สู่เดือนตุลาคม ๒๕๖๖
เมื่อสู่เดือนสิงหาคม 2023 เคยนำภาพดอกไม้อย่างนี้มาลง โดยระบุว่าไม่ทราบว่าชื่ออะไร ไปพบที่พุ่มไม้รกในจุดลับตาหลังบ้าน เห็นว่าสวยดีจึงถ่ายภาพมาลงสู่เดือนสิงหาคม โดยเล่าว่ามันออกดอกครั้งละดอกเดียว เหี่ยวแล้วดอกใหม่ก็ขึ้นมาทีละดอก ตอนนั้นเป็นฤดูหนาว
แต่พอเข้าฤดูใบไม้ผลิในเดือนกันยายนที่ผ่านมา มันออกดอกครั้งละหลายดอก ชูก้านเรียวยาวขึ้นสู่อากาศ ภาพนี้ถ่ายจากมุมสูง จึงดูคล้ายมันราบไปกับพื้นดิน…. อย่างไรก็ตามถึงตอนนี้ยังไม่ทราบว่าดอกไม้นี้มีชื่อว่าอะไร
เดือนตุลาคม เป็นเดือนกลางของฤดูใบไม้ผลิ เดือนนี้มีช่วงกลางวันยาว 13 ชั่วโมง และมี ช่วงรับแสงแดดจ้าเฉลี่ยวันละ 7.9 ชั่วโมง
ซิดนีย์ในเดือนตุลาคมจะมีอุณหภูมิต่ำสุดโดยเฉลี่ยที่ 13.6 องศาเซลเซียสและอุณหภูมิสูงสุดโดยเฉลี่ยที่ 22.1 องศาเซลเซียส แต่วันที่ 1 ตุลาคมของวันนี้ ในกลางวันมีอุณหภูมิสูงถึง 35 องศาเซลเซียส… เป็นผลมาจากเอลนีโญครับ
สำหรับผู้อยู่อาศัยในรัฐนิวเซาท์เวลส์, วิกตอเรีย, เซาท์ออสเตรเลีย, แทสเมเนีย, ดินแดน ACT และ Norfolk Island อย่าลืมเวลา 2.00 น.ของวันอาทิตย์ที่ 30 กันยายนจะเป็นวันสั่งลาเวลาเดิม จากนั้นวันที่ 1 ตุลาคมจะเป็นวันเริ่มต้นของ Daylight Saving Time หรือการปรับเวลาให้กลางวันมีช่วงเวลารับแสงแดดยาวนานขึ้น ด้วยการหมุนนาฬิกาเวลาตอนตี 2 (2.00 น.) ให้เป็นตี 3 (3.00 น.) หรือเวลาในหลายรัฐทางภาคตะวันออกของออสเตรเลียจะแตกต่างจากเวลาในประเทศไทย แต่เดิม 3 ชั่วโมงก็จะกลายเป็น 4 ชั่วโมงนับจากวันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป
Daylight Saving จะไปจบสิ้นในเวลา 3.00 น.ของวันอาทิตย์ที่ 7 เมษายนปี 2024
Labour Day รัฐนิวเซาท์เวลส์ ตกอยู่ที่วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม ซึ่งก็คือวันจันทร์ที่ 2 ตุลาคม 2023 นั่นเอง
เล่าสู่กันฟัง ‘กำเนิด Daylight Saving’

ข่าวทวิตเตอร์สำนักข่าว ABC วันที่ 29 กันยายน 2023 ออกมาเตือนให้ชาวออสเตรเลียเตรียมปรับเวลาเข้าสู่ Daylight Saving
สาเหตุของการจัดให้มี Daylight Saving ในยุคปจุบันก็เพื่อเป็นการออกแบบให้พวกเราได้รับแสงแดดมากขึ้นในช่วงเดือนที่มีอากาศอบอุ่น กลางวันยาวกลางคืนสั้น แต่ช่วงเวลา Daylight Saving นี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละรัฐและดินแดน

ข่าวออนไลน์สำนักข่าว SBS วันที่ 29 กันยายน 2023 เสนอข่าวเวลาที่ Daylight Saving เริ่มต้นและทำไมแต่ละรัฐและดินแดนจึงไม่ยึดถือแนวปฏิบัติเดียวกัน
ในปัจจุบันนี้มีรัฐและดินแดนที่รับเอา Daylight Saving ประกอบด้วย รัฐนิวเซาท์เวลส์, รัฐวิกตอเรีย, รัฐเซาท์ออสเตรเลีย, รัฐแทสเมเนีย, ดินแดนออสเตรเลียแคพิทอลเทร์ริทอรี (ACT) และ Norfolk Island
ส่วนรัฐและดินแดนที่ปฏิเสธ Daylight Saving ประกอบด้วยรัฐควีนสแลนด์, รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย, ดินแดนนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี (NT), Christmas Island และ Cocos Island

