
ผู้เชี่ยวชาญเตือน การจับจ่ายใช้สอยในช่วงเทศกาลคริสต์มาสโดยใช้เงินล่วงหน้า อาจนำไปสู่การมีหนี้สินหลังวันคริสต์มาส : ภาพใส่ฟิลเตอร์ ต้นฉบับ iStock
4 ม.ค. 2024 ผู้เชี่ยวชาญเตือนการใช้เงินรายได้ล่วงหน้าจับจ่ายใช้สอยฉลองเทศกาลคริสมาสต์ไม่ว่าจะเป็นไวน์, เครื่องตกแต่งงานคริสต์มาส, ของขวัญและอื่นๆ จะเป็นระเบิดเวลาไปสู่การเป็นหนี้หลังคริสต์มาส
ข้อมูลวิจัยจากคณะกรรมการหลักทรัพย์และการลงทุน (ASIC) ประมาณว่าชาวออสเตเลียใช้เงินในเทศกาลคริสต์มาสที่ผ่านมาโดยเฉลี่ยคนละ 783 เหรียญ ในขณะที่ 1 ใน 3 ได้จ่ายเงินมากกว่า 1 พันเหรียญ
บางคนได้ใช้บัตรเครดิตหรือบริการ BNPL (ซื้อก่อนจ่ายที่หลัง หรือ ‘buy now, pay later’), หรือวิธีอื่นๆ ที่จะนำไปสู่การเป็นหนี้หลังคริสต์มาสผ่านไป
ศาสตราจารย๋์ Andrew Grant แห่งภาควิชาการเงินมหาวิทยาลัยซิดนีย์ (USYD) กล่าวว่า ชาวออสเตรเลียยอมที่จะจ่ายเงินเพื่อให้มีวันคริสต์มาสที่ดีสำหรับครอบครัว ดังนั้นพวกเขาจึงยอมจ่ายเงินโดยใช้บัตรเครดิตหรือในรูปแบบอื่นๆ ที่เป็นการกู้เงินในระยะสั้น แล้วจบลงที่จะต้องมีภาระหนี้สินเพิ่มขึ้นในปี 2025
ASIC ทำการวิจัยในปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาพบ 75% ของชาวออสเตรเลียวางแผนใช้จ่ายเงินในวันคริสต์มาสด้วยการใช้เงินเก็บของพวกเขาเท่าที่มีอยู่, อีก 31% กล่าวว่าพวกเขาจำเป็นต้องพึ่งบัตรเครดิตในบางส่วนหรือทั้งหมด และ 16% ระบุว่าพวกเขาจะใช้ระบบ ‘ซื้อก่อนผ่อนที่หลัง’
รายงานกล่าวว่าคนในต้นยุค Millennial หรือ Gen Y (เกิด 1981 ถึง 1996), คนยุค Gen X (เกิดปี 1965-1980) และ Baby boomer (เกิด 1946 ถึง 1964) จะใช้เงินเก็บเป็นค่าใช่จ่ายวันคริสต์มาส ในขณะที่คนรุ่นปลายยุค Millennial และรุ่น Gen Z (เกิด 1997-2009) ส่วนใหญ่จะใช้บัตรเครดิต
เป็นที่คาดว่า ชาวออสเตรเลียจะใช้บริการบัตรเครดิตในการจับจ่ายใช้สอยในระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคมทั้งสิ้น 86 พันล้านเหรียญ
และผลการศึกษาพบว่า บริษัทผู้ให้บริการบัตรเครดิตมักจะเพิ่มค่าดอกเบี้ยในทุกเดือนมกราคมมานับตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา

ข่าวออนไลน์สำนักข่าว SBS พาดหัวข่าว ‘ระเบิดเวลา : ชาวออสเตรเลียได้รับการเตือนเกี่ยวกับการเป็นหนี้หลังเทศกาลคริสต์มาส
Canstar เอเยนซี่และเว็บไซต์ให้ข้อมูลวิจัยและเปรียบเทียบทางการเงินกล่าวว่า ถ้าผู้ใช้บัตรเครดิตที่ไม่สามาถชำระคืนบริษัทผู้ให้บริการบัตรเครดิต พวกเขาก็จะตกเป็นเหยื่อของฤดูกาลจับจ่ายเงินที่งี่เง่า จากการเย้ายวนให้เสียเงินไปกับรายจ่ายของการประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ รวมถึง Christmas Shopping, Black Friday และ Boxing Day Sale และการท่องเที่ยวช่วงวันหยุดฤดูร้อนเป็นต้น
ศ. Grant กล่าวว่าลำพังค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงสองปีที่่ผ่านมาก็เพิ่มแรงกดดันให้กับประชาชนอยู่แล้ว การจับจ่ายในช่วงเทศกาลคริสต์มาสจึงถือเป็นประเพณีปฎิบัติได้ซ้ำเติมปัญหาค่าครองชีพให้เลวร้ายลงไปอีก
ทางด้าน Roy Morgan Research ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาผู้บริโภคและสมาคมค้าปลีกแห่งออสเตรเลีย (ARA) รายงานข้อมูลล่าสุด แสดงให้เห็นว่าในปีนี้ชาวออสเตรเลียจะใช้เงิน 11.8 พันล้านเหรียญไปกับการซื้อของขวัญ โดยเพิ่มขึ้น 1.6 พันล้านเหรียญจากปี 2023-24
ทางด้านศาสตราจารย์ Shumi Akhtar แห่งภาควิชาบริหารธุกิจมหาวิทยาลัยซิดนีย์ (USYD) เตือนว่า การนำหนี้สินหลังวันคริสต์มาสมาผนวกเข้ากับหนี้สินปกติ อาจก่อให้เกิด ‘ระเบิดเวลา’ เพราะมันอาจจะกระทบต่อรายจ่ายพื้นฐานที่จำเป็นอย่างอาหาร, ของใช้จำเป็นและค่าใช้จ่ายในด้านการรักษาพยาบาลเป็นต้น
จากการวิจัยขององค์กรการกุศล Salvation Army ทำนายว่า ชาวออสเตรเลีย 17.4% จะเข้าไปสู่การเป็นหนี้ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่นี้
ซึ่งศ. Akhtar ให้ข้อแนะนำว่า ก่อนใช้บัตรเคดิตให้หยุดคิดก่อนว่า จะสามารถเคลียร์ยอดเบิกเงินเกินวงเงินในแต่ละงวดได้หรือไม่ ถ้าคิดว่าทำได้ก็ยังสามารถใช้บัตรเครดิตต่อไปได้….

jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com (งดใช้)
จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตุถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสารบทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์
Categories: ข่าวออสเตรเลีย
Leave a Reply