
หนังสือพิมพ์ The Sun Herald ฉบับ 17 ธันวาคม 2025 พาดหัวข่าว ‘การเสียสละครั้งสุดท้าย : ความกล้าหาญที่เหลือเชื่อของสองสามีภรรยา(ภาพใหญ่)และชายจากเมลเบิร์นถูกสังหารหลังจากเข้าเผชิญหน้ากลับผู้ก่อการร้าย’
17 ธ.ค. 2025 ในวันนี้หนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับยังคงขึ้นหน้าหนึ่งเหตุการณ์ก่อการร้ายและ/หรือสังหารหมู่ที่ชายหาด Bondi ซึ่ง jingjonews ขอหยิบข่าวจากเฟซบุ๊กมาเอ่ยถึงในบางเรื่อง และถือโอกาสแก้ไขข้อมูลข่าวที่มีความคลาดเลื่อนจากที่เคยเสนอไปดังนี้
@@@@@@@@@@@

ข่าวเฟซบุ๊กสำนักข่าว ABC วันที่ 17 ธันวาคม 2025 พาดหัวข่าว ผู้ถูกกล่าวหายิงใส่ฝูงชนที่หาด Bondi เจอข้อหาจำนวน 59 คดี
นาย Naveed Akram วัย 24 ปีหนึ่งในสองผู้ร่วมก่อเหตุสังหารหมู่ผู้ร่วมงาน Hanukkah ของชุมชนชาวยิวที่หาด Bondi หลังจากฟื้นจากอาการโคม่าเมื่อวานนี้ เขาได้ถูกตำรวจอ่านข้อกล่าวหาให้รับทราบทันทีจำนวน 59 คดีประกอบด้วย
-ฆาตกรรม 15 คดี
-ก่อการก่อการร้าย 1 คดี
-ยิงปืนในที่สาธารณะ 1 คดี
-แสดงสัญลักษณ์การก่อการร้ายในที่สาธารณะ 1 คดี
-วางระเบิดใกล้อาคาร, โดยมีวัตุประสงค์ก่อให้เกิดอันตราย 1 คดี
-ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บโดยเจตนาฆ่าจำนวน 40 คดี
@@@@@@@@@@

ข่าวเฟซบุ๊กสำนักข่าว ABC วันที่ 17 ธันวาคม 2025 รายงานเหตุการณ์วีรบุรุษคู่แรกที่ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต
ก่อนที่จะเกิดเหตุนาย Ahmed Al Ahmed ฮีโร่ผู้ลี้ภัยชาวซีเรียนับถือมุสลิมเข้าแย่งปืนจากนาย Sajid Akram ได้เกิดฮีโร่คู่แรกที่พยายามแย่งปืนจากหนึ่งในสองพ่อลูกผู้ก่อการสังหารหมู่ ซึ่งคลิปเหตุการณ์ถูกนำไปเผยแพร่ในแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ของจีน
คลิปวิดีโอแสดงให้เห็นนาย Boris Gurman วัย 69 ปีนายช่างเครื่องยนต์เกษียณอายุงาน (สวมเสื้อสีม่วง) เข้าแย่งปืนจากนาย Sajid Akram (สวมเสื้อดำกางเกงขาว) ผู้ก่อการร้ายวัย 60 ปี โดยมีนาง Sofia Gurman วัย 61 ปีพนักงานไปรษณีย์ออสเตรเลีย (สวมเสื้อสีฟ้า) ภรรยาของเขายืนดู
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนการสังหารหมู่ เป็นผลให้นายและนาง Gurman ถูกยิงเสียชีวิตเป็นคู่แรก
และขออนุญาตแก้ไขข้อมูลจากที่รายงานไปแล้วว่านาย Al Ahmed เป็นเจ้าของรัานขายผลไม้ รายงานในวันนี้ระบุว่าเขาเป็นเจ้าของร้านขายบุหรี่และยาสูบ ส่วนเงินบริจาคให้เขาผ่าน GoFundMe ถึงวันนี้ผ่าน 2.5 ล้านเหรียญ (52.5 ล้านบาท) ไปแล้ว
@@@@@@@@@@

ข่าวเฟซบุ๊กหนังสือพิมพ์ The Daily Mail วันที่ 17 ธันวาคม 2025 รายงานข่าวชะตากรรมของชายผู้เข้ามาช่วยชายผู้แย่งปืนไปจากผู้ก่อการร้าย
ในเหตุการณ์ที่นาย Ahmed Al Ahmed แย่งปืนมาจากนาย Sajid Akram ตามที่ jingjonews เสนอข่าวไปเมื่อวานนี้ ได้มีนาย Reuven Morrison วัย 61 ปี (คนสวมเสื้อขาวกางเกงดำ) จากนครเมลเบิร์นผู้อพยพมาจากสหภาพโซเวียตในทศวรรษที่ 1970s ได้เดินเข้ามาหยิบก้อนอิฐขว้างใส่นาย Sajid Akram ก่อนที่เขาจะถูกยิงเสียชีวิตไปอีกคน
เขาถูกยกย่องว่าเป็นฮีโร่ของเหตุการณ์อีกคนหนึ่ง
@@@@@@@@@@

