
นาง Clare O’Neil รัฐมนตรีกระทรวงกิจการภายในประเทศแถลงข่าวว่า รัฐบาลกลางจะเปลี่ยนแปลงระบบการเข้าเมืองครั้งใหญ่ : ภาพป๊อปอาร์โดยจิงโจ้นิวส์
27 เม.ย. 2023 รัฐบาลกลางจะเปลี่ยนแปลงระบบการเข้าเมืองครั้งใหญ่ด้วยการแก้ไขหมวดหมู่วีซ่าแทบทุกประเภทใหม่หมด และจะเพิ่มการคุมเข้มสำหรับนักศึกษาต่างชาติเป็นกรณีพิเศษ
ในจำนวนการเปลี่ยนแปลงจะรวมถึงการยกกรอบรายได้ขั้นต่ำสำหรับแรงงานมีทักษะ ที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมาเกือบทศวรรษ พร้อมปูทางแรงงานวีซ่าชั่วคราวสู่ฐานะผู้อยู่อาศัยถาวรจำนวนประมาณ 17,000 คน
จากผลการศึกษาของรัฐบาลกลางพบว่าระบบในปัจจุบันมีความ “ซับซ้อน, ไม่มีประสิทธิภาพและไม่ยืดหยุ่น” ทำให้รัฐบาลตัดสินใจปรับปรุงแก้ไขครั้งใหญ่
นาง Clare O’Neil รัฐมนตรีกระทรวงกิจการภายในประเทศกล่าวว่า ระบบที่เป็นอยู่ยังไม่อยู่ในภารกิจแก้ปัญหาความขาดแคลนแรงงานของออสเตรเลียที่มีมาอย่างต่อเนื่องนับจากสงครามโลกครั้งที่สอง
และต่อไปนี้คือการเปลี่ยนแปลง
ด้านจำนวนการรับผู้เข้าเมือง
จะหลีกเลี่ยงการกำหนดตัวเลขจำนวนการรับผู้อพยพเข้ามาในประเทศในแต่ละปี แต่มีจุดมุุ่งหมายที่จะเปลี่ยนจากการตั้งค่าขีดจำกัดในการรับผู้อยู่อาศัยถาวรในแต่ละปีที่มีความยากลำบากมาเป็นการกำหนดยอดการรับชาวต่างประเทศเข้าเมือง ที่รวมถึงผู้เข้าเมืองถาวรและชั่วคราว และช่วยเปลี่ยนเศรษฐกิจของออสเตรเลียจากการพึ่งพาแรงงานชั่วคราวที่พบว่าเข้ามาด้วยเหตุผลของการหาประโยชน์ส่วนตัวมากกว่า
นอกจากนั้นยังเปลี่ยนแปลงการตั้งเป้าการรับผู้อพยพต่อปี เป็นแผนการรับ 10 ปี โดยจะอนุญาตให้รัฐบาลรัฐมีส่วนในแผนการลดแรงกดดันของประชากรในตัวเมืองเพิ่มขึ้นของตน
นาง O’Neil กล่าวว่า หากข้อแนะนำนี้ถูกนำมาใช้ อาจมีผลให้มีการรับผู้อพยพเข้าเมืองน้อยลงเล็กน้อยในช่วงระยะกลาง

ข่าวออนไลน์สำนักข่าว SBS วันที่ 27 เมษายน 2023 เสนอข่าว รัฐบาลกลางจะเปลี่ยนแปลงระบบการเข้าเมืองครั้งใหญ่ รวมถึงจะลดประเภทของวีซ่าลงและเพิ่มอัตราค่าจ้างชั้นต่ำวีซ่าแรงงานมีฝีมือ
กฎวีซ่าตามความต้องการ (in-demand visa) ล้าสมัยเสียแล้ว
รัฐบาลกลางเห็นว่าวิธีการสำคัญในการนำแรงงานที่จำเป็นและแรงงานมีทักษะก่อให้เกิดการติดหล่มในปัญหาระบบราชการ
เป็นต้นว่า รหัสอาชีพ หรือ occupation codes ที่ถูกนำมาใช้เป็นส่วนสำคัญของการรับผู้อพยพ, การภาษีและระบบอื่น ๆ ของออสเตรเลียโดยถูกนำมาใช้ตั้งแต่ปี 2013 ดูจะไม่ทันเหตุการณ์ตลอดเวลาที่ผ่านมา เป็นต้นว่าเมื่อมีอาชีพใดขาดแคลน กลับพบอาชีพนั้นไม่ได้อยู่ในบัญชีที่ประเทศต้องการ
นาง O’Neil กล่าวว่า เธอต้องการยกเลิกนโยบายที่ไม่ทันการณ์นี้ เปลี่ยนมาให้สำนักงาน Jobs and Skills Australia เป็นผู้ประเมินวิชาชีพที่ออสเตรเลียต้องการรับเข้าประเทศ
นอกจากนั้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่เสนอให้กับแรงงานมีฝีมือภายใต้วีซ่าแรงงานมีทักษะ-มีนายจ้างสปอนเซอร์ซึ่งถูกยกเลิกในปี 2013 และถูกรัฐบาลกลางของนาย Tony Abbott แช่แข็งมาตั้งแต่ปี 2014 โดยไม่มีรัฐบาลใดเปลี่ยนแปลงนับจากนั้นมา
นั่นหมายความว่าแรงงานเต็มเวลากว่า 90% ในออสเตรเลียมีรายได้สูงกว่าอัตราต่ำสุดที่รัฐบาล Abbott กำหนดไว้ที่ละ 53,900 เหรียญ (1.22 บาท หรือเดือนละ 101,500 บาท)
รัฐบาลกลางมีแผนที่จะปรับกำหนดอัตราแรงงานขั้นต่ำสำหรับแรงงานมีฝีมือขึ้นมาที่ปีละ 70,000 เหรียญ (1.58 ล้านบาท หรือเดือนละ 132,000 บาท) นับจากเดือนกรกฎาคม 2023 เป็นต้นไป
นาง O’Neil กล่าวว่า การเพิ่มฐานค่าแรงขึ้นต่ำก็เพื่อให้แน่ใจว่าแรงงานมีทักษะจะเข้ามาต้องตามโครงการแรงงานชำนาญในวิชาชีพอย่างแท้จริง ไม่ได้เอาแรงงานไร้ฝีมือปะปนเข้ามาอยู่ในโครงการนี้ แล้วถูกนายจ้างนำมาใช้แรงงานเพื่อประโยชน์ส่วนต้น หลายรายได้จ่ายค่าแรงต่ำกว่าที่รัฐบาลกำหนดเสียอีก
ระบบการทดสอบ the points test สำหรับวีซ่าแรงงามมีทักษะยังมีความจำเป็น แต่ต้องมีการปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมและสมเหตุสมผล
เป็นต้นว่า ผู้ขอวีซ่ามีอายุ 39 ปีจะมีคะแนนประเมินเป็นสองเท่าของผู้มีอายุ 40 ปีเพราะถูกคำนวณตามกฎของอายุที่วางไว้เป็นต้น ทั้งที่อายุห่างกัน 1 ปีเท่านั้น

(เนื่องจากยาวมาก ยังมีต่อในภาคสอง ในวันพรุ่งนี้ และเวลาก็หมดพอดี)
หมายเหตุ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศในวันที่ 27 เมษายน 2023 เงิน 1 ดอลล่าร์ออสเตรเลียเท่ากับ 66 เซนต์สหรัฐและเท่ากับ 22.60 บาท (ข้อมูลกลางจาก google.com.au)
jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)
Categories: ข่าวออสเตรเลีย
Leave a Reply