
ชายวัย 30 ปีขณะทุบกระจกหน้ารถประจำทางแตก : ภาพจากข่าวทีวี 7 news
14 มี.ค. 2016 ชายวัย 30 ปีได้ถูกตำรวจจับกุม หลังจากเขาถูกบันทึกภาพขณะทุบกระจกหน้ารถประจำทางในพื้นที่ซิดนีย์เหนือตอนล่าง หลังจากเขาแสดงความชิงชังต่อเชื้อชาติและทำร้ายผู้โดยสารคนหนึ่ง
โฆษกของสำนักงานตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปยังที่เกิดเหตุใกล้บริเวณสี่แยกแห่งหนึ่งในย่าน Lane Cove ในเวลาประมาณ 18.00 น.ของวันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม
จากการสอบสวนทราบว่ารถประจำทางคันที่เกิดเหตุได้จอดข้างทางตรงบริเวณสี่แยกตั้งแต่เวลาประมาณ 17.00 น.หลังจากผู้โดยสารบนรถประจำทางประมาณ 15 คนพร้อมใจกันขอให้ชายวัย 30 ปีลงไปจากรถ
หลังจากชายวัย 30 ปีก่อเหตุใช้วาจาและกิริยารังเกียจเชื้อชาติผู้โดยสารชายหญิงชาวเอเชียคู่หนึ่งและขว้างตะเกียบใส่ทั้งสอง ก่อนที่จะทำร้ายผู้โดยสารชายวัย 22 ปีอีกคนหนึ่งที่พยายามจะต่อว่าเขา
ชายวัย 30 ปีได้ถูกคนหมู่มากบีบบังคับให้ลงไปจากรถ ในช่วงนี้เขาถูกบันทึกภาพ ทำการหักที่ปัดน้ำฝนของรถประจำทาง และใช้มันฟาดกระจกหน้ารถประจำทางจนเป็นรอยร้าว จากนั้นเขาใช้มือทุบกระจกหน้ารถจนมีรอยแตกร้าวเพิ่มขึ้น แต่มือของเขาก็ถูกกระจกบาดจนเลือดไหล ก่อนหลบหนีไป
ตำรวจได้ตามไปจับตัวเขาขณะหลบหนีอยู่ที่ถนน Phoenix Ave. ย่าน Lane Cove เขาถูกนำตัวไปรักษาบาดแผลที่โรงพยาบาล Royal North Shore ภายใต้การคุมกันของตำรวจอย่างหนาแน่น
ต่อมาเขาถูกตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายทั่วไป และทำลายทรัพย์สิน โดยมีกำหนดขึ้นศาลท้องถิ่น Hornsby ในวันพุธที่ 6 เมษายน

ชายวัย 30 ปีเอามือสองข้างทุบกระจกหน้ารถประจำทางจนมือเขาได้รับบาดเจ็บมีเลือดติดอยู่ที่กระจก : ภาพจาก Business Insider Australia ต้นฉบับน่าจะมาจากทีวีข่าวช่องหนึ่ง
เหตุการณ์ทุบกระจกรถประจำทางครั้งนี้ได้กลายเป็นข่าวใหญ่ตามสื่อทีวี หลายฝ่ายเกรงกันว่า จะเป็นแนวโน้มให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบในอนาคต
ส.ส. Jodi McKay ผู้ดูแลงานด้านการขนส่งของพรรคฝ่ายค้านในรัฐสภารัฐน.ซ.ว.ได้ออกมาให้รัฐบาลกำหนดให้เป็น “แนวโน้ม” ของการใช้ความรุนแรงบนรถประจำทางที่ต้องรีบแก้ไข เนื่องจากมีเหตุการณ์ใช้ความรุนแรงบนรถประจำทางหรือที่ป้ายรถเมล์ในซิดนีย์ตกเฉลี่ยวันละ 1 เหตุการณ์
นาง McKay ได้อ้างถึงสถิติการทำร้ายร่างกายบนรถและที่ป้ายรถประจำทางในช่วง 5 ปีย้อนหลังมีถึงเกือบ 2,000 เหตุการณ์หรือเฉลี่ยวันละ 1.09 ราย
jingjonews@hotmail.com
จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตุถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์
Categories: ข่าวออสเตรเลีย
Leave a Reply