🎓 นศ.ต่างชาติเริ่มโวยรัฐบาลออสซี่มองพวกเขาเป็นตัวทำเงิน

น.ส. Jamie Wu นักศึกษาจากสิงคโปร์ใช้สื่อออนไลน์กล่าวว่า เธอรู้สึก “รำคาญและเบื่อหน่าย” ต่อการปฏิบัติของมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียที่มองนักศึกษาต่างชาติว่าเป็นตัวทำเงินให้กับพวกเขา : ภาพป๊อปอาร์ตโดย jingjonews

20 พ.ค. 2023 หลังจากรัฐบาลกลางประกาศกลับมากำหนดเพดานนักศึกษาต่างชาติทำงานไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสองสัปดาห์ ตามที่ jingjonews เสนอข่าวในหัวข้อ “รัฐบาลยกเลิกวีซ่าโควิด-19 นำเพดานชั่วโมงทำงานนักศึกษากลับมาใช้” ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2023 ทำให้มีนักศึกษาต่างชาติเริ่มออกมาโวยวาย

ที่กลายเป็นข่าวและถูกสำนักข่าวอิสระโดยทุนของรัฐบาลนำเสนอเป็นรายแรกคือน.ส. Jamie Wu จากประเทศสิงคโปร์ เธอได้ใช้สื่อ TikTok บ่นว่าเธอมีความกังวลว่าเธอจะไม่สามารถเรียนจนจบหลักสูตร เนื่องจากการลงทะเบียนเรียนเธอไม่ได้รับความช่วยเหลือใด ๆ จากมหาวิทยาลัย เพราะเธอต้องจ่ายค่าเทอมแบบ upfront

อันนี้ต้องขอเล่าประสบการณ์ในฐานะที่เคยได้สิทธิ์เรียนหนังสือโดยสามารถเลือกที่จะเรียนก่อนแล้วจ่ายชำระหนี้(เงินกู้)ค่าเรียนภายหลัง แต่ jingjonews ก็เลือกที่จะจ่ายค่าเรียน ณ วันลงทะเบียนเรียนหรือ upfront เพราะไม่อยากเป็นหนี้การศึกษาและค่าเล่าเรียนก็ถูกกว่านักศึกษาต่างชาติมาก จำได้ว่าตอนนั้นถูกเจ้าหน้าที่รับลงทะเบียนซักถามว่าทำไมไม่ใช้สิทธิ์ แต่ในใจเขาคงคิดว่า “ไอ้หมอนี้บ้าแน่ ๆ”

น.ส. Wu กล่าวต่อว่า คำตอบที่ได้คือ “นั้นมันเป็นเรื่องของนักศึกษานานาชาติ” แล้วเธอก็เอากำปั้นทุบโต๊ะให้เจ็บมือไปถึงใจ เธอกล่าวต่อว่า “ฉันละเบื่อจริงๆ ที่ได้รับการปฏิบัติอย่าง sh-t”

เธอกล่าวว่าอันที่จริงออสเตรเลียเป็นประเทศที่เหมาะสำหรับนักศึกษาต่างชาติ แต่เธอสุดเซ็งที่พวกเขาถูกปฏิบัติเหมือนเป็นตัวทำเงิน

น.ส. Wu กล่าวต่อไปว่า พวกเขาไม่ควรมองว่าเราเป็นตัวทำเงิน แท้จริงเราเป็นนักศึกษา ผู้ซึ่งต้องการมาศึกษาเล่าเรียน

เธอกล่าวว่า เธอได้พยายามยื่นใบสมัครขอฝึกงาน(แบบได้ค่าจ้าง)กับบริษัทต่าง ๆ แต่ได้รับคำตอบเหมือนกันคือ จะจ้างงานเฉพาะนักศึกษาท้องถิ่นเท่านั้น

(หมายเหตุ นักศึกษาจากสิงคโปร์จำนวนไม่น้อยมักจะหางานทำตามบริษัท มากกว่าที่จะทำงานในอุตสาหกรรมภาคบริการต้อนรับ, งานคลีนเนอร์และงานเดลิเวอรี่ที่นิยมทำกัน)

น.ส. Jamie Wu ออกมาโวยแหลกผ่านทางแพลตฟอร์ม TicTok

เธอยังเผื่อไปถึงเพื่อนนักศึกษานานาชาติว่าต่างได้รับค่าจ้างอย่างไม่คุ้มค่ากับการงานที่ทำ นักศึกษาต่างชาติหลายคนถูกนายจ้างเอารัดเอาเปรียบ แต่พวกเขาจำต้องอดทนทำต่อไปโดยไม่ร้องเรียนใด ๆ เพราะพวกเขาต้องการเงิน

ตัวเลขล่าสุดจากสำนักงานสถิติแห่งออสเตรเลีย (ABS) แสดงให้เห็นว่ามีนักศึกษาประมาณ 29,600 คนเข้ามาในออสเตรเลียระหว่างเดือนมีนาคม 2022 และเดือนมีนาคมปี 2023 เพื่อเข้ามาศึกษาในระดับอุดมศึกษา

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2023 ออสเตรเลียมีผู้ถือวีซ่านักเรียนทั้งสิ้นกว่า 586,000 คน โดยมีผู้ถือวีซ่านักเรียนอีกประมาณ 68,100 คนยังอยู่ในต่างประเทศ

ในช่วงไวรัส COVID-19 ระบาด รัฐบาลกลางได้ยกเลิกการกำหนดเพดานทำงานของนักศึกษานานาชาติไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพื่อแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลน อันเนื่องมาจากการปิดพรมแดนระหว่างประเทศ

แต่นับจากวันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้นมา เพดานการทำงานของนักศึกษานานาชาติจะกลับมา โดยเพิ่มเวลาทำงานให้เล็กน้อยจาก 40 ชั่วโมงเป็น 48 ชั่วโมงต่อสองสัปดาห์

องค์กรเครือข่ายสนับสนุนนักศึกษานานาชาติ (SNIS) ซึ่งก่อตั้งจากองค์กรหลายองค์กรในเดือนกันยายนปี 2020 ได้ต่อต้านการกำหนดเพดานชั่วโมงการทำงานโดยผ่านการรณรงค์ ‘Scrap the Cap’

ในต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาองค์กร SNIS ได้ออกรณรงค์ในเรื่องของการเอารัดเอาเปรียบแรงงานนักศึกษานานาชาติ โดยกล่าวว่า การข่มขู่ว่าจะยกเลิกวีซ่าของนายจ้าง ยังเป็นอาวุธสำคัญที่ทำให้นักศึกษาปิดปากเงียบ และก้มหน้าก้มตาให้นายจ้างเอาเปรียบต่อไป เพราะถ้าหือเมื่อใดก็เท่ากับเป็นการจบสิ้นอนาคตของพวกเขาในออสเตรเลีย

 

jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Discover more from jingjonews

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading