
โรงพยาบาลเด็ก The Royal Children’s Hospital ในนครเมลเบิร์นจะทำการปลูกถ่ายไขกระดูกให้ JJ เด็กหญิงวัย 15 ปี หลังศาลฏีกามีคำสั่ง แม้ตัวเธอและมารดาไม่ต้องการก็ตาม : ภาพใส่ฟิลเตอร์ ต้นฉบับ BG&E
21 พ.ค. 2026 ข่าวนี้เป็นข่าวกรณีตัวอย่าง ที่เมืองไทยบ้านเราน่าจะยังไม่เคยเป็นข่าว เป็นข่าวศาลฎีกาในรัฐวิกตอเรียมีคำสั่งให้เด็กหญิงวัย 15 ปี เข้ารับการบำบัดรักษาโรคมะเร็ง แม้จะขัดความต้องการของเธอและมารดา หลังจากโรงพยาบาลนำเรี่องขึ้นฟ้องสู่ศาล
เด็กหญิงผู้ซึ่งถูกศาลระบุชื่อในการพิจารณาคดีว่า JJ ได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวเฉียบพลันขนิด B-cell ในปี 2022 เธอได้เข้ารับการรักษาตัวด้วยวิธีเคมีบำบัดและภูมิคุ้มกันบำบัดที่โรงพยาบาลเด็ก The Royal Children’s Hospital ในนครเมลเบิร์นจนมีอาการปกติ
อย่างไรก็ตามในเดือนสิงหาคมปี 2024 เธอได้ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดทุติยภูมิ ที่เรียกว่าเนื้องอกระบบไมอิลอยด์ (myeloid neoplasm) ที่เกี่ยวข้องกับการบำบัดรักษา
แพทย์ได้แนะนำให้ทำการรักษาด้วยวิธีการปลูกถ่ายเซลต้นกำเนิดเม็ดเลือด หรือที่เรียกกันว่า ‘การปลูกถ่ายไขกระดูก’ ถ้าไม่ทำเธอจะมีโอกาสมีชีวิตรอดอยู่ได้ไม่เกิน 5% เท่านั้น
แต่ทั้ง JJ และมารดาของเธอปฏิเสธข้อเสนอแผนการรักษา เนื่องจาก JJ เชื่อว่า ‘การรักษามีความร้ายแรงกว่าเป็นมะเร็ง’ ในขณะที่ีมารดาของเธอซึ่งตามบันทึกของศาลระบุชื่อว่า HH เชื่อว่า ‘การรักษาขั้นสุดท้าย ควรเป็นพระเจ้า ไม่ใช่โรงพยาบาล’
หลังจากได้รับคำปฏิเสธ คณะแพทย์ได้ยื่นเรื่องเป็นกรณีฉุกเฉินต่อศาลฎีการัฐวิกตอเรียขออำนาจศาลในการให้อำนาจโรงพยาบาลทำการปลูกถ่ายภายใต้กฎหมายให้รัฐทำหน้าที่เสมือนบิดามารดา
ทั้ง HH และ JJ ได้ต่อสู้ในชั้นศาล โดยมีบิดาที่แยกทางกันของ JJ ให้การสนับสนุน

ข่าวเฟซบุ๊ก 7 News วันที่ 21 พ.ค. 2026 พาดหัวข่าว ‘ศาลสั่งให้เด็กหญิงเข้ารับการบำบัดรักษาโรคมะเร็ง แม้จะขัดกับความต้องการของเธอ’
ต่อมาแพทย์ตรวจพบการติดเชื้อครั้งที่สองในปี 2024 หนนี้ต้องทำการบำบัดด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูก โดยพบว่าพี่ชาย (หรือน้องชาย) ของเธอมีไขกระดูกที่เข้ากับของ JJ แต่ HH ปฏิเสธที่จะอนุญาตให้การบำบัดรักษาดำเนินต่อไปในเดือนธันวาคมปี 2024
หลังจากไม่ได้รับการรักษามาเป็นเวลา 5 เดือน JJ มีอาการกำเริบในเดือนพฤษภาคมปี 2025 และได้รับการรักษาด้วยวิธี ‘เคมีบำบัดผยุงชีพ’ เป็นจำนวนสองรอบ ในปัจจุบัน JJ อยู่ในอาการทุเลาลง แต่เนื้องอกระบบไมอิลอยด์ยังคงมีอยู่ในไขกระดูกของเธอ
ซึ่งแพทย์ต้องการความยินยอมในการปลูกถ่ายไขกระดูกครั้งที่สอง แต่ HH กล่าวกับแพทย์ว่า เธอเชื่อว่าบุตรสาวของเธอหายดีแล้ว และเธอเชื่อในเรื่องของจิตวิญญาณที่จะส่งผลต่อผู้เชื่อถือในเรื่องนั้นๆ
หลังจากที่ HH ไม่ไปตามนัดเพื่อปรึกษาแผนการรักษา JJ เป็นจำนวนหลายครั้ง ในที่สุดเธอได้ส่งข้อความถึงพยาบาลที่ปรึกษาว่า JJ ได้มาถึงขั้น ‘การรักษาขั้นสุดท้าย’ ต่อไปจะ ‘ผ่านทางพระเจ้า ไม่ใช่โรงพยาบาล’ พร้อมกับข้อความว่า ‘พระโลหิตอันมีค่าของพระเยซูเจ้า’ กับ ‘การชำระล้างปีศาจร้ายไปจากร่างกายของ JJ’
HH แสดงความไม่พอใจโรงพยาบาลต่อการติดต่อสามีที่แยกกันอยู่ ผู้เป็นบิดาของ JJ
ในวันพิพากษาคดีในวันที่ 9 เมษายน ผู้พิพากษาหญิง Andrea Tsalamandris พบว่า JJ ยังขาดวุฒิภาวะที่จะตัดสินใจอย่างรอบครอบเกียวกับการดูแลรักษาตนเอง

jingjonews.com
เนื่องจากการเพิ่มการปิดกั้นการมองเห็นจากบริการทางอินเทอร์เน็ต ท่านสามารถอ่านข่าว jingjonews ในแต่ละวันได้ด้วยการเข้า Google แล้วพิมพ์ ‘jingjonews’ หรือ ‘จิงโจ้นิวส์’
Categories: ข่าวออสเตรเลีย
Leave a Reply