
จิ้งหรีดเป็นแมลงหนึ่งในสามที่ทางการออสเตรเลียอนุมัติให้มีการทำฟาร์มเลี้ยงและจำหน่ายเป็นอาหารหลักของชาวออสเตรเลีย : ภาพป๊อปอาร์ต ต้นฉบับหนังสือพิมพ์ The New York Times
22 ก.ค. 2024 ย้อนไปในปี 2008 องค์กรอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ได้ลงความเห็นว่าแมลงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สามารถนำมาเป็นอาหารสำหรับรองรับประชากรโลกที่เพิ่มขึ้น
ก่อนหน้านี้เป็นเวลานานหลายสิบปีประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้บริโภคแมลงเป็นอาหาร และเมื่อไม่นานมานี้สิงคโปร์ได้อนุมัติแมลง 16 ชนิดสำหรับการบริโภคภายในประเทศ ที่รวมถึงจิ้งหรีดสี่สายพันธุ์, ตั๊กแตนสองสายพันธุ์, ผีเสื้อกลางคืนสองสายพันธุ์และด้วงแรดยักษ์
แมลงเหล่านี้มีคุณค่าสูงทางอาหารและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการทำฟาร์มเลี้ยง นำมาทอด-ปิ้ง-ย่างรับประทาน และยังมาประดิษฐ์เป็นเมนูอาหารต่าง ๆ อย่างที่ได้รับความนิยมสูงในสิงคโปร์ก็คือ ลิ้นจี่ยัดไส้จิ้งหรีดพริกกรอบ (lychee balls with crispy chilli crickets) และซูชิหน้าหนอนไหม (sushi topped with silkworms) เป็นต้น

ข่าวออนไลน์ สำนักข่าว SBS วันที่ 22 กรกฎาคม 2024 เสนอข่าวออสเตรเลียอนุมัติแมลงสามชนิดสำหรับการรับประทาน แต่มีคำถามจากคนบางคนว่า ‘มันจะเป็นอาหารสำหรับอนาคตจริงหรือ?’
องค์การวิจัยทางวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมแห่งเครือรัฐออสเตรเลีย (CSIRO) ได้กล่าวถึงความจำเป็นที่โลกจะต้องสรรหาอาหารที่มีโปรตีนเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
รายงานชุด ‘แมลงที่กินได้’ หรือ ‘Edible Insects’ ของ CSIRO รายงานว่าแมลงที่กินได้บางชนิดอุดมด้วยโปรตีนและธาตุเหล็ก ซึ่งสามารถเป็นทางเลือกเพื่อทดแทนการรับประทานเนื้อสัตว์
นอกจากนั้นที่ดินที่ใช้ในการผลิตแมลงยังใช้น้อยกว่าการทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์กินเนื้อมากมายหลายเท่า แถมเกษตรการยังสามารถเลี้ยงแมลตามแนวตั้งภายในโรงเลี้ยงอีกด้วย

หนอนนก (Mealworms หรือ Zophobas morio) : เครดิตภาพ Getty ผ่านสำนักข่าว SBS
ในขณะที่การผลิตเนื้อวัว 100 กรัมจะต้องใช้ที่ดินในการผลิตมากกว่า 160 ตารางเมตร เปรียบเทียบกับการผลิตแมลงอย่างเช่น หนอนนก (Mealworm)* ในการผลิตน้ำหนักเท่ากันใช้ที่ดินเพียง 1.8 ตารางเมตรเท่านั้น
หมายเหตุ * หนอนนก (Mealworm) เป็นชื่อสามัญที่เรียกสำหรับหนอนของแมลงปีกแข็งชนิด Tenebrio molitor ปัจจุบันนิยมเพาะเลี้ยงเป็นสัตว์เศรษฐกิจ เป็นแมลงชนิดที่หนึ่งในสามที่ออสเตรเลียอนุมัติให้ทำฟาร์มและนำมาเป็นอาหารได้
ทั้งจิ้งหรีดและหนอนนกยังใช้น้ำและอาหารน้อยกว่าวัว, หมูและไก่หลายเท่า อีกทั้งยังปล่อยก๊าซคาร์บอนสู่อากาศเพียง 5% จากที่วัวปล่อยออกมา
นอกจากนั้นแมลงยังให้ของเสียน้อยกว่าสัตว์กินเนื้อมาก ในขณะที่ 40% ของวัวเป็นสิ่งที่มนุษย์กินได้ ที่เหลือ 60% เป็นของเสีย แต่แมลงสามารถรับประทานได้ทั้งตัว โดยไม่ทิ้งของเสียแต่อย่างใด

ฟูตพริ้นท์ทางสิ่งแวดล้อมของเนื้อต่าง ๆ ระหว่างวัว, หมู, ไก่, จิ้งหรีดและหนอนนก ในด้านการใช้ที่ดิน, การใช้น้ำและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ : เครดิตภาพกร๊าฟสำนักข่าว SBS จากข้อมูลของ CSIRO
สำหรับแมลงที่ CSIRO แนะนำให้มีการทำฟาร์มและผลิตเป็นอาหารได้ประกอบด้วย ซุปเปอร์เวิร์ม (super mealworm)**, จิ้งหรีดบ้าน (house crickets หรือจิ้งหรีดทองแดงลาย หรือจิ้งหรีดขาว หรือแมงสะดิ้ง) และด้วงหนอนนก (mealworm beetles) สามารถรับประทานได้ทั้งตัวแมลงและตัวอ่อนของมัน
หมายเหตุ ** super mealworm เป็นหนอนที่มีไคทิน (สารประกอบอินทรีย์ชนิดหนึ่ง ที่มีองค์ประกอบคล้ายคาร์โบไฮเดรต แต่มีธาตุไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบด้วย) และไขมันมากกว่าหนอนนก
CSIRO กล่าวว่าแมลงที่กล่าวถึงนี้ถือเป็น ‘อาหารใหม่’ (novel food) ที่จำเป็นต้องได้รับอนุมัติโดยหน่วยงานผู้ควบคุมกฎข้อบังคับ เนื่องจากพวกมันไม่ได้เป็นอาหารตามประเพณีในออสเตรเลีย
พร้อมกล่าวว่า นอกจากนั้นยังมีแมลงพื้นเมืองอีกกว่า 60 ชนิดที่คนเผ่าพื้นเมืองรับประทานอย่างเช่น หนอนตัวอ่อนวิทเช็ตตี กรับ (witchetty grubs) และมดเขียว (green ant) เป็นต้น
หมายเหตุ ขอแนะนำสำหรับผู้ดื่มแอลกอฮอล์เพื่อสุขภาพ ให้ลองสุราเติมกรดมดเขียว จากข่าว jingjonews ในหัวข้อ ‘เหล้ายินเติมกรดจากมดเขียว เป็นแอลกอฮอล์ยอดฮิตของดินแดน NT’ ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2017

ภาพหนอนตัวอ่อนวิทเช็ตตี กรับ (witchetty grubs) มีคุณค่าทางอาหารสูง ที่คนเผ่าพื้นเมืองนำมาเป็นอาหารมานับพันปี : เครดิตภาพสำนักข่าว
CSIRO ประเมินว่า อุตสาหกรรมโปรตีนทางเลือกจะทำเงินจากการค้าภายในประเทศกว่า 4 พันธ์ล้านเหรียญ และส่งออกมูลค่า 2.5 พันล้านเหรียญภายในปี 2030

jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com (งดใช้)
จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตุถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสารบทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์
Categories: ข่าวออสเตรเลีย
Leave a Reply