สามแม่ลูกชาวกีวีโวยการบินไทยหลังปฏิเสธขึ้นเครื่องชั้นธุรกิจเพราะอ้วนเกินไป

ข่าวออนไลน์นสพ. The Daily Mail วันที่ 26 ม.ค. 2020 เสนอข่าวสามแม่ลูกชาวนิวซีแลนด์ถึงกับหลั่งน้ำตาและรู้สึกอับอายเป็นอย่างยิ่งที่เจ้าหน้าที่การบินไทยใช้เทปวัดรอบเอวต่อหน้าฝูงชนก่อนปฏิเสธไม่ให้พวกเธอนั่งชั้นธุรกิจในเที่ยวบินจากกรุงเทพฯมาโอ๊คแลนด์

26 ม.ค. 2020 กลายเป็นข่าวอีกแล้วสำหรับการบินไทย แม้จะถูกกฎการบินแต่การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินอาจจะไม่นิ่มนวลพอ เมื่อผู้โดยสารสามแม่ลูกอ้างถูกเจ้าหน้าที่ทำให้อับอายขายหน้าต่อหน้าผู้โดยสารอื่น ๆ

นาง Huhana Iripa วัย 59 ปีและบุตรสาวนาง Tere Ashby วัย 37 ปี, และน.ส. Renell Iripa วัย 28 ปีอ้างว่าพวกเธอต้องน้ำตาร่วงหลังจากถูกเจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์การบินไทยบอกว่าทั้งสามแม่ลูกอ้วนเกินไปที่จะนั่งชั้นธุรกิจของสายการบินจากกรุงเทพฯมายังนครโอ๊คแลนด์เมืองเอกของเกาะเหนือของประเทศนิวซีแลนด์

นาง Ashby และน.ส. Iripa สองพี่น้องเดินทางมาประเทศไทยเพื่อทำการผ่าตัดลดความอ้วนกล่าวว่า พวกเธอต้องถูกกระทำให้ต้องอับอายต่อหน้าผู้โดยสารอื่น ๆ หลังจากเจ้าหน้าที่สายการบินปฏิเสธชั้นธุรกิจราคา 2,650 เหรียญของพวกเธอ

นาง Iripa ผู้เป็นมารดากล่าวว่า “เราไปที่เคาน์เตอร์เช็คอินชั้นธุรกิจ พนักงานประจำเคาน์เตอร์ได้มองพวกเรา แล้วบอกว่า ‘เสียใจด้วยคุณ(นั่งชั้นธุรกิจ)ไม่ได้’…”

พวกเธออ้างว่าเจ้าหน้าที่รายนั้นได้นำตลับเทปมาวัดรอบเอวของพวกเธอต่อหน้าผู้โดยสารอื่นที่ยืนมองดู ก่อนออกใบผ่านให้พวกเธอไปนั่งชั้นประหยัดแทน

หนึ่งในสามแม่ลูกกล่าวกับหนังสือพิมพ์ The NZ Herlard ว่า “ฉันไม่เคยรู้สึกถูกเลือกปฏิบัติ (discriminated against) เช่นนี้มาก่อนอันเนื่องมาจากขนาดตัวของฉัน ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้ฉันรู้สึกช็อคมาก”

เธอได้เข้าพบกับเจ้าหน้าที่ของการบินไทยผู้ซึ่งชดเชยเงินให้กับเธอ 450 เหรียญ แต่เธอกล่าวว่ามันเทียบไม่ได้กับการที่เธอได้รับการปฏิบัติอย่างไม่ให้ความเคารพและได้รับความเจ็บช้ำทางจิตใจจากการกระทำของเจ้าหน้าที่สายการบิน

ทางด้าน Flight Centre เอเยนซี่ผู้รับการจองตั๋วให้กับเธอยอมรับว่าพวกเขารู้สึกหดหู่กับสิ่งที่ลูกค้าของตนได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ และเสนอที่จะจ่ายเงินค่าตั๋วคืนให้เต็มจำนวน (ซึ่งน่าจะเป็นความผิดของผู้ขายตั๋วด้วย)

ย้อนหลังไปในปี 2018 สายการบินไทยได้กลายเป็นข่าวใหญ่ด้วยการประกาศไม่รับผู้โดยสารที่มีขนาดเอวเกินกว่า 56 นิ้วโดยสารในชั้นประหยัดมากับเครื่องบินรุ่น Dreamliner 787-900 เนื่องจากเข็มขัดนิรภัยซึ่งมีถุงลมนิรภัยประกอบอยู่ด้วยไม่สามารถขยายเกินกว่านี้ได้ อันเป็นสเปคตามมาตรการรักษาความปลอดภัยของเครื่องบินรุ่นนี้

แล้วบังเอิญสามแม่ลูกชาวนิวซีแลนด์ต้องมาขึ้นเครื่อง Dreamliner 787-900 พอดี

นาง Iripa กล่าวว่าเธอไม่ได้รับการแจ้งข้อมูลนี้ในขณะจองตั๋วเครื่องบิน และมันก็ไม่มีปัญหาในการเดินทางจากโอ๊คแลนด์มากรุงเทพฯ

ทางด้านนาย Wayne Cochrane โฆษกของสายการบินไทยประจำนิวซีแลนด์กล่าวว่า สายการบินไม่สามารถ ‘ประนีประนอม’ ในเรื่องของความปลอดภัยกับลูกค้าได้

ขออนุญาตเสริมความเห็นส่วนตัวด้วยความเป็นห่วงในฐานะที่จิงโจ้นิวส์เป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบการบินไทย รู้สึกว่าการให้บริการที่เคาน์เตอร์ผู้โดยสารจะมีปัญหาในเรื่องการทำความประทับใจให้กับผู้โดยสาร โดยเฉพาะที่สนามบินซิดนีย์ ไม่ทราบว่าที่สนามบินอื่น ๆ เป็นอย่างนี้หรือไม่ ส่วนการบริการของเจ้าหน้าที่บนเครื่องยังประทับใจเหมือนเดิม

 

jingjonews.com

jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)

Jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , , , , , ,

Leave a Reply

%d bloggers like this: