
งานวิจัยชิ้นใหม่ชี้ ประชากรพื้นเมืองของออสเตรเลียก่อนปี ค.ศ. 1788 มีจำนวนมากกว่าที่เคยเชื่อกันไว้ก่อนหน้านี้ถึง 7 เท่า : เครดิตภาพสำนักข่าว ABC
16 ก.ย. 2026 งานวิจัยชิ้นใหม่โดยทีมนักวิชาการระดับชาติพบว่า ชาวพื้นเมืองอะบอริจินและชาวเกาะทอร์เรสอาศัยอยู่บนทวีปออสเตรเลียประมาณ 2.2 ล้านคน ก่อนที่ชาวอังกฤษเข้ามาตั้งอาณานิคมในปี ค.ศ. 1788
จากตัวเลขประชากรที่ได้รับการปรับปรุงใหม่และการเปรียบเทียบกับบันทึกสำมะโนประชากรในยุคแรก ๆ นักวิจัยประมาณว่า ประชากรคนพื้นเมืองลดลงมากกว่าสองล้านคนในระหว่างปี 1788 ถึง 1861
ศาสตราจารย์ Corey Bradshaw ผู้เชี่ยวด้านนิเวศวิทยาโลกแก่งมหาวิทยาลัยฟลินเดอร์ส (FU) ผู้ร่วมนำงานวิจัยดังกล่าวว่า ผลการวิจัยได้พบถึงขนาดความรุนแรงของการล่มสลายทางประชากรที่ชนเผ่าพื้นเมืองต้องเผชิญ
นักวิจัยเชื่อว่า การลดลงของประชากรน่าจะมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น โรคติดต่อที่ถูกนำเข้ามาโดยคนผิวขาว การสู้รบกันระหว่างชนเผ่าพื้นเมืองกับผู้เข้ามาใหม่ การขาดสารอาหาร การถูกยึดครองที่ทำกิน และผลกระทบอื่น ๆ จากการล่าอาณานิคม
ศ. Bradshaw กล่าวว่า ทีมวิจัยได้พึ่งพาแนวทางที่เป็นอิสระต่อกัน 3 แนวทาง ได้แก่ ข้อมูลทางโบราณคดี, พันธุศาสตร์และการจำลองสภาพแวดล้อม แทนที่จะพึ่งพาบันทึกทางประวัติศาสตร์เป็นหลัก
เขากล่าวว่า แนวทางนี้มีความเอนเอียงและช่องว่างในบันทึกทางประวัติศาสตร์น้อยกว่า และแต่ละวิธีก็ให้ผลลัพธ์การประมาณการที่สอดคล้องกันเป็นอย่างดี
ในยุคปัจจุบัน ประชากรชนเผ่าพื้นเมืองในออสเตรเลียมีจำนวนเติบโตขึ้นตั้งแต่ทศวรรษ 1950 และคิดเป็นร้อยละ 3.2 ของประชากรทั้งหมดจากการสำมะโนประชากรในปี 2021 โดยมีจำนวนเกือบ 813,000 คน
เมื่อคำนวณจากอัตราการเติบโตในปัจจุบัน ผลการศึกษาคาดว่าประชากรกลุ่มชนเผ่าพื้นเมืองจะยังไม่กลับไปมีจำนวนเท่ากับช่วงก่อนยุคอาณานิคม จนกว่าจะถึงช่วงประมาณปี ค.ศ. 2047
jingjonews ขออนุญาตแอบเสนอข่าวโดนย่อเพื่อกันห่างเหิน ก่อนกลับมาเสนอข่าวสมบูรณ์แบบอีกใน 15 วัน
Categories: ข่าวออสเตรเลีย
Leave a Reply