ข่าวออนไลน์ The Courier Mail หนังสือพิมพ์หลักของรัฐควีนสแลนด์ฉบับวันที่ 29 กันยายน 2023 เสนอข่าวการอภิปรายในเรื่อง Daylight Saving ของรัฐ QLD นำไปสู่สงครามปากครั้งยิ่งใหญ่
ในปี 1916 รัฐแทสเมเนียเป็นรัฐแรกในออสเตรเลียที่ริเริ่มให้มี Daylight Saving เพื่อประหยัดพลังงานในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง (1914-1918)
ในปีต่อมา (1917) ส่วนอื่น ๆ ของประเทศได้ปฏิบัติตาม แต่ได้ยกเลิกในปี 1918 เมื่อสงครามโลกยุติลง
Daylight Saving ถูกนำกลับมาใช้ชั่วคราวอีกครั้งในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ในระหว่างปี 1942 ถึง 1944 แล้วก็ยกเลิกไปอีก
จนกระทั่งรัฐแทสเมเนียนำกลับมาใช้อีกครั้งในปี 1967 ตามด้วยรัฐวิกตอเรีย, รัฐนิวเซาท์เวลส์, รัฐเซาท์ออสเตรเลีย, ACT และควีนสแลนด์ในปี 1971 เพียงปีเดียวในปี 1972 รัฐควีนสแลนด์ได้ยกเลิก Daylight Saving ของตน
ต่อมารัฐควีนสแลนด์และรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียได้จัดให้มีการลงประชามติว่าจะถือปฏิบัติ Daylight Saving หรือไม่ ผลออกมาประชาชนในสองรัฐโหวตไม่เห็นด้วย

ข่าวทวิตเตอร์สำนักข่าว ABC วันที่ 28 กันยายน 2023 เสนอข่าวการมี Daylight Saving ทำให้ยุ่งยากต่อการปรับตัวปรับเวลา บางรัฐจึงไม่เห็นด้วยกับการมีช่วงเวลาของ Daylight Saving
เมื่อปีที่ผ่านมา (2022) นาย Adrian Schrinner นายกเทศมนตรีนครบริสเบน
ได้เรียกร้องให้มีการลงประชามติ Daylight Saying อีกครั้ง
แต่นาง Yvette D’Ath รัฐมนตรีสาธารณสุขของรัฐบาลรัฐควีนสแลนด์ในขณะนั้น (ปัจจุบันเป็นร.มต.สำนักงานอัยการและยุติธรรม) ได้ปฏิเสธการจัดให้มีการลงประชามติ โดยบอกว่ารัฐบาลไม่ให้ความสนใจในเรื่องนี้

ข่าวออนไลน์หนังสือพิมพ์ The Canberra Times วันที่ 29 กันยายน 2023 เสนอข่าวแนวความคิดเรื่อง Daylight Saying มีต้นกำเนิดในประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อบุรุษไปรษณีย์และนักกีฏวิทยาสมัครเล่นนายหนึ่งเสนอแนวความคิดนี้
หนังสือพิมพ์ The Canberra Times ได้ออกมาเปิดเผยต้นกำเนิดของ Daylight Saving ว่ามีต้นกำเนิดในประเทศนิวซีแลนด์ โดยบุรุษไปรษณีย์และนักวิทยาศาสตร์สมัครเล่นด้านแมลงคนหนึ่งเป็นผู้เสนอแนวความคิดนี้
ผมเห็นด้วยว่า แมลงผู้หยั่งรู้อากาศน่าจะมีส่วนสำคัญต่อการกำเนิด Daylight Saving ก็ก่อนฝนจะตกน้ำจะท่วมมดน้ำนองจะอพยพขึ้นที่สูง พออากาศอบอุ่นจั๊กกระจั่นจะเลิกจำศีล ขึ้นจากใต้ดินมาร้องเพลงหาคู่
พูดถึงตอนนี้ ทำให้คิดถึงคอนเสิร์ทจั๊กกระจั่นที่ร้องกระหึ่มจากต้นถนนหน้าบ้าน คล่อย ๆ ประสานเสียงเคลื่อนไปสู่ท้ายถนนเป็นทอด ๆ ไป แต่ปัจจุบันนี้ไม่มีอีกแล้ว เพราะต้นไม้หลายต้นถูกตัดถอนไป เพื่อเปิดพื้นที่เป็นอาคารสูงสำหรับที่อยู่อาศัย
jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com
จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตุถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์
Categories: ข่าวออสเตรเลีย
Leave a Reply