🐟 ปรากฎการณ์ ‘sardinemaxxing’ ทำคนแห่ซื้อปลากระป๋องจากซูเปอร์มาร์เก็ต

ปรากฎการณ์ ‘sardinemaxxing’ ได้ทำให้ปลาซาร์ดีนกระป๋องถูกกว้านซื้อจนชั้นวางสินค้าตามซูเปอร์มาร์เก็ตในออสเตรเลียงว่างเปล่า – แต่ความเสี่ยงที่แท้จริงอาจไม่ใช่สิ่งที่คุณคิด : ภาพใส่ฟิลเตอร์ ต้นฉบับ TikTok

30 ส.ค. 2026 โปรดสังเกตชั้นวางขายปลาซาร์ดีนกระป๋องตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วออสเตรเลียช่วงนี้ร่อยหรอ หรือบางแห่งหมดเกลี้ยง อันเป็นผลมาจากคอนเทนต์ใน TikTok ที่กลายเป็นไวรัลถึงปลากระป๋องที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารที่เสนอขายในราคาถูก แค่เหรียญเดียว

อินฟูลเอ็นเซอร์ได้ใช้คำว่า ‘sardinemaxxing’ ลงใน TikTok ได้แพร่กระจายในหมู่ผู้บริโภคชาวออสซี่ตามที่โฆษณาว่า ปลาซาร์ดีนมีสารอาหารเพื่อสุขภาพและความงามที่มีควรพลาด อินฟลฯบางรายถึงกับอ้างว่ามันคือ ‘โบท็อกซ์บนช้อน’ มีสรรพคุณที่เป็นประโยชน์ต่อผิวพรรณ, เส้นผม, มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระและความชรา

(หมายเหตุ ‘sardinemaxxing’ เป็นคำสแลงที่ใช้ในสื่อสังคมออนไลน์โดยเฉพาะ TikTok หมายถึงการรับประทานปลาซาร์ดีนให้มากที่สุดหรือบ่อยที่สุดจะทำให้สุขภาพดีและช่วยเสริมความงามให้กับผู้รับประทาน

เป็นการสนธิระหว่างคำว่า sardine กับคำว่า maximize แสดงถึงการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างสุดชีดเพื่อพัฒนาตัวเองตามเป้าประสงค์ คำนี้ถูกใช้มาก่อนอย่างเช่น proteinmaxxing และ sleepmaxxing เป็นต้น)

แต่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า แนวโน้มนี้ก่อให้เกิดคำถามที่แท้จริงว่า ปลาซาดีนเหล่านี้มาจากไหน และจะเกิดอะไรขึ้นหากกระแสความนิยมได้แพร่กระจายไปยังอาหารทะเลอื่นๆ

ปลาซาร์ดีนได้กลายเป็นสินค้าชำล่าสุดที่ถูกขับเคลื่อนในสื่อสังคมออนไลน์ชักชวนให้ผู้บริโภคซื้อในประมาณมาก เช่นเดียวกับในปีที่ผ่านมาเนยแข็งคอทเทจชีต (cottage cheese) และนมเปรี้ยวกรีกโยเกิร์ต (Greek yoghurt) ต่างได้รับความนิยมอย่างมากในฐานะของ ‘proteinmaxxing’ อาหารที่ให้โปรตีนสูง

อาจารย์ Lisa Asher ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าปลีกและซูเปอร์มาร์เก็ตประจำภาควิชาบริหารธุรกิจมหาวิทยาลัยซิดนีย์ (USYD) กล่าวว่า รูปแบบนี้ขับเคลื่อนโดยการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมอินฟลูเอ็นเซอร์กับกระแสรักสุขภาพ

ข่าวออนไลน์สำนักข่าว SBS วันที่ 30 สิงหาคม 2026 พาดหัวข่าว ‘การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ : สิ่งที่คุณอาจพบว่า มันได้หายไปจากซูเปอร์มาร์เก็ตออสเตรเลีย’

