาคม ทั้งสองได้มาเผชิญกับวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง การทำร้ายจึงเกิดขึ้น
เป็นผลให้ชายวัย 27 ปีจากย่าน Ferntree Gully ถูกฟันด้วยมีดได้รับบาดเจ็บ ก่อนวัยรุ่นผู้ก่อเหตุหลบหนีไปกับรถ BMW สีขาวที่ขโมยมา
ชาววัย 27 ปีถูกนำส่งโรงพยาบาล ด้วยบาดแผลไม่ร้ายแรงถึงเป็นอันตรายต่อชีวิต

ข่าวออนไลน์ Yahoo News วันที่ 1 พฤศจิกายน 2025 พาดหัวข่าว ‘อัพเดทข้อมูลสำคัญหลังการโจมตีด้วยมีดมาเชเต้อย่างสยดสยอง ‘
ตำรวจกล่าวว่า กลุ่มชายผู้ก่อเหตุได้ใช้รถ BMW เพื่อขโมยน้ำมันจากปั๊มน้ำมันที่ย่าน Ballan ริมทางด่วน Western Fwy. ในช่วงเช้าของวันดังกล่าว
ในวันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม ตำรวจได้จับกุมผู้ก่อเหตุได้สองคนเป็นเด็กชายวัย 15 ปีและเด็กชายวัย 13 ปีจากพื้นที่ Moorabool ทั้งสองถูกตั้งข้อหาเจตนาทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ, ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บโดยประมาทเลินเล่อ, ทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธ (มีดมาเชเต้) และขโมยรถยนต์
เด็กชายทั้งสองมีกำหนดถูกนำขึ้นศาลเด็กในวันเสาร์ที่ 1 พฤศจิกายน
ถึงขณะนี้ตำรวจยังไม่สามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุรายที่สาม พร้อมขอความร่วมมือจากสาธารณชน ที่ทราบข้อมูลบางอย่างที่จะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี สามารถติดต่อเพื่อให้ข้อมูลได้ที่ Crime Stoppers หมายเลข 1800 333 000

jingjonews.com
เนื่องจากการเพิ่มการปิดกั้นการมองเห็นจากบริการทางอินเทอร์เน็ต ท่านสามารถอ่านข่าว jingjonews ในแต่ละวันได้ด้วยการเข้า Google แล้วพิมพ์ ‘jingjonews’ หรือ ‘จิงโจ้นิวส์’
Categories: ข่าวออสเตรเลีย
Leave a Reply