⚡️🚗 สงครามตะวันออกกลางส่งผลคนออสซี่แห่ซื้อรถ EV เพิ่มขึ้น

สงครามตะวันออกกลางทำน้ำมันแพงและขาดแคลนทั่วโลก ส่งผลให้เจ้าของธุรกิจและคนออสซี่ทั่วไปหันมาใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าแทน : ภาพใส่ฟิลเตอร์ ต้นฉบับสำนักข่าว AAP

28 มี.ค. 2026 สงครามในตะวันออกกลางได้ส่งผลให้รถยนต์ใช้พลังงานไฟฟ้าในตลาดออสเตรเลียที่เคยตกต่ำถึงขนาดขายไม่ออก (ดังตัวอย่างข่าว jingjonews ในหัวข้อข่าว ‘ชาวบ้านไม่พอใจรถ EV ขายไม่ออกถูกนำมาจอดทิ้งไว้ที่ลานจอดรถใกล้บ้าน’ ลงวันที่ 22 ตุลาคม 2025) กำลังเป็นที่ต้องการมากขึ้นเพื่อแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลนและมีราคาสูง

ข้อมูลจากธนาคาร National Australia Bank (NAB) เปิดเผยว่ายอดเงินกู้เพื่อซื้อรถพลังงานไฟฟ้าหรือ EV ได้เพิ่มขึ้นเท่าตัวในเดือนมีนาคม นับจากสหรัฐและอิสราเอลร่วมมือกันก่อสงครามกับอิหร่านมาตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์เป็นต้นมา

โดยพบว่า ยอดการขอสินเชื่อเพื่อซื้อรถ EV ได้เพิ่มขึ้น 88% โดยพบว่ากลุ่มผู้ซื้อส่วนใหญ่เป็นเจ้าของธุรกิจ ตามด้วยบุคคลทั่วไป

ข่าวเฟซบุ๊ก 7 News พาดหัวข่าว ‘ความต้องการรถพลังงานไฟฟ้าได้พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงและรวดเร็วในขณะราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น’

ผลจากสงครามทำให้ราคาน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลถีบตัวสูงขึ้นในเดือนมีนาคม หลังจากอิหร่านโต้ตอบด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ จุดตรวจเส้นทางผ่านของแหล่งผลิตน้ำมัน 1 ใน 5 ของโลก

ตามข้อมูลของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าและคุ้มครองผู้บริโภค (ACCC) ระบุว่า ผลของสงครามทำให้น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วในออสเตรเลียเพิ่มขึ้นระหว่าง 61% ถึง 92% นับจากราคาในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ในขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว

ทวีปเอเชียจัดหาน้ำมันดิบกว่าครึ่งหนึ่งจากตะวันออกกลาง และออสเตรเลียมีโรงงานกลั่นน้ำมันเพียงสองแห่งในประเทศ โดยกว่าครึ่งหนึ่งนำเข้าจากหุ้นส่วนการค้าในเอเชียที่รวมถึงสิงคโปร์, เกาหลีใต้และมาเลเซีย

ในขณะที่สหรัฐและอิหร่านดูเหมือนจะติดหล่มตัวเอง ในการหาข้ออ้างยุติการสู้รบ ธุรกิจขนาดใหญ่และขนาดเล็กในออสเตรเลียจึงมองหาทางรับมือกับการป้องกันกำไรของพวกเขาในอนาคต

การเปลี่ยนมาใช้รถ EV จึงเป็นทางออกสำหรับพวกเขา

ข่าวออนไลน์สำนักข่าว SBS วันที่ 28 มีนาคม 2026 พาดหัวข่าว ‘การกู้เงินเพื่อซื้อรถ EV เพิ่มขึ้นสองเท่า ไปพร้อมกับผู้ขับรถยนต์หลีกเลี่ยงราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น’

จากการสำรวจของบรรษัท NRMA พบว่า ผู้ใช้รถยนต์ใช้น้ำมัน ได้เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถยนต์ของตนเอง โดยกว่าครึ่งหนึ่งของชาวออสเตรเลียได้ลดการใช้รถใช้น้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลลงนับจากราคาเชื้อเพลิงถีบตัวสูงขึ้นในเดือนมีนาคม

NRMA พบว่า ประมาณ 1 ใน 8 ของชาวออสเตรเลียได้เปลี่ยนมาเป็นการเดินเท้าหรือใช้ระบบขนส่งสาธารณะแทน

ทางด้านนาย Chris Bowen รัฐมนตรีพลังงานของรัฐบาลกลางได้แถลงต่อรัฐสภากลางถึงเรือขนส่งน้ำมันมายังออสเตรเลียได้แจ้งการยกเลิกจำนวน 6 เที่ยว ทำให้ต้องหาทางเลือกอื่นทดแทนได้แล้ว (had been)

พร้อมแจ้งว่า ปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศ โดยน้ำมันเบนซินอยู่ที่ 36 วัน, น้ำมันดีเซลอยู่ที่ 32 วันและน้ำมันเครื่องบินอยู่ที่ 29 วัน

เขากล่าวว่า ณ ขณะนี้สถานีบริการน้ำมัน 332 แห่งทั่วประเทศไม่มีน้ำมันดีเซลบริการ และปั๊มน้ำมัน 177 แห่งทั่วประเทศไม่มีน้ำมันเบนซินบริการ

 

jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com (งดใช้)
จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตุถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสารบทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , ,

Leave a Reply

Discover more from jingjonews

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading