
Sผู้เชี่ยวชายด้านสัตว์ป่าได้ขอให้ผู้คนหยุดให้อาหารนกแม็กพาย พร้อมทั้งอธิบายถึงอันตรายที่พวกเขาได้กระทำต่อนกเหล่านี้โดยไม่ตั้งใจ : ภาพใส่ฟิลเตอร์ ต้นฉบับ Getty ผ่าน NewsWire และ Yahoo News
17 พ.ค. 2026 ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่าได้แชร์ภาพนกแม็กพายจะงอยปากหักที่ชวนหดหู่ เพื่อกระตุ้นให้ชาวออสเตรเลียหยุดให้อาหารมนุษย์ต่อสัตว์ตามธรรมชาติ
นาย Keith Porteous จากหน่วยช่วยซีวิตสัตว์พื้นเมืองของพื้นที่โกลด์โคสต์ในรัฐควีนสแลนด์ที่รู้จักทางออนไลน์ว่า ‘The Wildlife Rescuer’ กล่าวว่า ผู้คนให้อาหารสัตว์ป่าเพราะพวกเขาคิดว่า มันเป็นการช่วยให้สัตว์ป่าได้กินอาหาร แต่แท้จริงแล้วการกระทำที่ดูไม่เป็นอันตรายกลับร้ายแรงกว่าที่พวกเขาคิดอย่างมหันต์
“ถือเป็นเรื่องไม่ปกติที่ได้เห็นสัตว์ตามธรรมชาติกินเนื้อสับหรือขนมปังจากมือของมนุษย์ แม้อาหารจะไม่มียาพิษ แต่มันได้ก่ออันตรายอย่างใหญ่หลวง”
เนื่องจากอาหารขยะอย่างขนมปัง, เนื้อสับ, บิสกิต, ขนมเคี้ยวกรอบ และอื่นๆ แท้จริงให้ผลเชิงลบต่อนก เพราะมันไม่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์อย่างที่พวกมันหาได้ตามวิถีชีวิตของพวกมัน
ดังนั้นเมื่อนกแม็กพายกินอาหารที่มนุษย์ยื่นให้เข้าไปในท้องจนอิ่ม พวกมันจะพลาดอาหารที่มีประโยชน์ต่อพวกมันนั่นเอง

ข่าวออนไลน์ Yahoo News วันที่ 16 พฤษภาคม 2026 พาดหัวข่าว ‘หยุด : คำเตือนเกี่ยวกับความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ในสวนหลังบ้านที่ดูเหมือนไม่มีอันตราย แต่มันได้ทำร้ายสัตว์สัญลักษณ์ของออสเตรเลีย’
นาย Porteous กล่าวว่า ในขณะที่ฤดูกาลขยายพันธุ์ของนกแม็กพายกำลังใกล้เข้ามา ซึ่งตกในราวเดือนมิถุนายนถึงธันวาคมของทุกปี ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่นกสมควรได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์สำหรับพวกมัน
การกินอาหารที่มีประโยชน์จะส่งผลต่อการผลิตไข่ที่สมบูรณ์ มิฉะนั้นโรคผิดปกติเกี่ยวกับกระบวนการสร้างและสลายกระดูก (MBD) สามารถนำไปสู่ไข่ไม่ฟักเป็นตัว หรือลูกนกฟักออกมาพิการหรืออ่อนแอ
เขากล่าวว่า ไข่นกแม็กพายที่พร้อมขยายพันธุ์ เปลือกของมันต้องมีความสมบูรณ์ด้วยแคลเซียมบริสุทธิ ครอบคลุมอัลบูเมน (ไข่ขาว) ซึ่งทำหน้าที่เป็นเบาะรองรับแรงกระแทกที่อุดมไปด้วยโปรตีน และไข่แดงที่อุดมไปด้วยสารอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงตัวอ่อน

jingjonews.com
เนื่องจากการเพิ่มการปิดกั้นการมองเห็นจากบริการทางอินเทอร์เน็ต ท่านสามารถอ่านข่าว jingjonews ในแต่ละวันได้ด้วยการเข้า Google แล้วพิมพ์ ‘jingjonews’ หรือ ‘จิงโจ้นิวส์’
Categories: ข่าวออสเตรเลีย
Leave a Reply