หวั่นออสซี่ไปทำสงครามพระเจ้า นำวีธีก่อการร้ายกลับประเทศ

ส่วนหนึ่งของหนังสือพิมพ์หลายฉบับที่เสนอข่าวการสู้รบในซีเรียและอิรัก

ส่วนหนึ่งของหนังสือพิมพ์หลายฉบับที่เสนอข่าวการสู้รบในซีเรียและอิรัก

23 มิ.ย. 2014 รัฐบาลกลางมีความหวั่นเกรงต่อจำนวนชาวออสเตรเลียที่ลักลอบไปฝึกอบรมหลังสูตรที่เรียกกันว่า “มหาวิทยาลัยแห่งการก่ออาชญากรรม” ในตะวันออกกลาง และยิ่งหนักใจเพิ่มขึ้นเมื่อทราบว่า ขณะนี้มีผู้ถือสัญชาติออสเตรเลียได้เลื่อนตำแหน่งเป็นระดับหัวหน้าขององค์การก่อการร้ายร่วมรบต่อต้านรัฐบาลซีเรีย ความกังวลเกิดขึ้นอยู่ตรงที่หากบุคคลระดับหัวหน้าและสหายชาวออสเตรเลียที่ไปฝึกการก่อการร้ายแอบกลับเข้ามาในประเทศ ทำการก่อวินาศกรรมภายในประเทศ

องค์การข่าวกรองออสเตรเลียยืนยันว่าขณะนี้มีชาวออสเตรเลียหนึ่งคนมีตำแหน่งระดับหัวหน้าในกลุ่ม Jabhat Al Nusra หรือแนวรบช่วยเหลือชาวเมืองชาม (ประเทศซีเรียในปัจจุบัน)

ภาพวีดีโอ 13 นาทีของนาย Khaled Sharrouf ชาวออสเตรเลียเชื้อสายเลบานอนอดีตนักโทษคดีก่อการร้ายวางแผนระเบิดโรงงานปฏิกรณ์ปรมาณูเพื่อสันติที่ Lucas Heights ทางใต้ของซิดนีย์โดยเขาถูกตัดสินจำคุก 1 ปี และถูกปล่อยตัวออกในกลางปี 2009 ขณะนี้เขาร่วมรบอยู่ในซีเรียเป็นผู้เผยแพร่ภาพทางเครือข่ายสังคมออนไลน์ เปิดเผยชาวออสเตรเลียที่เข้าร่วมกับกองกำลังรัฐอิสลามแห่งอิรักและกลุ่มประเทศทางตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน หรือ ISIL (Islamic State of Iraq and the Levant ซึ่งประกอบด้วยอีรัก, ซีเรีย, อัมมัน, จอร์แดน และเลบานอน) ได้เปิดเผยภาพชายสัญชาติออสเตรเลียที่อ้างชื่อ Abu Yahya al-Shami และ Abu Nour al-Iraqi ยืนอยู่เหนือศพชาวบ้านนับถือศาสนาเดียวกันเพียงแต่ต่างลัทธิจำนวนมากที่ถูกกองกำลัง ISIL สังหารทางตอนเหนือของอิรัก

ภาพวีดีโอนี้ถือเป็นการเตือนว่ากลุ่มนักรบที่ไปฝึกในซีเรีย อาจนำความรู้ดังกล่าวกลับมาก่อสงครามญิฮาด (jihad สงครามอันศักสิทธิ์) ในประเทศได้ หากพวกเขาสามารถลักลอบกลับเข้ามาในออสเตรเลีย

