
ร้านอาหารฟาสต์ฟูด KFC สาขา Eaglehawk ยังคงเปิดบริการในขณะที่มีผู้นอนเสียชีวิตตรงจุดใกล้พื้นที่ทำอาหาร : ภาพใส่ฟิลล์เตอร์ ต้นฉบับ Google map
9 ต.ค. 2025 ปกติหากมีใครเกิดมาเสียชีวิตในร้านอาหารหรือภายนอกร้านอาหาร วันนั้นทั้งวันแทบไม่ต้องทำอะไรนอกจากปิดร้านเปิดทางให้ตำรวจเข้าทำหน้าที่ แต่ร้านอาหาร KFC ในรัฐวิกตอเรียได้ตัดสินใจเปิดร้านต่อไป แม้พนักงานต้องปรุงอาหารเพียงไม่กี่เมตรจากร่างของผู้เสียชีวิต
ชายคนหนึ่งถูกพบร่างกายไม่ตอบสนองอยู่ในพื้นที่รับประทานอาหารของร้าน KFC สาขา Eaglehawk ในเมือง Bendigo 159 กม.ทางเหนือของนครเมลเบิร์นในวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่บริการเหตุฉุกเฉินได้ถูกเรียกมาที่สาขาที่ถนน High St. ตำบล Eaglehawk ของเมือง Bendigo ในเวลาประมาณ 12.20 น. ทีมแพทย์พาราได้เริ่มตรวจสภาพของชายคนนี้

ร้านอาหารฟาสต์ฟูด KFC สาขา Eaglehawk ที่ตำบล Eaglehawk ทางเหนือของนครเมลเบิร์น 159 กม. : เครดิตภาพ Google map ผ่านหนังสือพิมพ์ The Daily Mail
แม้ตรงจุดที่พบร่างของชายคนนี้อยู่เพียงไม่กี่เมตรจากพื้นที่ทำครัว แต่ KFC ยังคงให้บริการลูกค้าต่อไป เฉพาะบริการแบบไดรฟ์ทรู (drive-through) จนกระทั่งเวลา 16.19 น.
ในระหว่างนั้นนาย William Framer ผู้อำนวยการบริษัทจัดศพได้มารับศพชายคนนี้ออกไปจากร้านในเวลาประมาณ 14.00 น. หลังการชันสูตรเบื้องต้นไม่พบว่าการเสียชีวิตมีข้อสงสัยที่ผิดธรรมชาติ
ร้านอาหาร KFC ได้ทำการเปิดร้านอาหารอีกครั้งอย่างเงียบๆในอีกสี่วันต่อมาหลังจากการเสียชีวิต (29 กันยายน) โดยเปิดบริการทั้งลูกค้าในร้านและไดรฟ์ทรู

ข่าวออนไลน์ The Bendigo News วันที่ 7 ตุลาคม 2025 พาดหัวข่าว ‘KFC ที่ Bendigo ปรุงอาหารในขณะมีศพคนอยู่ในร้าน
โฆษกของ KFC กล่าวว่า “บริษัทฟาสต์ฟูตมี ‘สิ่งมุ่งเน้นทันที’ อยู่ที่สวัสดิภาพและความเป็นส่วนตัวของผู้ได้รับผลกระทบ”
“ทีมงานทุกคนของ KFC สาขา Eaglehawk ได้รับการดูแลให้คำปรึกษาและสนับสนุน”
“ทีมงานของร้านอาหารได้ทำตามสิ่งที่ตำรวจแนะนำและได้ช่วยตำรวจในการสอบสวน”
ถึงวันนี้แม้เวลาจะผ่านไปสามสัปดาห์ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังคงได้รับการโจมตีในสื่อสังคมออนไลน์ ด้วยคำถามต่างๆ ว่าทำไมพนักงานยังต้องทำงานในขณะที่มีศพอยู่ใกล้ๆ
หลายคนเชื่อว่า พนักงานของ KFC คงไม่ต้องการทำงานในสภาพดังกล่าว

jingjonews.com
เนื่องจากการเพิ่มการปิดกั้นการมองเห็นจากบริการทางอินเทอร์เน็ต ท่านสามารถอ่านข่าว jingjonews ในแต่ละวันได้ด้วยการเข้า Google แล้วพิมพ์ ‘jingjonews’ หรือ ‘จิงโจ้นิวส์’
Categories: ข่าวออสเตรเลีย
Leave a Reply