
ภาพสแกนแล็ปท็อปเพื่อตรวจดูอุปกรณ์ภายในเครื่อง : ภาพปรับโทนสีซีเปีย ต้นฉบับ The Washington Post
16 ต.ค. 2023 ผู้โดยสารที่นำคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปขึ้นเครื่องบิน จะต้องถูกขอให้นำแล็ปท็อปออกมาวางบนถาดเพื่อทำการเอ็กซ์เลย์แยกต่างหากจากสิ่งของนำขึ้นเครื่องอื่น ๆ
แม้ว่ามันจะเพิ่มความยุ่งยาก แต่ทางการก็มีเหตุผลสำคัญที่จะต้องทำ
นาย Doug Drury หัวหน้าภาควิชาการบินแห่งมหาวิทยาลัยเซ็นทรัลควีนสแลนด์ (CQU) กล่าวว่า แบตเตอรี่และกลไกบางชิ้นภายในแล็ปท็อปมีความหนาเกินกว่าที่เครื่องเอ็กซ์เรย์จะเจาะผ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะระบบสแกนเนอร์รุ่นเก่า
เขากล่าวว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของกองกำลังพิทักษ์พรมแดน (ABF) ไม่สามารถสแกนภาพเพื่อประเมินถึงความเสี่ยงถ้าแล็ปท็อปยังอยู่ในกระเป๋าหิ้วขึ้นเครื่อง
กฎนี้ยังใช้บังคับกับกล้องถ่ายรูป, iPad และอุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดใหญ่อื่น ๆ
อย่างไรก็ตามกระบวนการตรวจสอบแล็ปท็อปที่ผ่านมาทำให้เสียเวลาเพิ่มขึ้น จึงมีการพัฒนาให้ขั้นตอนตรวจสอบนี้มีความเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สแกนเนอร์คุณภาพสูงรุ่นใหม่ได้ถูกทยอยนำมาติดตั้งแทนแล้วตามสนามบินในสหรัฐ, ออสเตรเลียและเนเธอร์แลนด์

ข่าว X (ทวิตเตอร์) หนังสือพิมพ์ The Daily Mail วันที่ 16 ตุลาคม 2023 เสนอข่าวถึงเหตุผลว่าทำไมคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปจึงต้องถูกแยกออกมาเอ็กซ์เรย์ก่อนขึ้นเครื่อง
นอกจากนั้นยังมีการติดตั้งสแกนเนอร์รุ่นใหม่ที่สนามบิน London City Airport ในกรุงลอนดอนและสนามบิน Teesside International Airport ทางเหนือของอังกฤษ
โดยรัฐบาลสหราชอาณาจักรมีแผนที่จะเปลี่ยนมาใช้ระบบเทคโนโลยีใหม่ทุกสนามบินภายในเดือนมิถุนายนปี 2024 ให้ทันก่อนช่วงเวลาการท่องเที่ยวฤดูร้อนที่จะมาถึง
เครื่อง CT สแกนรุ่นใหม่ใช้เทคโนโลยี่ให้ภาพสามมิติความละเอียดสูงในการสแกนกระเป๋าเดินทาง เจ้าหน้าที่สามารถมองเห็นภาพเอกซ์เรย์ 3D ได้ในหลายมุม และให้รายละเอียดมากกว่าระบบเก่าหลายเท่า
ผลของมันจะทำให้ประหยัดเวลาการตรวจกระเป๋าเดินทางลดลง จากการนำกระเป๋ามาเปิดดูรายชิ้นลดน้อยลง
นั่นหมายถึงผู้โดยสารจะไม่ต้องเอาสิ่งของใด ๆ ออกจากกระเป๋าเดินทาง และยกเลิกขอจำกัดการนำของเหลวเกินกว่า 100 มล.ขึ้นเครื่อง โดยเปลี่ยนมาเป็นไม่เกิน 2 ลิตรแทน
กฎห้ามนำของเหลวเกิน 100 มล.ขึ้นเครื่องเกิดขึ้นหลังจากปี 2006 เมื่อผู้ก่อการร้ายวางแผนใช้สารเหลวมาผสมกันเป็นระเบิดบนเครื่องบินมาแล้วหลายครั้ง
ระบบสแกน 3D จะคัดเฉพาะเมื่อตรวจพบวัตถุต้องสงสัยในกระเป๋าเท่านั้น ด้วยการนำวัตถุต้องสงสัยออกมาตรวจสอบ
jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com (งดใช้ถูกคนอื่นยึดไปแล้ว)
Categories: ข่าวออสเตรเลีย
Leave a Reply