
ข่าวออนไลน์นสพ. The Daily Mail วันที่ 18 ธ.ค. 2020 เสนอข่าว 1 ใน 4 ของพื้นที่ฟาร์มเกษตรในบางรัฐมีบริษัทของต่างประเทศเป็นเจ้าของ โดยมีจีนเข้าครอบครองสูงสุด
15 ธ.ค. 2020 ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานภาษีออสเตรเลีย (ATO) เปิดเผยถึงบริษัทต่างประเทศเป็นเจ้าของที่ดินทำการเกษตรในบางรัฐของออสเตรเลียสูงถึง 25% ในขณะที่จีนครองสัดส่วนของผู้เป็นเจ้าของฟาร์มเกษตรมากที่สุด
ในจำนวนนี้ยังไม่รวมถึงชาวต่างประเทศที่โอนสัญชาติแล้วที่เข้าถือครองความเป็นเจ้าของ เขาว่ากันว่ามีคนไทยเป็นเจ้าของฟาร์มใหญ่โตขนาดจังหวัดใหญ่ ๆ ของไทยสามสี่จังหวัดมารวมกันทีเดียว (ข้อมูลนี้ไม่ยืนยัน แต่คนให้ข้อมูลเป็นระดับถึงอดีตข้าราชการในประจำนครซิดนีย์ทีเดียว)
การลงทุนจากต่างชาติได้เข้ามาเป็นเจ้าของฟาร์มเกษตรทางตะวันออกของออสเตรเลียนับวันยิ่งเพิ่มขึ้น อย่างเช่นฟาร์มในรัฐแทสเมเนียมีชาวต่างชาติเข้าเป็นเจ้าของถึง 26.2% (เพิ่มขึ้น 7.3%)
ในขณะที่ทางเหนือของประเทศมีชาวต่างชาติเป็นเจ้าของฟาร์มในดินแดนนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี (NT) 25.8% (เพิ่มขึ้น 2.9%) และทางตะวันตกที่รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย 17.0% (เพิ่มขึ้น 0.7%)
ในรัฐควินสแลนด์มีต่างชาติถือครอง 11.8% (เพิ่มขึ้น 1.5%), รัฐเซาท์ออสเตรเลีย 10.7% (เพิ่มขึ้น 0.1%), รัฐวิกตอเรีย 5.6% (เพิ่มขึ้น 3.4%), รัฐนิวเซาท์เวลส์และออสเตรเลียนแคพิทอลเทร์ริทอรี (ACT) 5.1% (เพิ่มขึ้น 4.0%)
ในปีการเงินที่ผ่านมา (1 ก.ค. 2019-30 มิ.ย. 2020) สหรัฐเข้ามากว้านซื้อฟาร์มเกษตรในออสเตรเลียมากที่สุด แต่จีนยังคงเป็นผู้ถือที่ดินทำการเกษตรในออสเตรเลียมากที่สุดในจำนวนพื้นที่ 9.2 ล้านเฮกตาร์ ตามด้วยสหราชอาณาจักรในจำนวน 8.17 ล้านเฮกตาร์
รายงานดังกล่าวออกมาท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าและกิจการระหว่างประเทศของออสเตรเลียและจีน (รายงานช่วงนี้ขออนุญาตข้ามไป ไม่นำเสนอ)
นับจากวันที่่ 1 มกราคม 2021 เป็นต้นไปการลงทุนจากต่างประเทศจะถูกพิจารณาอย่างเคร่งครัดจากคณะกรรมการพิจารณาการลงทุนจากต่างประเทศ (FIRB) ในฐานะเป็น “ธุรกิจที่มีความอ่อนไหวต่อความมั่นคงแห่งชาติ”
ก่อนหน้านี้การยื่นเรื่องขอลงทุนภาคเอกชนจะถูกตรวจสอบอย่างละเอียดถ้าเป็นการซื้อกิจการที่มีสินทรัพย์เกินกว่า 275 ล้านเหรียญ
นาย Josh Frydenberg รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของรัฐบาลกลางกล่าวว่า นอกจากการลุงทุนทางการเกษตรแล้ว การลงทุนในกิจการพลังงาน, การสื่อสารและโทรคมนาคม, สาธารณูปโภค, การป้องกันประเทศและความมั่นคงถือว่ามีความอ่อนไหวต่อความมั่นคงของชาติ
ภายใต้ระบบใหม่ (system) กรอบที่วางไว้ 275 ล้านเหรียญจะยังคงใช้ต่อไปสำหรับการลงทุนจากต่างชาติในธุรกิจที่ไม่อยู่ในข่ายอ่อนไหวต่อความมั่นคง
แต่จะเพิ่มอำนาจให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังบังคับให้เจ้าของกิจการชาวต่างชาติขายกิจการให้กับเอกชนชาวออสเตรเลีย (หรือรัฐบาล) ถ้าเกิดมีความกังวลต่อความมั่นคงของประเทศ
นาย Frydenberg มีความเชื่อมั่นว่าการแก้ไขกฎหมายนี้จะได้รับการสนับสนุนจากพรรคฝ่ายค้าน
jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)
jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์
Categories: Uncategorized

Leave a Reply