
ศูนย์กักกันการเข้าเมือง Maribyrnong Immigration Detention Centre ที่ย่าน Maidatone ในนครเมลเบิร์น : ภาพป๊อบอาร์ต ต้นฉบับหนังสือพิมพ์ The Herald Sun
14 พ.ย. 2024 ผู้เข้าเมืองและผู้ขอลี้ภัยที่ก่ออาชญากรรมถูกพบว่า ถูกจับเข้ากักขังในศูนย์กักกันการเข้าเมืองเพื่อรอการเนรเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งกลุ่มสิทธิมนุษยชนเชื่อว่าหลายคนตกเป็นเหยื่อของระบบกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม
รายงานชุด The Prison to Deportation Pipeline พบว่า การยกเลิกวีซ่าบนพื้นฐานของพฤติกรรมได้เพิ่มขึ้น 10 เท่า นำไปสู่จำนวนผู้ถูกกักขังในศูนย์กักกันการเข้าเมืองเพิ่มขึ้น
ตัวเลขล่าสุดของรัฐบาลแสดงให้เห็นว่ามีผู้ถูกกักกันระยะยาว 984 คนตามศูนย์กักกันฯทั่วประเทศ ในจำนวนนี้ 824 คนมีประวัติก่ออาชญากรรม
ระยะเวลาถูกกักกันของชาวต่างชาติเหล่านี้ตกเฉลี่ยคนละ 531 วัน หรือประมาณ 1 ปี 4 เดือน

ภาพศูนย์กักกัน Villawood Immigration Detention Centre ที่ย่าน Villawood ในนครซิดนีย์ : เครดิตภาพหนังสือพิมพ์ The Daily Telegraph
นักวิจัยจากศูนย์กฎหมายสิทธิมนุษยชน (HRLC) และจากมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น (MoU) พบว่า ผู้ที่ไม่ได้ถือสัญชาติออสเตรเลียจะได้รับความแตกต่างในโครงสร้างและความเข้มงวดในเรือนจำมากกว่าผู้มีสัญชาติออสเตรเลีย
ในขณะที่นักโทษถือสัญชาติออสเตรเลียได้รับการปล่อยตัวหลังจากพ้นโทษออกมาสู่ชุมชน แต่นักโทษชาวต่างชาติที่ถูกเพิกถอนวีซ่าจะถูกผ่องถ่ายจากเรือนจำไปอยู่ศูนย์กักกันการเข้าเมืองเพื่อรอการเนรเทศ
นาย Sanmati Verma ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายของ HRLC กล่าวว่าผู้ถูกถอนวีซ่า ต้องเผชิญต่อการถูกคุมขังสองระบบ
ชาวต่างชาติผู้ถูกยกเลิกจะมีเวลาเดินทางออกนอกประเทศภายในเวลา 28 วัน นับจากวันถูกยกเลิกวีซ่า

ข่าวออนไลน์สำนักข่าว SBS วันที่ 14 พฤศจิกายน 2024 พาดหัวข่าว ‘ตั้งขึ้นมาเพื่อล้มเหลว’ : ตัวเลขการยกเลิกวีซ่าบนพื้นฐานของพฤติกรรมได้เพิ่มขึ้นสิบเท่าในหนึ่งทศวรรษ’
คำตัดสินของศาลสูงที่กลายเป็นหมุดหมายสำคัญในปีที่ผ่านมา ตัดสินให้การกักขังผู้เข้าเมืองในศูนย์กักกันฯอย่างไม่มีกำหนดถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายและขัดรัฐธรรมนูญ
เป็นผลให้รัฐบาลกลางทยอยปล่อยตัวผู้ถูกกักกันฯที่ไม่มีกำหนดเนื่องจากไม่สามารถเนรเทศกลับประเทศได้ ซึ่งบางคนมีประวัติก่ออาชญากรรมร้ายแรงให้ออกมาอยู่อาศัยปะปนกับคนในชุมชน โดยได้รับการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล
หลายคนจึงถูกปล่อยออกจากศูนย์กักกันฯถึงวันนี้กว่า 200 คน ภายใต้เงื่อนไขที่เข้มงวด เป็นต้นว่าต้องสวมกำไลข้อเท้าติดตามตัว และ/หรือกำหนดเคอร์ฟิวห้ามออกจากที่พักในระหว่างเวลา 22.00 น.ถึง 6.00 น.
แต่ในเดือนนี้ศาลสูงโดยผู้พิพากษาเสียงข้างมากตัดสินให้มาตรการเข้มงวดทั้งติดกำไลข้อเท้าและกำหนดเคอร์ฟิวก็ไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นกัน
ทางด้านนาย Tony Burke รัฐมนตรีกระทรวงกิจการภายในประเทศได้ออกมาโต้ตอบด้วยการ จะออกกฎหมายส่งชาวต่างชาติผู้ถูกยกเลิกวีซ่าเหล่านี้ไปอยู่ในประเทศที่สาม เพราะออสเตรเลียไม่ต้องการคนเหล่านี้ และเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

jingjonews.com
เนื่องจากการเพิ่มการปิดกั้นการมองเห็นจาก facebook และ X ท่านสามารถอ่านข่าว jingjonews ในแต่ละวันได้ด้วยการเข้า Google แล้วพิมพ์ ‘jingjonews’ หรือ ‘จิงโจ้นิวส์’
Categories: ข่าวออสเตรเลีย
Leave a Reply