
ไวรัสชิคุนกุนยาซึ่งมียุงเป็นพาหนะได้ระบาดทั่วทางตอนใต้ของประเทศจีน ขณะนี้ได้ขยายเข้าไปในจีนไต้หวัน ทำให้เกิดความหวั่นวิตกว่าอาจจะขยายมาสู่ออสเตรเลีย แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า โอกาสเข้ามาในประเทศยังต่ำอยู่ : ภาพใส่ฟิลล์เตอร์ต้นฉบับ Yahoo News
9 ส.ค. 2025 ไข้ชิคุนกุนยา (Chikungunya) เป็นโรคที่มียุงเป็นพาหนะเกิดจากไวรัสชิคุนกุนยา ผู้ติดเชื้อจะทรมานจากอาการเป็นไข้, ปวดข้อและกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง มีอาการคล้ายกับผู้ป่วยไข้เลือดออกและโรคไข้ชิก้า แต่มีอาการป่วยแปลกย่อยแตกต่างกันไป
ไวรัสชิคุนกุนยาได้ระบาดไปทั่วตอนใต้ของประเทศจีน และขณะนี้ได้คุกคามเข้าไต้หวันเรียบร้อยแล้ว แต่ดร. Nick Coatsworth ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อของออสเตรเลียได้ออกมากล่าวว่า ชาวออสเตรเลียไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินไป เพราะความเสี่ยงยังอยู่ในระดับต่ำ
ขณะนี้มีรายงานผู้ป่วยเข้ารับการรักษาตามเมืองต่างๆ ของจีนแล้วกว่า 10,000 คน โดยมีผู้ป่วยถึง 3,000 คนในสัปดาห์ที่ผ่านมา
ดร. Coatsworth กล่าวว่า ออสเตรเลียไม่ควรวิตกกังวลร่วมไปกับจีน แต่จีนควรมีความกังวล เพราะเป็นสถานที่เกิดการระบาด มีเชื้อสะสมอยู่ในตัวมนุษย์และยุง ภายในพื้นที่ประชากรหนาแน่น จึงยากต่อการควบคุม

ข่าวออนไลน์ Yahoo News วันที่ 9 สิงหาคม 2025 พาดหัวข่าว ‘ความเสี่ยงของไวรัสจากจีนได้อธิบายต่อชาวออสซี่แล้ว’
เขากล่าวว่า ออสเตรเลียได้รับมือกับเชื้อโรคที่มีความใกล้เคียงกันอยู่แล้วอย่างเช่นไวรัส Ross River ที่มียุงเป็นพาหนะเช่นกัน และผู้ติดเชื้อมีอาการใกล้เคียงกัน
ดร. Coatsworth กล่าวว่า ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวนำเชื้อไวรัสชิคุนกุนยา (เป็นชื่อภาษาแทนซาเนีย หมายถึง ‘เพิ่มเป็นสองเท่า’) เข้ามาในออสเตรเลีย แต่ไม่ได้แพร่เชื้อออกไป ตราบใดที่พวกเขาไม่ถูกยุงกัด จนยุงเป็นพาหนะนำเชื้อ
ซึ่งไม่เหมือนกับไวรัส COVID-19 ที่แพร่กระจายจากคนสู่คน จนระบาดไปทั่วโลก (pandemic) อย่างรวดเร็ว
ขอแถมนิดหนึ่ง ในประเทศไทยวันที่ 10 สิงหาคม 2025 กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศเตือนไข้ชิคุนกุนยา หรือ ‘โรคปวดข้อยุงลาย’ พบระบาดหนักสุดใน 10 จังหวัด
ประกอบด้วย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้แก่บึงกาฬ, หนองคาย, เลยและอุดรธานี / ภาคเหนือได้แก่เชียงใหม่, ลำพูนและแพร่ / ภาคตะวันออกได้แก่จันทบุรีและตราด / และภาคใต้ได้แก่ ภูเก็ต

jingjonews.com
เนื่องจากการเพิ่มการปิดกั้นการมองเห็นจากบริการทางอินเทอร์เน็ต ท่านสามารถอ่านข่าว jingjonews ในแต่ละวันได้ด้วยการเข้า Google แล้วพิมพ์ ‘jingjonews’ หรือ ‘จิงโจ้นิวส์’
Categories: ข่าวออสเตรเลีย
Leave a Reply