
ข่าวออนไลน์สำนักข่าว SBS เสนอข่าวถึงความกลัวไวรัสโคโรนา 2019 ได้หยุดผู้อพยพ(ชั่วคราว)ในออสเตรเลียจากการเข้าถึงการทำแท้ง
8 มิ.ย. 2020 จิงโจ้นิวส์จำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยรายงานถึงสถิตินักศึกษาต่างชาติทำแท้งในออสเตรเลียเรียกได้ว่ามีสถิติพอ ๆ กับสตรีชาวออสเตรเลียซึ่งเป็นเรื่องน่าตกใจ แต่ก็ต้องเข้าใจเพราะการมีเด็กในต่างแดนเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและเป็นภาระต้นทุนค่าครองชีพสูงเข้าไปอีก เพราะไม่สามารถได้รับเงินสวัสดิการเลี้ยงดูบุตรจากรัฐบาลกลางอย่างคนออสเตรเลีย
ยิ่งในช่วงไวรัสโคโรนา 2019 ระบาดด้วยแล้วทุกคนต้องประสบความยุ่งยากทางการเงินกันทั่วหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ถือวีซ่าชั่วคราวที่ไม่มีคุณสมบัติได้รับเงินสวัสดิการจากรัฐสนับสนุน
กลุ่มบริการทางด้านสาธารณสุขมีความกังวลว่าสถานการณ์ไวรัส COVID-19 อาจส่งผลกระทบต่อผู้ต้องการทำแท้งที่อาจทำให้พวกเขาและเธอเลือกหนทางกำจัดตัวอ่อนในครรภ์ด้วยวิธีที่ผิดกฎหมายและไม่ปลอดภัย
การผสมผสนระหว่างการตกงาน, กฎหมายการทำแท้งที่เข้มงวดในแต่ละรัฐ, การเข้าถึงระบบเมดิแคร์ที่แตกต่างกัน ทำให้สตรีมีความต้องการความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อการดูแลรักษาครรภ์และการเลี้ยงดูที่จะเกิดหรือใช้ในการทำแท้งแตกต่างกัน
กลุ่มผู้ถือวีซ่าชั่วคราวคือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบในด้านนี้มากที่สุด
องค์กรไม่หวังผลกำไร 1800 My Options ซึ่งให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่ตั้งครรภ์โดยไม่เต็มใจในรัฐวิกตอเรียและ Children By Choice องค์กรอย่างเดียวกันในรัฐควีนสแลนด์ต่างได้รับโทรเข้ามาปรึกษาถึงความสามารถของพวกเธอในการทำแท้ง
สำหรับค่ายาทำแท้งในกรณีสตรีตั้งครรภ์ไม่เกิน 9 สัปดาห์ การรักษาโดยยาสองเม็ด (2 pills) มีต้นทุน 6 เหรียญสำหรับผู้ถือบัตรสุขภาพ, 50 เหรียญสำหรับผู้ถือบัตรเมดิแคร์ทั่วไปและ 350 เหรียญเป็นราคาเต็มสำหรับผู้ไม่มีบัตรส่วนลดทางการรักษาพยาบาล
ส่วนการทำการผ่าตัดทำแท้งค่าใช้จ่ายจะสูงขึ้น และราคาค่าผ่าตัดจะสูงเป็นหลายพันเหรียญสำหรับการยุติการตั้งครรภ์ตอนปลาย (terminations at later gestations)
นาง Carolyn Mogharbel ผู้จัดการฮอทไลน์ของ 1800 My Choices กล่าว ในช่วงไวรัส COVID-19 ระบาดมีผู้ถือวีซ่าชั่วคราวจำนวนมาก หลายคนโทรเข้ามาพร้อมกับเสียงสะอึกสะอื้น หลังพลาดพลั้งเกิดตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจขึ้นมา
หลายคนบอกว่าไม่สามารถทำแท้งได้เนื่องจากค่าใช้จ่ายสูง แต่ยิ่งปล่อยเวลาให้เนิ่นนานไปถึงครรภ์แก่ค่าใช้จ่ายในการทำแท้งก็ยิ่งสูงขึ้น
นาง Adele Murdolo แห่ง Multicultural Centre For Women’s Health ในนครเมลเบิร์นกล่าวว่า นักศึกษาต่างชาติเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการประสบปัญหาความสามารถในการทำแท้งมากที่สุด
เธอกล่าวว่า ผลของข้อตกลงระหว่างรัฐบาลกลางกับผู้ให้บริการทางการแพทย์เอกชน นักศึกษาต้องรอเวลา 12 เดือนหลังจากเข้ามาในออสเตรเลียก่อนที่จะได้รับการจ่ายเงิน (จากบริษัทประกันสุขภาพ) ที่รวมถึงค่าบริการสำหรับการดูแลการตั้งครรภ์และการทำแท้ง โดยพวกเธอไม่ได้รับสิทธิ์ตามระบบเมดิแคร์
Bupa Australia หนึ่งในหกบริษัทประกันสุขภาพที่รับประกันให้กับนักศึกษานานาชาติได้ผ่อนผันช่วงเวลารอคอย 12 เดือนสำหรับการทำแท้งและกรณีแท้งบุตรใรช่วงไวรัส COVID-19 ระบาด ในขณะที่ Allianz Insurance ออกมากล่าวว่านักศึกษาที่เลือกนโยบายประกัน Essentials policy จะไม่ต้องรอ 12 เดือนสำหรับการเคลิมเงินค่ารักษาพยาบาลการตั้งครรภ์ แต่ถ้าเป็นประกันนโยบาย Standard policy ยังคงจะต้องรอ 12 เดือน
jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)
Jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์
Categories: ข่าวออสเตรเลีย
Leave a Reply