นาย Adrian Meder ผู้จัดการโครงการอาหารทะเลที่ยั่งยืนของสมาคมอนุรักษ์ทางทะเลแห่งออสเตรเลีย (AMCS) กล่าวว่า ประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นถึงความนิยมทางวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหันในการบริโภคอาหารทะเลชนิดใดชนิดหนึ่ง สามารถสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง อย่างเช่นซูปหูฉลาม (ครีบฉลาม), ปิงทะเลและการจับปลาทูน่าบางชนิด ทำให้สายพันธุ์ของพวกมันตกอยู่ในความเสี่ยงเนื่องจากปริมาณความต้องการสูงกว่าการทดแทน

เขากล่าวว่า อิทธิพลของสื่อฯออนไลน์สามารถก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคอย่างรวดเร็วและรุนแรง

อย่างไรก็ตามสำหรับความต้องการบริโภคปลาซาร์ดีนกระป๋องที่เพิ่มขึ้นครั้งนี้ ยากต้องการศึกษาถึงผลกระทบ เนื่องจากปลากระป๋องที่วางขายในออสเตรเลียล้วนนำเข้าจากต่างประเทศทั้งสิ้น

อาจารย์ Jonathan Smart นักวิจัยอาวุโสของมหาวิทยาลัยเจมส์คุก (JCU) กล่าวถึงข้อมูลที่เพิ่งออกมาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ออสเตรเลียอยู่ในอันดับที่ 52 ของโลกในการผลิตอาหารทะเล แม้จะมีพื้นที่น่านน้ำสำหรับจับปลาประมาณ 8 ล้านตารางกิโลเมตรก็ตาม

แต่อาหารทะเลส่วนใหญ่ของออสเตรเลียกลับนำเข้าจากจากต่างประเทศ ทั้งที่ออสเตรเลียเป็นแหล่งสัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

(ขออนุญาตออกนอกเรื่อง นอกจากสัตว์น้ำแล้ว ออสเตรเลียยังมีแหล่งแร่ธาตุหาย (rare earth element) ในประมาณสูง เป็นที่ต้องการสูงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง แต่เมื่อขุดได้ก็รีบส่งไปถลุงในประเทศโลกที่สามทันที เพราะต้องใช้สารเคมีเข้มข้นในประมาณมากเพื่อการสกัดแร่ออกมา จะส่งไปที่ประเทศไหนบ้าง ค้นหากันเอาเองครับ)

อย่างไรก็ตามอ. Smart กล่าวว่า ปลาซาร์ดีนเป็นปลาขนาดเล็กเติบโตรวดเร็ว มีอายุสั้น แต่มีอัตราการทดแทนสูง ทำให้พวกมันสามารถดำรงวงจรชีวิตอยู่ได้ แม้มีการทำประมงอย่างหนักได้ในระดับหนึ่ง

เขากล่าวว่า เนื่องจากมีปริมาณการเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตได้ถูกขับเคลื่อนโดยเงื่อนไขของสิ่งแวดล้อม เช่นปรากฎการณ์ของน้ำส่วนลึกใต้มหาสมุทรที่เย็นจัดและอุดมด้วยสารอาหารเอ่อขึ้นมาแทนที่ผิวน้ำ จึงทำให้การประมงปลาซาร์ดีนและปลากะตัก (anchovy) เป็นหนึ่งในอุตาสาหกรรมประมงค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

 

jingjonews.com
เนื่องจากการเพิ่มการปิดกั้นการมองเห็นจากบริการทางอินเทอร์เน็ต ท่านสามารถอ่านข่าว jingjonews ในแต่ละวันได้ด้วยการเข้า Google แล้วพิมพ์ ‘jingjonews’ หรือ ‘จิงโจ้นิวส์’



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , ,

Leave a Reply

Discover more from jingjonews

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading