
LP.12 หรือ FLiRT ไวรัส CIVID-19 สายพันธุ์ย่อยที่ระบาดอย่างรวดเร็วในสหรัฐอเมริกา ได้ถูกพบในออสเตรเลียแล้ว : ภาพป๊อปอาร์ต ต้นฉบับ Prevention
13 พ.ค. 2024 ไวรัส COVID-19 สายพันธุ์ย่อยตัวใหม่ KP.2 สามารถกระจายเชื้ออย่างรวดเร็ว ซึ่งทำให้ชาวสหรัฐติดเชื้อ COVID-19 ไปแล้วในสัดส่วน 25% และเป็นเชื้อไวรัสร้ายที่นักวิทยาศาสตร์ให้ชื่อว่า ‘FLiRT’
ชื่อดังกล่าวได้มาจากชื่อตามหลักวิชาการจากลักษณะยีนต่าง ๆ ของไวรัส กลุ่มหนึ่งมาจากอักษร F และ L อีกกลุ่มมาจากอักษร R และ T
เป็นที่เชื่อกันว่าไวรัส KP.2 ถูกตรวจพบในรัฐนิวเซาท์เวลส์และรัฐวิกตอเรียเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ไวรัส KP.2 เป็นไวรัสในกลุ่มของ Omicron มีความใกล้เคียงกับสายพันธุ์ JN.1 เป็นสายพันธุ์ที่แพร่กระจายไปทั่วโลก รวมถึงทั่วออสเตรเลียในปี 2023
องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดชั้นไวรัส JN.1 เป็นสายพันธุ์ต้องสนใจในเดือนธันวาคม 2023 และในเดือนมกราคม 2024 ราชวิทยาลัยออสเตรเลียแห่งแพทย์ตรวจโรคทั่วไป (RACG) ขานรับพร้อมส่งสัญญานเตือนว่าไวรัส FLiRT อาจ ‘เกิดการระบาดครั้งใหญ่ครั้งใหม่’ ในปี 2024

ข่าวออนไลน์สำนักข่าว SBS วันที่ 13 พฤษภาคม 2024 รายงานข่าวแนะนำไวรัสโควิด-19 FLiRT ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่เข้ามาในออสเตรเลียเรียบร้อยแล้ว
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวถึงไวรัส KP.2 หรือ FLiRT มีความคล้ายคลึงกับไวรัส JN.1 มาก แต่มีการหลีกเลี่ยงระบบป้องกันภูมิคุ้มกันของมนุษย์แทำให้มีการระบาดของเชื้อได้มากกว่าสายพันธุ์ JN.1
ศาสตราจารย์ Adrian Esterman ผู้อำนวยการวิทยาลัยชีวสถิติและวิทยาการระบาดแห่งมหาวิทยาลัยเซาท์ออสเตรเลีย (UniSA) ทำนายว่าไวรัส JN.1 ในไม่ช้าจะหายไปจากออสเตรเลีย แล้วจะแทนที่ด้วยไวรัส FLiRT
อย่างไรก็ตามเขาเชื่อว่าไวรัส KP.2 จะไม่ก่อให้เกิดปัญหาใหญ่กับประชากรหนุ่มสาว

ข่าวออนไลน์ Healthnews วันที่ 12 พฤษภาคม 2024 พาดหัวข่าว : CIVID-19 สายพันธุ์ ‘FLiRT’ อาจมีความยืดหยุ่นมากว่าไวรัสสายพันธุ์ก่อนหน้านี้ (
ศ. Esterman ยังให้ความเห็นเหมือนนักวิทยาศาสตร์คนอื่น ๆ ของโลกตะวันตก คือแนะนำให้ผู้ที่เว้นระยะจากการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 มาเป็นเวลาเกินกว่า 12 เดือน ควรได้รับการฉีดเข็มบูสเตอร์อีกหนึ่งเข็ม
(หมายเหตุ แม้ว่าคนทั่วโลกจะเริ่มมีความคิดในแง่ลบต่อวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA หรือที่คนไทยเรียกว่า ‘วัคซีนเทพ’) ภายหลังถูกพบว่าก่อผลข้างเคียง แต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบในสัดส่วนน้อยมาก เมื่อเทียบกับประโยชน์ของวัคซีน)
(jingjonews ขออนุญาตเสริม สำหรับผู้ไม่ต้องการฉีดวัคซีน การสวมหน้ากากอนามัยยามออกนอกบ้าน ก็ช่วยป้องกันได้ในระดับหนึ่ง เพราะ jingjonews ปฏิบัติมาตลอดจนถึงปัจจุบัน สามารถรอดพ้นจาก COVID-19 แม้ในช่วงที่คนในบ้านติดเชื้อทุกคน มาชะล่าใจก็เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา ไม่สวมหน้ากากอนายมัยลงจากรถเข้าไปในร้านขายยา Chemist Warehouse ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงติดเชื้อไข้ใหญ่ออกมาด้วย ยังโชคดีที่ไม่ใช่ไวรัส JN.1)
ศ. Esterman กล่าวว่า ไวรัส FLiRT หรือ PK.2 จัดว่าอยู่ในฐานะเป็นอันตรายต่อคนกลุ่มเปราะบางเช่น ผู้สูงอายุ และผู้มีปัญหาทางสุขภาพเป็นต้นว่าผู้เป็นโรคเบาหวาน คนกลุ่มนี้ควรได้รับการฉัดวัคซีนเข็มบูสเตอร์
จากข้อมูลปัจจุบันพว่า ผู้ที่มีอายุสูงกว่า 75 ปีในออสเตรเลีย มีเพียง 40% เท่านั้นที่ฉีดวัคซีนเข็มบูสเตอร์ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา

jingjonews.com
เนื่องจากการเพิ่มการปิดกั้นการมองเห็น ท่านสามารถอ่านข่าว jingjonews ในแต่ละวันได้ด้วยการเข้า Google แล้วพิมพ์ ‘jingjonews’ หรือ ‘จิงโจ้นิวส์’
Categories: ข่าวออสเตรเลีย
Leave a Reply