ร้านอาหารแบนลูกค้ากว่า 3 พันคน เซ็งจัดจองโต๊ะแล้วไม่มากินตามนัด

2016-03-09 ร้านอาหารแบน3

นาย Joel Best เจ้าของร้านอาหาร Bondi’s Best ย่าน Bondi : จากภาพประชาสัมพันธ์ของร้าน

9 มี.ค. 2016 Dimmi ตัวแทนรับจองโต๊ะให้กับร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลียออกมาเปิดเผยว่า ในเดือนที่ผ่านมาได้ใช้มาตรการไม่รับบริการลูกค้าที่มีประวัติจองโต๊แล้วเบี๊ยว ถึงวันนี้ (9 มีนาคม) มีผู้ถูกขึ้นบัญชีดำไม่รับจองไปแล้ว 3,159 คน

นาย Joel Best เจ้าของร้านอาหารทะเล Bondi’s Best ย่าน Bondi หนึ่งในเหยื่อถูกลูกค้าจองแล้วเบี้ยวกล่าวว่า ในคืนวันเสาร์เป็นช่วงที่ร้านอาหารของเขาทำกำไรได้มากที่สุด และบ่อยครั้งที่หนึ่งในห้าของลูกค้าที่สั่งจองโต๊ะแล้วไม่มาตามนัด

ร้านของเขามีที่นั่งระหว่าง 60 ถึง 65 ที่นั่ง หากผู้จองไม่มารับประทานอาหารสัก 10 ถึง 12 คน ร้านของเขาจะเสียรายได้ไปในระหว่าง 50 ถึง 55 เหรียญต่อคน เท่ากับกำไรของเขาได้หดหายไปแล้ว

ในขณะนี้นาย Best ได้ตอบโต้กลับด้วยการไม่รับจองจากลูกค้าสองคนเป็นชายคนหนึ่งกับหญิงอีกคนหนึ่ง และคาดว่าจะมีเพิ่มขึ้น   ซึ่งลูกค้าทั้งสองคนนี้อยู่ในบัญชีดำของ Dimmi เรียบร้อยแล้ว

ระบบ “บริษัทจำกัดคนเบี้ยว” ของ Dimmi ไม่ได้ป้องกันเฉพาะลูกค้าที่โทรมาจองโต๊ะกับ Dimmi เท่านั้นแต่ยังป้องผู้อยู่ในบัญชีดำโทรจองโต๊ะโดยตรงกับร้านอาหารอีกด้วย

จากข้อมูลของ Dimmi ลูกค้าที่ถูกแบนมากที่สุดอยู่ในรัฐนิวเซาท์เวลส์จำนวน 1168 คนจากร้านอาหารประมาณ 1,000 ร้าน

แต่โดยทั่วประเทศแล้ว ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่เลขรหัสไปรษณีย์ที่จองโต๊ะแล้วไม่มาตามนัดมากที่สุด 10 อันดับแรกคือ รหัสไปรษณีย์ 2000 (Sydney City รัฐน.ซ.ว.), 4217 (Surfers Paradise รัฐควีนสแลนด์), 3000 (Melbourne City รัฐวิกตอเรีย), 2010 (Darlinghurst/Surry Hills รัฐน.ซ.ว.) อยู่ในสี่อันดับแรก ตามด้วยอันดับแปดและเก้าคือ 2037 (Glebe รัฐน.ซ.ว.) และ 2011 (Potts Point / Woolloomooloo รัฐน.ซ.ว.)

เมื่อแยกตามเพศของผู้โทรจองแล้วเบี๊ยว เป็นผู้หญิงเสีย 1,706 คน (54%) และผู้ชาย 1,453 คน (46%)

2016-03-09 ร้านอาหารแบน2

ร้านอาหาร Ester ในย่าน Chippendale เป็นหนึ่งในร้านอาหารที่มีผู้โทรจองโต๊ะแล้วไม่มาตามนัดมากที่สุด : จากภาพประชาสัมพันธ์ของร้าน

Dimmi พบว่า ร้านอาหารที่มีลูกค้าแน่นตลอดช่วงเวลาอาหารค่ำมักจะได้รับผลกระทบจากลูกค้าโทรสั่งจองโตะแล้วไม่มาตามนัดอย่างเช่นที่ร้านอาหาร Ester ในย่าน Chippendale และร้านอาหาร Pilu ในย่าน Freshwater เป็นต้น

Dimmi ได้นำระบบแบนผู้สั่งโทรจองแล้วชอบเบี้ยวมาใช้ครั้งแรกในช่วงก่อนวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา นอกจากนั้นระบบยังอนุญาตให้ร้านอาหารทราบของมูลบัตรเครดิตของผู้สั่งจอง ซึ่งสามารถชาร์จค่าเสียหายจากลูกค้าได้หากผู้สั่งจองโต๊ะไม่มารับประทานอาหาร   ซึ่งเป็นระบบคล้ายกับที่แท็กซี่ Uber ใช้กับลูกค้า

อย่างไรก็ตามการชาร์จค่าเสียหายขึ้นอยู่กับลูกค้า   อย่างเช่นนาย Best กล่าวว่าร้านของเขายังไม่ชาร์จจากลูกค้า แต่ร้านอาหาร Nel ในเขตธุรกิจใจกลางนครซิดนีย์กล่าวว่าร้านของเขาจะหักเงินจากบัตรเครดิตหากลูกค้าไม่มาตามนัด ซึ่งผลของมันช่วยให้ยอดจองแล้วเบี้ยวลดลง

นาย Nelly Robinson เจ้าของร้านอาหาร Nel กล่าวว่า ถ้าคุณจองตั๋วดูคอนเสิร์ทหรือดูฟุตบอลแล้วไม่ไปดู คุณก็ต้องสูญเสียเงินที่จ่ายไป ถ้าคุณจองที่นั่งร้านอาหารแล้วไม่มารับประทาน คุณก็สมควรที่จะถูกหักเงินจากบัตรเครดิตเช่นกัน

นาย Robinson กล่าวว่า เขาไม่แบนลูกค้าที่จองแล้วไม่มา แต่เขาจะหักค่าเสียหายจากบัตรเครดิตแทนในอัตรา 120 เหรียญต่อคน ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำกว่าอัตราเฉลี่ยที่ลูกค้าเข้ามารับประทานอาหาร

แต่นาย Erez Gordon เจ้าของร้านอาหาร Bishop Sessa ในย่าน Surry Hills กล่าวว่า เขาใช้วิธีแก้เผ็ดผู้ที่จองโต๊ะแล้วไม่มา ด้วยการประณาม Named and Shamed บุคคลเหล่านี้ลงในสื่อสังคมออนไลน์

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตุถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , ,

Leave a Reply

Discover more from jingjonews

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading