
นาง Madlin Sims ผู้สั่งปลด Mandeline ลูกจ้างวัย 18 ปีโทษฐานที่เธอใช้สื่อสังคมออนไลน์ว่าเธอสนับสนุนโหวต No ในการสำรวจมติประชาชน : ภาพจากนสพ. The Australian
21 ก.ย. 2017 เหตุการณ์นี้เป็นข่าวต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 20 กันยายนเมื่อนาง Madlin Sims ผู้ก่อตั้งบริษัทรับจัดงานปาร์ตี้ในกรุงแคนเบอร์ราสั่งปลดลูกจ้างสตรีวัยรุ่นเนื่องจากเธอสนับสนุนให้โหวต No ในการสำรวจมติประชาชน (plebiscite) ทางไปรษณีย์
นาง Sims ได้ปลดพนักงานตามสัญญาจ้างเป็นงาน ๆ (contract worker) ผู้ใช้ชื่อว่า Mandeline โดยอ้างว่าเธอได้โพสต์ข้อความแสดงความรังเกียจชนชั้นในสื่อสังคมออนไลน์ โดยเธอโพสต์ข้อความลงในเฟสบุ๊คว่า “วันนี้ดิฉันได้ปลดพนักงานคนหนึ่งผู้ทำให้สาธารณชนรับรู้ว่า พวกเขาจะรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ถ้าโหวต No” ในการลงมติประชาชนในเรื่องการแก้กฎหมายการแต่งงานของบุคคลเพศเดียวกันหรือ SSM (same-sex marriage)
เธอกล่าวว่าการสนับสนุนให้โหวต No เพื่อไม่รับการแต่งงานของบุคคลเพศเดียวกัน สำหรับเธอแล้วถือเป็นคำพูดแสดงความเกลียดชัง ผู้โหวต No เป็นพวกรังเกียจเพศที่สาม ในฐานะที่เธอเป็นเจ้าของธุรกิจเธอจะไม่ยอมให้มีใครใช้ธุรกิจของเธอเผยแพร่ความรู้สึกที่เกลียดชังเช่นนี้ลงในสื่อสังคมออนไลน์
เธอกล่าวว่าการโหวต No เป็นสิ่งยอมรับไม่ได้ การรังเกลียดบุคคลเพศที่สามเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความเห็นทางการเมืองหรือความเชื่อทางศาสนา เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของความรักและการดำรงชีวิตของมนุษย์อย่างแท้จริง สำหรับเธอแล้วการโหวตเพื่อความเท่าเทียมกันก็คือการโหวต Yes เท่านั้น
เธอเขียนเพิ่มเติมว่า “คุณโหวต No คุณก็อยู่ในสถานการณ์ที่ต้องถูกไล่ออก”

ตัวอย่างแบบฟอร์มสำรวจมติประชาชน ด้วยการถามประชาชนถึงการเปลี่ยนกฎหมายเพื่อให้คนเพศเดียวกันแต่งงานกันได้หรือไม่ โดยตอบเพียง Yes หรือ No เท่านั้น แบบฟอร์มมี้ตามกฎหมายห้ามถ่ายภาพเผยแพร่ในลักษณะตั้งตรงอย่างชัดเจน : ภาพจากสำนักข่าว REUTERS
สำนักงานสถิติแห่งชาติได้ส่งแบบฟอร์มการสำรวจการแก้ไขกฎหมายการสมรสแห่งออสเตรเลีย (Australian Marriage Law) มาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แบบฟอร์มทั้งหมดคาดว่าจะถึงมือผู้รับทั่วประเทศภายในวันที่ 25 กันยายน และจะต้องส่งแบบฟอร์มกลับมาภายในวันที่ 27 ตุลาคม การสำรวจจะทำการปิดในเวลา 18.00 น.ของวันที่ 7 พฤศจิกายน สำนักงานสถิติแห่งชาติจะรายงานผลมติประชาชนลงในเว็บไซท์ของสำนักงานในวันที่ 15 พฤศจิกายน

Mandeline วัย 18 ปีผู้ถูกไล่ออกเพราะเขียนข้อความลงสื่อออนไลน์ว่าเธอจะโหวต No ในใบสำรวจมติประชาชน : ภาพจากนสพ. The Australian
หลังจากเรื่องราวของ Mandeline ผู้นับถือศาสนาคริสต์และอดีตเจ้าหน้าที่ให้ความบันเทิงแก่เด็กในการจัดงานปาร์ตี้ถูกสื่อมวลชนเสนอข่าว ในวันรุ่งขึ้นได้มีผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายออกมาให้ความเห็นว่า เธอยังมีช่องทางในการเรียกร้องค่าเสียหายตามกฎหมายว่าด้วยการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม
ภายใต้กฎหมายมาตรา 7 ของพระราชบัญญัติการเลือกปฏิบัติของดินแดนออสเตรเลียเทร์ริทอรีปี 1991(ACT Discrimination Act 1991) ว่าถึงเรื่องความผิดทางการเลือกที่รักมักที่ชังทางการเมืองและทางศาสนา
ผศ.ดร. Mark Fowler แห่งคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยนอเตอร์เดมกล่าวว่า Mandeline อาจไม่สามารถเรียกร้องความเป็นธรรมจากการถูกเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมภายใต้พ.ร.บ.การจ้างงานของเครือรัฐออสเตรเลีย ถ้าเธอเป็นพนักงานรับจ้างทำงานตามสัญญาอิสระตามที่นาง Sims อ้าง เพราะกฎหมายของเครือรัฐออสเตรเลียปกป้องเฉพาะลูกจ้างประจำเท่านั้น
และถ้ากรณีนี้เกิดขึ้นในรัฐนิวเซาท์เวลส์ เธอก็จะไม่ได้รับการคุ้มครองในเทอมของความเชื่อทางศาสนา ซึ่งเธอได้อ้างว่าเธอทำตามความเชื่อตามหลักคริสต์ศาสนาของเธอ
ผศ. Fowler กล่าวว่าเขาและผศ.ดร. Shae McCrytal จากคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยซิดนีย์เคยผลักดันให้กระทรวงสำนักงานอัยการเพิ่มการคุ้มกันลูกจ้างในส่วนลูกจ้างตามสัญญาจ้างในแบบเดียวกับลูกจ้างประจำอย่างในประเทศทางตะวันตก แต่การแก้ไขกฎหมายยังไม่เกิดขึ้น
เหลือเพียงกฎหมายการเลือกปฏิบัติของ ACT เท่านั้นที่เปิดช่องให้เธอเรียกร้องขอความเป็นธรรมได้
ดร. Dominique Allen ผู้บรรยาวิชากฎหมายบริษัทและภาษีของมหาวิทยาลัยโมนาชในนครเมลเบิร์นและศจ. Graeme Orr แห่งคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยควีนสแลนด์ต่างออกมาให้เห็นว่า Mandeline สามารถใช้กฎหมายการเลือกปฏิบัติของ ACT มาอ้างถึงการปลดออกจากงานอย่างไม่เป็นธรรมได้ โดยถือหลักของการมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองและทางศาสนา
หมายเหตุ ท่านสามารถอ่านเรื่องราวที่เกียวของกับกรณีของ SSM ได้ด้วยการกดคลิกที่ “กฎหมายแต่งงานเพศเดียวกัน” ที่ Tags ท้ายข่าวนี้
jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com
จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์
Categories: ข่าวออสเตรเลีย
Leave a Reply