
ป้ายทะเบียนรถหายากของรัฐนิวเซาท์เวลส์ด้วยอักษร ‘X’ มีราคาประเมิน 1 ล้านเหรียญ ถูกขายให้เจ้าของใหม่ในราคาเพียง 238 เหรียญเท่านั้น : ภาพใส่ฟิลล์เตอร์ ต้นฉบับหนังสือพิมพ์ The Daily Telegraph
12 พ.ย. 2025 ป้ายทะเบียนรถหายากมูลค่า 1 ล้านเหรียญได้ถูกเปลี่ยนมือเจ้าของในราคาเพียง 238 เหรียญอันเนื่องจาก ‘ความล้มเหลวของนโยบาย’ ของสำนักงานขนส่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ แถมพลาดแล้วยังพยายามปิดบังเสียอีก
แต่บังเอิญเจ้าของป้ายทะเบียนรถอักษรตัวเดียวไม่ใช่หมูหมาไก่กา แต่เป็นถึงเนติบัณฑิตผู้เป็นเจ้าของป้ายทะเบียนหายากนี้มาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1980s
เจ้าของผู้ซึ่งขอสงวนนามได้อนุญาตให้นาย Chris Heffron เพื่อนสนิทของเขาใช้กับรถของเพื่อนเป็นเวลาหลายปี ก่อนที่เขาไปเห็นป้ายทะเบียน X ของตนติดอยู่กับรถหรูคันหนึ่งขณะวิ่งผ่านย่านทางตะวันออกของนครซิดนีย์ในวันที่ 12 สิงหาคมปี 2022
นาย Heffron ผู้เพื่อนจึงไปที่ Service NSW (สำนักงานแบบบริการครบวงจรของรัฐน.ซ.ว.) ที่สาขา Bondi Junction เพื่อหาคำตอบ
เขาได้รับคำตอบว่าทะเบียนรถ X ของเขาหมดอายุ จึงได้มอบให้กับเจ้าของคนใหม่ แต่สิ่งสำคัญก่อคือ TfNSW (การขนส่งรัฐนิวเซาท์เวลส์) อ้างว่าก่อนที่จะมอบป้ายทะเบียนให้กับเจ้าของคนใหม่ ป้ายทะเบียน X ที่เขาถือครองได้ถูกส่งกลับไปสู่บางอย่างที่เขารูว่าไม่เป็นความจริง
นาย Heffron ได้ทำเรื่องร้องเรียน ทำให้ TfNSW เริ่มทำการสอบสวน แต่สามปีผ่านไปนาย Heffron และเจ้าของตัวจริงก็ยังไม่ได้รับคำตามที่ชัดเจนว่า ทำไมเจ้าหน้าที่การขนส่งจึงขายป้ายทะเบียนหายากที่ทุกคนรู้ว่ามีราคาถึงเจ็ดหลักไปให้บุคคลอื่นในราคาเพียงไม่กี่ร้อยเหรียญ

ข่าวเฟซบุ๊กหนังสือพิมพ์ The Daily Telegraph วันที่ 12 พฤศจิกายน 2025 พาดหัวข่าว ‘ป้ายทะเบียนรถมูลค่า 1 ล้านเหรียญมีการเปลี่ยนมือเพียงแค่ 238 เหรียญได้อย่างไร?’
