🛏💤 พนักงานออสซี่ได้สิทธิ์ตัดการติดต่อจ้างนายจ้างหลังเวลาเลิกงาน

นายจ้างในออสเตรเลียไม่มีสิทธิ์ตามกฎหมายที่จะติดต่อหาลูกจ้างหลังเลิกงาน ในขณะที่ลูกจ้างชาวญี่ปุ่นยังเป็นข้ารับใช้ที่นายจ้างจะโทรเรียกตอนไหนก็ได้ : ภาพป๊อปอาร์ต ต้นฉบับ Linkedin

7 ธ.ค. 2024 สมัย jingjonews ทำงานที่เมืองไทย นายจ้างมักโทรเรียกประชุม บางครั้งตีหนึ่งตีสอง jingjonews ต้องขับรถจากบ้านบางกรวยไปประชุมที่สีลม เพราะเจ้านายแกวุ่นทั้งวัน พอว่างตอนไหนนึกจะอยากประชุม ก็โทรเรียกประชุม จนอดคิดไม่ได้ว่าใครน่าสงสารกว่ากัน ถึงทุกวันนี้ก็ยังเป็นห่วงแกอยู่

ด้วยเหตุนี้กระมันทำให้ Jingjonews เกลียดโทรศัพท์ จึงชอบทิ้งไว้ในห้องน้ำ และเกลียดการขับรถมาก อยู่ออสเตรเลียใช้รถคันเดียวมา 20 ปีไมล์สะสมไม่เกิน 50,000 กม. กว่าครึ่งหนึ่งหลานเอาไปขับ

จากข้อมูลขององค์กรอนามัยโลก (WHO) และองค์กรแรงงานระหว่างชาติ (ILO) ระบุว่ามีชาวโลกราว 750,000 คนที่ทำงานเกินกว่า 55 ชั่วโมงต่อสัปดาหืต้องเสียชีวิตจากโรคคาโรชิ ซินโดรม (karōshi syndrome )

โรคคาโรชิ ซินโดรม’ เป็นการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นเป็นปกติเช่นจากโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันหรือหัวใจวาย, หรือฆ่าตัวตายที่เกี่ยวข้องกับการทำงานมากเกินไปหรือได้รับความกดดันจากหน้าที่การงาน

ในปี 2020 ‘โรคคาโรชิ ซินโดรม’ ได้กลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั้่วโลก และทำให้เกิดการปฏิรูปการจ้างงาน หลังจากนายแพทย์ Takashima Shingo ในเมืองโกเบประเทศญี่ปุ่นวัย 26 ปีได้ฆ่าตัวตายจากสาเหตุที่เขาเผชิญกับการทำงานล่วงเวลา 207 ชั่วโมงภายในหนึ่งเดือนและทำงานติดต่อกัน 100 วันโดยไม่มีวันหยุด

ข่าว X (ทวิตเตอร์) สำนักข่าว ABC เสนอข่าว นับจากปลายเดือนสิงหาคมเป็นต้นมาลูกจ้างชาวออสเตรเลียมีสิทธิในการไม่รับการติดต่อนายจ้างหลังเลิกงาน แต่ในญี่ปุ่นลูกจ้างชาวญี่ปุ่นหลายพันคนยังเสียชีวิตจากการทำงานหนัก จากปรากฎการณ์ ‘คาโรชิ ซินโดรม’

จากข้อมูลของสถาบัน Australia Institute พบว่า พนักงานเต็มเวลาชาวออสเตรเลียทำงานล่วงเวลาเฉลี่ยสัปดาห์ละ 6.2 ชั่วโมง นอกเหนือจากเวลาทำงานปกติสัปดาห์ละ 38 ชั่วโมง

เมื่อเทียบตามมาตรฐาน OECD (องค์กรเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา) ออสเตรเลียมี ‘work-life balance’ (สมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิต) ที่ย่ำแย่กว่านิวซีแลนด์, สหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา

แม้ว่ากฎหมายสิทธิของลูกจ้างในการไม่รับการติดต่อจากนายจ้างหลังเลิกงาน (right to disconnect laws) ในออสเตรเลียมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2024 ที่ผ่านมา

ในขณะที่ญี่ปุ่นประเทศต้นเหตุยังไม่มีกฎหมายนี้ และโรงพยาบาลที่นพ. Shingo ทำงานก็ปฏิเสธความรับผิดชอบใด ๆ เพราะการทำงานหนักเป็นวีถีชีวิตของชาวญี่ปุ่น