ข่าวเฟซบุ๊กหนังสือพิมพ์ The Daily Mail วันที่ 17 ธันวาคม 2023 รายงานเปิดเผยตัวนายตำรวจฮีโร่ผู้สังหารสองพ่อลูกผู้ก่อการร้าย
jingjonews ได้รายงานก่อนหน้านี้ว่า ตำรวจผู้สังหารสองพ่อลูกตระกูล Akram เป็นนายตำรวจสไนเปอร์ แต่แท้จริงแล้วได้รับเปิดเผยในวันนี้มีนามว่านาย Cesar Barraza นายตำรวจลาดตระเวนอาวุโสประจำท้องถิ่นผู้ใช้ปืนพกประจำกายยิงคนร้ายสองพ่อลูก
ขณะปฏิบัติหน้าที่เขาสวมเพียงเสื้อเชิ้ต โดยไม่มีเสื้อเกาะป้องกันกระสุนแต่อย่างใด เพียงแต่อาศัยต้นไม้ช่วยบังกระสุนเท่านั้น
เขาได้ยิงนาย Sajid Akram ผู้พ่อเสียชีวิต และยิงนาย Naveed Akram ผู้ลูกได้รับบาดเจ็บสาหัส ทำให้การสังหารหมู่ยุติลง
@@@@@@@@@@@

ข่าวเฟซบุ๊ก The Nightly ของนสพ. The West Australian วันที่ 17 ธันวาคม 2025 รายงานข่าวผู้เข้ามาเตะปืนไรเฟิลห่างจากมือผู้ก่อการร้าย ก็เป็นผู้ขอลี้ภัยเช่นกัน
หลังจากนาย Reuven Morrison นายตำรวจลาดตระเวนอาวุโสยิงผู้ก่อการร้ายล้มลง ได้มีชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาเตะปืนไรเฟิลออกห่างจากมือของนาย Naveed Akram ผู้ได้รับบาดเจ็บและเข้าช่วยตำรวจในการจับกุมเขา
น.ส. Alison Battisson นักกฎหมายสิทธิมนุษยชนกล่าวว่า ชายดังกลาวเป็นพนักงานขับรถแท็กซี่และเป็นลูกความของเธอ เขาเป็นผู้ขอลี้ภัยจากตะวันออกกลางที่ไม่ต้องการเปิดเผยชื่อ ผู้ซึ่งยังถูกปฏิเสธฐานะอยู่อาศัยถาวรในออสเตรเลีย เนื่องจากเขามีประวัติอาชญากรรม ‘เล็กน้อย’
ขณะเกิดเหตุเขาขับรถแท็กซี่มาถึง Bondi ในตอนค่ำของวันเกิดเหตุอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม ได้ยินเสียงปืนรัวหลายนัด จึงลงจากรถแท็กซี่มาดู มาเห็นเหตุการณ์จึงเข้าช่วยนายตำรวจ
@@@@@@@@@@

ข่าวเฟซบุ๊กสำนักข่าว ABC วันที่ 17 ธันวาคม 2025 รายงานข่าวสองพ่อลูกตระกูล Akram แท้จริงมาจากอินเดียไม่ใช่ปากีสถาน
ตามที่สื่อมวลชนระบุก่อนหน้านี้ว่าสองพ่อลูกตระกูล Akram เป็นผู้ลี้ภัยจากปากีสถาน ได้รับการยืนยันจากสำนักงานตำรวจอินเดียในวันนี้ว่า นาย Sajid Akram เป็นคนเมือง Hyderabad ในรัฐ Telangana ทางใต้ตอนเหนือของประเทศอินเดีย
Sajid ได้เดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดจำนวน 6 ครั้งนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่ออสเตรเลียในปี 1998
เขาไม่มีประวัติอาชญากรรมหรือเกี่ยวข้องกับองค์กรก่อการร้ายใดๆ ในขณะอยู่ในอินเดีย
เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญาตรีในอินเดีย ก่อนเดินทางไปหางานทำในออสเตรเลีย และได้แต่งงานกับสตรีเชื้อสายยุโรป
เขายังคงถือหนังสือเดินทางอินเดีย ในขณะที่นาย Naveed Akram บุตรชายเกิดในออสเตรเลียในปี 2001 และได้รับสัญชาติออสเตรเลีย
jingjonews.com
เนื่องจากการเพิ่มการปิดกั้นการมองเห็นจากบริการทางอินเทอร์เน็ต ท่านสามารถอ่านข่าว jingjonews ในแต่ละวันได้ด้วยการเข้า Google แล้วพิมพ์ ‘jingjonews’ หรือ ‘จิงโจ้นิวส์’
Categories: ข่าวออสเตรเลีย
Leave a Reply