สื่อฯ The Daily Telegraph ได้อาศัยกฎหมายเสรีภาพในการรับรู้ข่าวสาร ทำให้พบข้อมูลอีเมลระหว่าง TfNSW กับ MyPlates ผู้รับผิดชอบในการออกป้ายทะเบียนส่วนบุคคล ออกมาแสดงความเป็นกังวลว่า การเปลี่ยนแปลงป้ายทะเบียน X อาจเกี่ยวข้องกับข้อบกพร่องของการทำงานภายในหน่วยงาน
ภายใต้กฎเจ้าของป้ายทะเบียนส่วนบุคคลจะสามารถเปลี่ยนมือได้ เจ้าของป้ายเดิมจะต้องนำป้ายมาคืนหรือทำลายมัน โดยมีการยอมรับว่า เจ้าของป้ายที่แท้จริงมิได้ส่งคืนหรือทำลายป้ายทะเบียนแต่อย่างใด
ข้อมูลอีเมลระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้ทำป้ายทะเบียน X ขึ้นมาใหม่ แล้วได้มอบให้กับบุคคล (?) ที่ไม่ระบุชื่อ
#อีเมลฉบับหนึ่งระบุว่าผู้จัดการ TfNSW ได้ยืนยันกับ MyPlates ว่า “ความผิดพลาด(ก่อให้เกิดการทำงานที่)ไม่เป็นไปตามนโยบาย ด้วยการปล่อยให้ป้าย X เปิดให้มีการยื่นขอได้ (available)”
นาย Heffron ยอมรับว่าในช่วงล็อกดาวน์ COVID-19 เขาไม่ได้ต่อทะเบียนรถ แต่ยืนยันว่าเขาก็ไม่ได้รับจดหมายเตือนจาก TfNSW เช่นกัน
TfNSW อ้างว่า ป้ายทะเบียน X ดั้งเดิมได้ถูกส่งคืนที่สาขา Silverwater ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2020 (ซึ่งน่าจะไม่ใช่ป้ายของจริง)
ในวันเดียวกัน มีบุคคล (?)ได้โทรติดต่อ MyPlates สองครั้งเพื่อติดต่อขอเป็นเจ้าของป้ายทะเบียน X
ในการโทรศัพท์ครั้งที่สองบุคคล (?) อ้างว่าพวกเขา (they) ต้องการให้โอนป้าย X ภายใต้ชื่อของพวกเขา และอ้างว่าได้ซื้อป้ายทะเบียนเรียบร้อยแล้ว
แล้วอ้างว่าพวกเขาได้รับการบอกกล่าวจากเจ้าหน้าที่ Service NSW ว่าป้ายทะเบียน X ขาดการต่อทะเบียนมาเป็นเวลาสามเดือน และได้ขอให้ออกป้ายทะเบียน X ในนามของพวกเขา
และรวดเร็วปานกามนิตหนุ่มในวันเดียวกันที่ 22 กรกฎาคม 2020 ป้ายทะเบียน X ได้ถูกส่งมาที่ Service NSW สาขา Silverwater แล้วทำการจดทะเบียนภายใต้ชื่อบุคคล (?) ด้วยค่าธรรมเนียม 238 เหรียญ
ซึ่งนาย Heffron ยืนยันว่า ป้ายดังกล่าวน่าจะเป็นป้ายปลอม เพราะป้าย X ของจริงยังอยู่กับเขาในตอนนั้น
แต่ต่อมาเขาได้ส่งป้ายคืนไปให้หน่วยงาน หลังจากถูกข่มขู่ที่จะปรับเขาหลายพันเหรียญ หากไม่ยอมส่งมอบคืน
จากนั้นมา เวลาได้ผ่านไปสองปี โดยเขาไม่ได้รับข่าวสารใดๆ จนกระทั่งเจ้าของป้ายตัวจริงไปพบมันติดอยู่กับรถหรูคันหนึ่งที่ไม่ใช่ของเขา
เมื่อเขาไปสอบถามกับสำนักงาน TfNSW เขากับถูกข่มขู่จะปรับ 2,557 เหรียญต่อการที่เขาบกพร่องต่อการขาดการต่อทะเบียนรถ
อย่างไรก็ตาม พนักงานผู้จัดการโอนป้าย X ไปให้กับบุคคล (?) ในปัจจุบันได้ลาออกจากงานไปแล้ว
และถึง ณ วันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังอยู่ในสถานการณ์ที่เรียกว่า ‘ใบ้รับประทาน’ ไปตามๆ กัน
ในขณะที่เจ้าของป้าย X ที่แท้จริงยังไม่ปฏิเสธที่จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย รวมถึงการฟ้องร้องนาย Martin Farrah ผู้จัดการประมูลป้ายทะเบียน X ไปสู่เจ้าของคนปัจจุบัน ซึ่งเชื่อว่าประมูลได้ไปในราคา 1 ล้านเหรียญ

jingjonews.com
เนื่องจากการเพิ่มการปิดกั้นการมองเห็นจากบริการทางอินเทอร์เน็ต ท่านสามารถอ่านข่าว jingjonews ในแต่ละวันได้ด้วยการเข้า Google แล้วพิมพ์ ‘jingjonews’ หรือ ‘จิงโจ้นิวส์’
Categories: ข่าวออสเตรเลีย
Leave a Reply