หนังสือพิมพ์ The Japan Times ระบุว่าในปี 2023 มีชาวญี่ปุ่นได้รับการระบุอย่างเป็นทางการว่ามีผู้เสียชีวิตจากโรคคาโรชิ ซินโดรมจำนวน 4,598 คน

สำหรับในออสเตรเลียมีรายงานในปี 2021 ว่าชายผู้อพยพในนครเมลเบิร์นวัย 40 ปีเศษเสียชีวิตจากโรคคาโรชิ ซินโดรมด้วยอาการหัวใจวาย เนื่องจากเขาทำงาน 12 ชั่วโมงในทุกๆ วันติดต่อกันเป็นเวลา 18 เดือน

ข่าว X (ทวิตเตอร์) สำนักข่าว ABC พาดหัวข่าว ‘คุณอาจรักงานของคุณ, แต่คุณทำงานมากเกินไปหรือเปล่า? และแม้จะมีการเพิ่มขึ้นของความตระหนักรู้ในภาวะหมดไฟในการทำงานและสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิต แต่ชาวออสเตรเลียหลายคนยังทำงานเป็นเวลาหลายชั่วโมง ราวกับว่ามันเป็นตราแห่งเกียรติยศ’

ดร. Sugumar Mariappanadar หัวหน้าภาควิชาการจัดการทรัพยากรมนุษย์แห่งมหาวิทยาลัยออสเตรเลียคาทอลิกกล่าวว่า การทำงานล่วงเวลาในออสเตรเลีย กำลังได้รับการปฏิบัติเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

เขากล่าวว่า ในทั่วโลกได้ให้คุณค่าของการทำงานหนักอันเนื่องมาจากเหตุผลทางสังคม, วัฒนธรรมและศาสนา

ดร. Mariappanadar ได้ยกตัวอย่างลัทธิขงจื้อได้ให้คำสอนถึง ‘ความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่’ (faithfulness to duty) ทำให้ชาวจีนยึดมั่นใน ‘ระบบชั่วโมงทำงาน 996’ (996 working hour system) ซึ่งหมายถึงการทำงานตั้งแต่ 9 โมงเช้าไปจนถึง 3 ทุ่ม (9 pm) 6 วันต่อสัปดาห์ หรือทำงาน 72 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ (ชาวออสเตรเลียทำงานเฉลี่ย 44.2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์)

ในประเทศอินเดียสังคมจะตราหน้าคนที่ไม่ขยันทำงานว่า ‘เป็นพวกผิดศีลธรรม’

สำหรับในออสเตรเลียส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์มีหลักจริยธรรมว่า “คุณควรทำงานต่อไปเพราะพระเจ้าเลือกคุณให้ทำงานหาเงินสำหรับตัวคุณและครอบครัวและให้เงินเล็กน้อยกับสังคมและคุณไม่ต้องรีบร้อนต่อการพักผ่อน”

ดร. Mariappanadar กล่าวว่ากฎหมาย ‘right to disconnect laws’ หมายถึงลูกจ้างชาวออสเตรเลียสามารถปฏิเสธการติดต่อจากนายจ้างนอกเวลาทำงาน ภายใต้กรอบของเหตุผลที่สมควร

แต่เขาคิดว่ายังต้องมีการเปลี่ยนแปลงมากกว่านี้ ในเรื่องของวัฒนธรรม

โดยได้ยกตัวอย่างฝรั่งเศสและเยอรมนีในการจัดการเรื่อง ‘สมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิต’

จากข้อมูลของ OECD ทั้งสองประเทศมีเวลาส่วนตัวและการพักผ่อนเฉลี่ยวันละ 16.2 ชั่วโมงและ 15.6 ชั่วโมงตามลำดับ ในขณะที่ออสเตรเลียอยู่ที่ 14.4 ชั่วโมง (เอะ..นี่มันสอนให้คนขี้เกียจหรือเปล่าเนี่ยะ!)

ดร. Mariappanadar กล่าวว่าแม้ฝรั่งเศสและเยอรมนีจะทำงานน้อยลง แต่ประสิทธิผลของงานที่ได้ก็ไม่ลดลง

 

 

jingjonews.com
เนื่องจากการเพิ่มการปิดกั้นการมองเห็นจาก facebook และ X ท่านสามารถอ่านข่าว jingjonews ในแต่ละวันได้ด้วยการเข้า Google แล้วพิมพ์ ‘jingjonews’ หรือ ‘จิงโจ้นิวส์’



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

Leave a Reply

Discover more from jingjonews

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading