
บิ๊กสหภาพแรงงานได้ออกมาเรียกร้องให้นายจ้างปรับสภาพการทำงาน เพื่อแบ่งปันผลประโยชน์ที่ได้รับจากปัญญาประดิษฐ์ ด้วยการทำงานสัปดาห์ละ 3 วัน : ภาพใส่ฟิลเตอร์ ต้นฉบับสำนักข่าว ABC
4 มิ.ย. 2026 ผู้นำสหถาพแรงงาน ได้ออกมาเรียกร้องให้นายจ้างแบ่งปันผลกำไรจากการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาให้กับพนักงาน ด้วยการลดการทำงานลงเหลือ 3 วันต่อสัปดาห์ (แต่ค่าแรงเพิ่มขึ้น)
นาง Sally McManus เลขาธิการสหภาพแรงงานใหญ่ออสเตรเลีย (ACTU หรือสภาสหภาพแรงงานแห่งออสเตรเลีย) กล่าวว่าผลประโยชน์จากเทคโนโลยีควรไหลมาสู่พนักงานเช่นเดียวกับธุรกิจ ไม่ใช่ทำเพื่อผลกำไรของบริษัทแต่ฝ่ายเดียว
เธอกล่าวว่า “การเคลื่อนไหวของสหภาพไม่ได้บอกว่า AI เป็นสิ่งเลวร้าย มันอาจเป็นสิ่งที่วิเศษมากๆ ทีเดียวก็เป็นไปได้”

ข่าว X (ทวิตเตอร์) หนังสือพิมพ์ The Daily Mail วันที่ 4 มิถุนายน 2026 พาดหัวข่าว ‘เรียกร้องให้ออสเตรเลียปรับใช้การทำงานสัปดาห์ละสามวัน ท่ามกลาง AI ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานอย่างรวดเร็ว’ / สตรีขวามือคือนาง Sally McManus
นาง McManus กล่าวว่า “เราอยากเห็นมันเกิดขึ้นในประเทศนี้ และเราอยากเห็นเวลาที่งานได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น เราสามารถเก็บภาษีบริษัทเหล่านี้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง และเราสามารถแบ่งปันผลประโยชน์ และเราทุกคนสามารถทำงานสามวันต่อสัปดาห์”
เธอยังเตือนบริษัทนายจ้างว่า จำเป็นต้องปรึกษากับลูกจ้างก่อนที่จะนำเอาระบบ AI มาใช้
และย้ำว่า “กฎหมายระบุว่า คุณจะต้องจัดให้มีการปรึกษาเมื่อคุณนำความเปลี่ยนแปลงเข้ามาใช้ ซึ่งความเปลี่ยนแปลงนั้นจะส่งผลกระทบต่อทักษะและอาชีพการงานของลูกจ้างในอนาคต และสิ่งที่จำเป็นต้องใช้ในอนาคตอีกด้วย”
ซือเจ้ McManus ในอนาคตอาจเข้าสู่วงการเมืองและอาจก้าวหน้าถึงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะอดีตนายกรัฐมนตรีที่เคยเป็นเลขาธิการสหภาพ ACTU ก็มีจำนวนไม่น้อย เธอกล่าวตบท้ายว่า ‘ดังนั้นคุณจำเป็นต้องปรึกษาหารือกันก่อนที่จะนำ AI มาใช้ จบไหมคะ!”

ข่าวออนไลน์สำนักข่าว ABC วันที่ 4 มิถุนายน 2026 พาดหัวข่าว ‘แม้ AI จะทำให้ตลาดแรงงานหางานยากขึ้น แต่บางงานอาจมีความต้องการ(AI)เพิ่มขึ้นสูง’ / สตรีในภาพคือนาง Lisa Harmer เธอเพิ่งถูกปลดออกจากงานการสื่อสารและการตลาด เพราะบริษัทนำ AI เข้ามาทำงานแทนเธอ
นาย Andrew Charlton รัฐมนตรีดูแลงานด้านเทคโนโลยีของรัฐบาลกลางกล่าวว่า ชาวออสเตรเลียรู้สึกอึดอัดกับเทคโนโลยีที่ถูกยัดเยียดมาใช้แทนแรงงานคน แทนที่จะนำมาใช้เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับพวกเขา
เขาเตือนว่า ผลประโยชน์จาก AI มักไหลออกนอกประเทศไปยังบริษัทขนาดใหญ่ในจำนวนไม่กี่บริษัท ในขณะที่ผลเสียตกอยู่กับคนท้องถิ่น
ชาวออสเตรเลียหลายคนมีความกังวลในเรื่องนี้ ด้วยความเคลือบแคลนสงสัยเพิ่มขึ้นว่า ‘ธุรกิจต่างๆ ที่นำ AI มาปรับใช้ก็เพื่อทำงานแทนคนงานและลดต้นทุนการผลิตและบริการ’
ผลการสำรวจโดยมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น (UoM) และสำนักสอบบัญชี KPMG จากการสำรวจประชากรตัวอย่างกว่า 48,000 คนใน 47 ประเทศ พบว่ามีชาวออสเตรเลียเพียง 30% เท่านั้นที่เชื่อว่า ‘ประโยชน์ของ AI มีมากกว่าความเสี่ยง’
‘และความกังวลว่า ปัญญาประดิษฐ์กำลังแสดงให้เห็นผลกระทบในตลาดแรงงานมากขึ้นเรื่อยๆ’
#ขณะที่ AI ขยายตัวอย่างรวดเร็ว บริษัทขนาดใหญ่ทั่วโลกกำลังปรับโครงสร้างแรงงานและลงทุนหลายหมื่นล้านเหรียญลงไปในเทคโนโลยีอัตโนมัติ
ในสหรัฐอเมริกา Goldmen Sachs ยักษ์ใหญ่ทางธนกิจและบริการทางการเงินที่มีสาขาทั่วโลกทำนายว่า ภายในปี 2045 จะมีบริษัทอย่างน้อย 50% ใช้แรงงาน AI เต็มจำนวน ที่จะส่งผลกระทบต่อแรงงานมนุษย์ประมาณ 300 ล้านคน
ในออสเตรเลีย ความรู้สึกนี้ได้เกิดขึ้นในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เมื่อนาย Mike Cannon-Brookes มหาเศรษฐีสิบอันดับแรกของประเทศและผู้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยี Atlassian ได้ประกาศจะปลดคนงานด้าน IT ออกเป็นจำนวน 1,600 คน ด้วยการใช้ AI เข้าทำงานแทนที่
ในขณะที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งออสเตรเลีย หรือ ASX เปิดเผยว่า WiseTech Global บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโลจิสติกส์ซอฟต์แวร์ได้ประกาศแผนปลดแรงงานพนักงาน IT ประมาณ 2,000 คน หรือหนึ่งในสามของแรงงานทั้งหมด ในช่วงสองปีข้างหน้า

jingjonews.com
เนื่องจากการเพิ่มการปิดกั้นการมองเห็นจากบริการทางอินเทอร์เน็ต ท่านสามารถอ่านข่าว jingjonews ในแต่ละวันได้ด้วยการเข้า Google แล้วพิมพ์ ‘jingjonews’ หรือ ‘จิงโจ้นิวส์’
Categories: ข่าวออสเตรเลีย
Leave a Reply