ส.ว. George Brandis ร.มว.สำนักงานอัยการของรัฐบาลกลางกล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของจำนวนคนหนุ่มสาวที่ลักลอบออกไปฝึกการก่อการร้ายในซีเรียถือว่าส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศโดยตรงและอย่างร้ายแรง บุคคลเหล่านี้หากย้อนกลับเข้ามาในออสเตรเลียจะเผชิญต่อโทษจำคุกสูงสุดถึง 25 ปี ภายใต้กฎหมายอาญาว่าด้วยการรุกรานและการฝึกเพื่อการก่อการร้ายในต่างประเทศ และเขาได้เตือนคนหนุ่มสาวให้คิดให้ดีก่อนที่จะเดินทางไปซีเรียหรืออีรัก เพราะพวกเขาอาจเอาชีวิตไปทิ้งที่นั่น และหากย้อนกลับมาในประเทศ สถานที่ที่ต้อนรับพวกเขาก็คือเรือนจำ

ส.ว. Brandis กล่าวว่าจำนวนชาวออสเตรเลียที่ไปร่วมทำสงครามญิฮาดยิ่งเพิ่มมากเท่าใด ก็เท่ากับจะก่อให้เกิดอันตรายมากขึ้น ถ้าหากคนเหล่านี้สามารถหลบกลับเข้ามาในประเทศได้

นาย Bob Carr อดีตร.มว.ต่างประเทศจากรัฐบาลชุดเดิมได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลกลางถอนสัญชาติออสเตรเลียออกจากทุกคนที่ไปร่วมรบในสงครามอีรักและซีเรีย

ขณะนี้ทางการมีรายชื่อชาวออสเตรเลียที่ไปร่วมรบในทั้งสองประเทศแล้วไม่ต่ำกว่า 50 คน   และเชื่อว่ามีผู้อยู่ในข่ายต้องสงสัยอีกหลายร้อยคน   ซึ่งหน่วยข่าวกรองอ้างว่าจำนวนชาวออสเตรเลียที่เดินทางไปร่วมรบในซีเรียและอิรักขณะนี้มีมากกว่าที่ไปยังอัฟกานิสถาน

การออกมาเปิดเผยครั้งนี้ เกิดขึ้นพร้อมกับสถานการณ์ตึงเครียดในอิรัก ซึ่งขณะนี้สถานทูตออสเตรเลียในกรุงแบกแดดอยู่ในระหว่างการระมัดระวังขั้นสูงสุด   เจ้าหน้าที่สถานทูตเริ่มทำการขนย้ายหรือทำลายเอกสารสำคัญ เพื่อป้องกันข้อมูลที่หวั่นไหวตกไปอยู้ในมือของกองกำลังญิฮาด หากพวกเขาสามารถยึดเมืองหลวงได้

แหล่งข่าวกรองเปิดเผยว่าชาวออสเตรเลียนับถือศาสนาอิสลามได้เข้าร่วมกองกำลัง ISIL และกองกำลัง Jibhat al-Nusra เป็นประเดิมจำนวน 12 คนในเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา

ขณะนี้จำนวนชาวออสเตรเลียเข้าร่วม ISIL ในซีเรียไม่เป็นที่แน่นอน แต่สามารถตรวจพบว่ามีชาวออสเตรเลียจำนวนกว่า 300 คนได้ลักลอบเข้าซีเรียโดยผ่านชายแดนตุรกีและเลบานอน นอกจากชาวออสเตรเลียแล้วยังมีคนหนุ่มสาวในอีกหลายประเทศที่เดินทางไปร่วมรบกับ ISIL เช่นจากสหรัฐ, ประเทศในยุโรป, ประเทศในกลุ่มอิสลาม หรือแม้กระทั่งจากกัมพูชา

องค์กรก่อการร้าย ISIL ได้ใช้ธงสีดำของกลุ่มก่อการร้าย al-Qaeda นำมาเป็นสัญลักษณ์ในการสู้รบ

ส่วนหนึ่งของหนังสือพิมพ์หลายฉบับที่เสนอข่าวการสู้รบในซีเรียและอิรัก

ส่วนหนึ่งของหนังสือพิมพ์หลายฉบับที่เสนอข่าวการสู้รบในซีเรียและอิรัก



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , ,

Leave a Reply

%d bloggers like this: