
เด็กชายวัยรุ่นได้เสียชีวิตในขณะอีกสี่คนได้รับบาดเจ็บ หลังขับรถยนต์ที่ขโมยมาหลบหนีตำรวจเสียหลักชนขณะอยู่บนทางด่วน New England Highway : ภาพใส่ฟิลล์เตอร์ ต้นฉบับหนังสือพิมพ์ The West Australian
7 ก.ย. 2025 เด็กชายวัยรุ่นได้เสียชีวิตและเพื่อนอีก 4 คนได้รับบาดเจ็บหลังจากรถยนต์ที่ขโมยมาเกิดพุ่งชนในระหว่างขับหลบหนีรถตำรวจทางตอนเหนือของภูมิภาค Hunter Valley
ตำรวจทางหลวงได้เห็นรถคันหนึ่งวิ่งขึ้นเหนือมาตามทางด่วน New England Highway ด้วยความเร็วสูงผ่านด่านตรวจที่ตำบล Aberdeen ของพื้นที่ New England ก่อนเวลาเที่ยงคืนเล็กน้อยของวันเสาร์ที่ 6 กันยายน

ข่าวออนไลน์ 9 News วันที่ 7 กันยายน 2025 พาดหัวข่าว ‘เด็กชายวัยรุ่นเสียชีวิตหลังถูกกล่าวหาขับรถยนต์ขโมยมาชนในระหว่างตำรวจไล่ล่าที่ Hunter Valley ในรัฐน.ซ.ว.’
ตำรวจทางหลวงจึงขับรถติดตาม แต่รถซึ่งเชื่อว่าเป็นรถขโมยมากลับเพิ่มความเร็วขึ้นอีก ได้เสียหลักพุ่งชนเมื่อผ่านถนน Makybe Diva St. ของตำบล Scone
ตำรวจกล่าวว่ารถคันดังกล่าวขับโดยเด็กชายอายุ 14 ปี เขาติดอยู่ภายในรถยนต์ไม่สามารถเคลื่อนตัวได้ หลังจากเจ้าหน้าที่ช่วยงัดแงะออกมา เขาได้ถูกนำส่งทางอากาศไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล John Hunter Hospital ในเมืองนิวคาสเซิล ด้วยอาการบาดเจ็บไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต

ข่าวออนไลน์ Yahoo News วันที่ 17 กันยายน 2025 พาดหัวข่าว ‘วัยรุ่นเสียชีวิตหลังการไล่ตามรถที่ถูกขโมยมา’
เด็กวัยรุ่นชายวัย 17 ปีผู้นั่งข้างคนขับติดอยู่ในรถเช่นกัน เขาเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
มีผู้โดยสารที่เบาะหลังอีกสามคนประกอบ ด้วยเด็กชายสองคนในวัย 14 และ 17 ปี และสตรีในอายุ 25 ปี ทั้งสามคนได้รับบาดเจ็บไม่มาก ถูกลำเลียงส่งโรงพยาบาล John Hunter ทางอากาศเช่นกัน

ข่าวเฟซบุ๊กสำนักข่าว ABC วันที่ 7 กันยายน 2025 พาดหัวข่าว ‘มีผู้เสียชีวิตหนึ่งคนหลังตำรวจไล่ตามรถที่ถูกกล่าวหาขโมยมาขับโดยเด็กชายวัย 14 ปี’
เด็กชายทั้งสี่คนมาจากเมือง Tamworth ส่วนสตรีวัย 25 ปีมาจากเมืองนิวคาสเซิล
ต่อมาตำรวจยืนยันว่ารถยนต์ที่ใช้ในการขับขี่เป็นรถที่ขโมยมาจากย่านธุรกิจที่ตำบล Wallsend ทางตะวันตกของเมืองนิวคาสเซิลประมาณ 140 กม.จากจุดเกิดอุบัติเหตุในตอนค่ำก่อนเกิดรถชนประมาณ 5 ชั่วโมง
jingjonews.com
เนื่องจากการเพิ่มการปิดกั้นการมองเห็นจากบริการทางอินเทอร์เน็ต ท่านสามารถอ่านข่าว jingjonews ในแต่ละวันได้ด้วยการเข้า Google แล้วพิมพ์ ‘jingjonews’ หรือ ‘จิงโจ้นิวส์’
Categories: ข่าวออสเตรเลีย
Leave a Reply