
รายงานจาก SPAC องค์กรติดตามชุมชนออสเตรเลียป้องกันการฆ่าตัวตายระบุ ชาวออสเตรเลียมีความคตึงเครียดทางการเงินมากขึ้นและเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายสูงขึ้น : ภาพป๊อปอาร์ต ต้นฉบับสำนักข่าว BBC
11 มี.ค. 2024 ชาวออสเตรเลีย 1 ใน 2 คนถูกพบมีความกดดันทางการเงินมากขึ้น ก่อให้เกิดความหวั่นเกรงว่าจะมีการคิดสั้นฆ่าตัวตายตามมา
Suicide Prevention Australia Community Tracker (SPAC) ออกรายงานประจำไตรมาส แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของความเครียดในการดำรงชีวิตในหมู่ผู้ทำงานเต็มเวลาและครอบครัวที่มีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี
ชาวออสเตรเลียชั้นกลางเข้าสู่ความตึงเครียดในเรื่องค่าครองชีพและหนี้สินส่วนบุคคลเพิ่มขึ้น ท่ามกลางการว่างงานตามมาในหลายสาขาวิชาชีพ
นาง Nieves Murray ผู้อำนวยการบริหารของ SPAC ได้ออกมาขอความช่วยเหลือเร่งด่วนจากผู้เคยมีประสบการณ์ความเครียดและผ่านพ้นอุปสรรค์มาได้ นำประสบการณ์มาแนะนำผู้ที่กำลังประสบปัญหา เป็นการขัดตราทัพ อันเนื่องจากงบประมาณความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลางและรัฐบาลรัฐยังอยู่อีกห่างไกล (เธอน่าจะหมายถึงงบประมาณ 2024-25 จะออกในเดือนพฤษภาคม)
เธอกล่าวว่า อัตราการฆ่าตัวตายในออสเตรเลียได้เริ่มขึ้นเมื่อสองถึงสามปีที่ผ่านมา หลังจากการเกิดอุบัติใหม่ครั้งใหญ่บนโลกอย่างเช่นการระบาดของไวรัส COVID-19 และภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ข่าวออนไลน์สำนักข่าว ABC เมื่อสองปีที่ผ่านมา เผยแพร่ในวันที่ 26 กันยายน 2022 เสนอข่าว ผลการสำรวจพบต้นทุนค่าครองชีพคือความเสี่ยงสูงสุดที่มีต่ออัตราการฆ่าตัวตาย
ตามด้วยค่าครองชีพของออสเตรเลียสูงขึ้นชนิดฉุดไม่อยู่ แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะไม่รุนแรงและลดลงอย่างต่อเนื่อง กับปัจจัยอัตราดอกเบี้ยที่ยังสูงอยู่กลายเป็นความกังวลของแท้ (real concern) ทางการเมืองและในกลุ่มผู้กู้เงิน แต่ธนาคารกลางก็มีเหตุจำเป็นจากปัจจัยภายนอกที่ยังไม่สามารถลดดอกเบี้ยลงมาได้
จากการวิจัยพบว่าชาวออสเตรเลีย 50% มีความรู้สึกกดดันเกินระดับปกติ (above-normal level of distress) เพิ่มขึ้น 4% จากเมื่อ 12 เดือนที่ผ่านมา
ต้นทุนค่าครองชีพและหนี้สินส่วนบุคคลเป็นสองปัจจัยที่นำโด่งและทิ้งห่างหลายช่วงตัวปัจจัยอื่นที่มีผลต่อการฆ่าตัวตาย โดยเหนือปัจจัยสำคัญทางเศรษฐกิจและสังคมอื่น ๆ เป็นต้นว่า การเข้าถึงและความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัย, ความโดดเดี่ยวทางสังคมและความว้าเหว่, ความสัมพันธ์ล้มเหลว, ยาเสพติดและแอลกอฮอล์เป็นต้น
อัตราความเครียดในด้านรายได้ต่อครอบครัวได้เพิ่มขึ้น 11% เป็น 51% สำหรับครอบครัวที่มีรายได้ 100,000 เหรียญขึ้นไป และเพิ่มขึ้น 12% เป็น 54% สำหรับครอบครัวที่มีรายได้ 150,000 เหรียญขึ้นไปในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา
(หมายเหตุ jingjonews เคยรายงานข่าวมาแล้วว่า ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ กลุ่มที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือกลุ่มชนชั้นกลาง กลุ่มที่ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดคือผู้มีรายได้ต่ำ หากมีข่าวทำนองนี้เกิดขึ้นอีก jingjonews จะนำข่าวมายืนยันอีกครั้ง)
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมารัฐบาลกลางของนาย Anthony Albanese ได้ผ่านแผนการลดภาษีขั้นที่ 3* เพื่อพยายามช่วยเหลือชนชั้นกลาง ที่เป็นกลุ่มเดือดร้อนที่สุดในขณะนี้
(หมายเหตุ *The Step 3 Tax Cut เป็นแผนลดภาษีของรัฐบาลชุดเดิม ที่รัฐบาลชุดใหม่สัญญาในระหว่างหาเสียงเลือกตั้งว่าจะไม่แตะต้อง และเกือบผิดสัญญา แต่เมื่อพิจารณาแล้วหากยกเลิก ผลเสียจะมากกว่าผลดี)

jingjonews.com
เนื่องจากการเพิ่มการปิดกั้นการมองเห็น ท่านสามารถอ่านข่าว jingjonews ในแต่ละวันได้ด้วยการเข้า Google แล้วพิมพ์ ‘jingjonews’ หรือ ‘จิงโจ้นิวส์’
Categories: ข่าวออสเตรเลีย
Leave a Reply