
นาย Scott Morrison นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียและนาง Jacinda Ardern นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์เมื่อครั้งพบกันที่นครโอ๊คแลนด์ในต้นปี 2019 ที่ผ่านมา : เครดิตภาพสำนักข่าว SBS ต้นฉบับสำนักข่าว AAP
7 ส.ค. 2019 รัฐบาลกลางได้เสนอกฎหมายเพิ่มความเข้มข้นการทดสอบประวัติความประพฤติและอาชญากรรมที่อาจส่งผลกระทบให้ผู้อพยพหลายหมื่นคนรวมถึงชาวนิวซีแลนด์ที่อยู่อาศัยมายาวนานอาจถูกเนรเทศ
ภายใต้การเปลี่ยนแปลงใหม่ ผู้ถือวีซ่าที่ก่อคดีอาญามีโทษจำคุกอย่างน้อยสองปีเป็นต้นว่าการทำร้ายร่างกายทั่วไป จะถือว่าไม่ผ่านการทดสอบความประพฤติโดยอัตโนมัติ แม้ว่าพวกเขาจะได้รับการรอลงอาญาโดยไม่ต้องโทษจำคุกเลยก็ตาม
ร่างพ.ร.บ.นี้ถูกเสนอโดยนาย David Coleman รัฐมนตรีการเข้าเมืองเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในเรื่องการทดสอบความประพฤติที่เคยมีการเปลี่ยนแปลงและถูกนำมาใช้ตั้งแต่ปี 2014 โดยอนุญาตให้รัฐบาลเนรเทศผู้ที่ไม่ได้ถือสัญชาติที่กระทำผิดอาญาต้องโทษจำคุกตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป
กฎหมายดังกล่าวเป็นผลให้ชาวนิวซีแลนด์กว่า 1,000 คนต้องถูกเนรเทศกลับประเทศในระหว่างปี 2016 ถึง 2018 จนทำให้นาง Jacinda Ardern นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ออกมาพูดซ้ำ ๆ ว่า เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของทั้งสองชาติ
นาย Henry Sherrell นักวิจัยทางด้านผู้อพยพและอดีตที่ปรึกษาด้านนโยบายของพรรคเลเบอร์ออกมากล่าวว่า ร่างกฎหมายใหม่ของรัฐบาลจะทำให้ผู้อพยพหลายหมื่นคนซึ่งไม่มีความเสี่ยงต่อชุมชนตกอยู่ในสภาพเสี่ยงต่อการถูกเนรเทศกลับประเทศบ้านเกิดของพวกเขา
นาย Sherrell กล่าวว่าในหลายคดีเป็นการกระทำผิดทำร้ายร่างกายระดับทั่วไป (common assault) ที่ไม่ใช่การกระทำผิดละเมิดต่อคำสั่งห้ามใช้ความรุนแรง (AVO) หรือทำร้ายร่างกายขั้นร้ายแรง หลายคนศาลได้สั่งลงโทษเพียงรอลงอาญาโดยไม่ได้จำคุกแต่อย่างใด
และสิ่งที่เขาเป็นกังวลก็คือร่างกฎหมายนี้เสนอให้มีผลย้อนหลัง (apply retrospectively) ซึ่งหมายความว่าใครก็ตามที่ได้กระทำผิดในอดีตพวกเขาจะเข้าข่ายถูกเนรเทศโดยอัตโนมัติ
ขออนุญาตเสริม.. ร่างกฎหมายนี้ยังอยู่ในขั้นข้อเสนอ (proposal) กว่าจะเป็นกฎหมายก็ต้องผ่านสภาล่างซึ่งไม่น่ามีปัญหา จากนั้นจึงนำขึ้นสู่สภาสูง ซึ่งฝ่ายรัฐบาลต้องอาศัยเสียงสนุบสนุนจากส.ว.อิสระจึงจะผ่านเป็นกฎหมาย
jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)
Jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์
Categories: ข่าวออสเตรเลีย
Leave a Reply