25 ก.ค. 2019 ท่านผู้ติดตามอ่านข่าวจิงโจ้นิวส์อาจจะพอจำได้ถึงข่าว “ศาลเผยคลิปวิดีโอคนร้ายใช้ปืนจี้หญิงสาวชิงรถแบบโหดจิกผมกระชากลงจากเบาะนั่ง” ลงวันที่ 16 เมษายน 2019 บัดนี้ศาลได้ตัดสินโทษจำคุกเขาเป็นเวลาเกือบ 15 ปี
นาย Patrick McMillan วัย 34 ปีผู้ต้องหารายนี้ก่อเหตุในวันที่ 22 และ 24 พฤศจิกายนปี 2017 ด้วยการอ้างว่าเขาตื่นขึ้นมาหลังจากอยู่ภายใต้อิทธิพลของฤทธิ์ของยาเสพติด ทำให้จำเหตุการณ์ไม่ได้ว่าเขาและนาย Michael Heyfron เพื่อนของเขาได้ขับรถด้วยความเร็วสูง 200 กม.ต่อชั่วโมงในนครเมลเบิร์น ด้วยรถที่เขาใช้ปืนจี้มาสองคัน และในระหว่างนั้นเขายังได้ใช้ปืนยิงขู่ในที่สาธารณะและใช้มีดทำร้ายร่างกายพลเมืองดีได้รับบาดเจ็บ
ในวันนี้ศาลเคาน์ตี้ (เทียบเท่ากับศาลแขวง) รัฐวิกตอเรียได้ตัดสินลงโทษจำคุกนาย McMillan เป็นเวลา 14 ปี 11 เดือนโดยให้สิทธิ์ทำเรื่องขอปล่อยตัวอย่างมีทัณฑ์บนได้หลังจากจำคุกไปแล้ว 10 ปี 4 เดือน
หลักฐานชิ้นหนึ่งที่มัดตัวนาย McMillan ไว้แน่นจนทำให้คณะลูกขุนลงความเห็นได้ไม่ยากก็คือภาพบันทึกวิดีโอทางอากาศจากเฮลิคอปเตอร์ของตำรวจ แสดงภาพนาย McMillan ใช้ปืนจี้ชิงรถยนต์จากัวร์สีแดงของสตรีคนหนึ่ง เขาใช้มือจิกผมของหญิงสาวกระชากออกมาจากรถแล้วเหวี่ยงเธอกระเด็นหมุนกลางอากาศหนึ่งตลบก่อนลงมากองกับพื้นถนน

นาย Patrick McMillan เหวี่ยงสตรีเจ้าของรถหมุนกลางอากาศหนึ่งตลบก่อนลงมากองกับพื้นถนน : ภาพจาก Victoria Police
ในระหว่างก่อเหตุ 75 นาที นาย McMillan ได้ขับรถด้วยความเร็วสูงไปตามพื้นที่ทางเหนือและตะวันออกเฉียงใต้ของนครเมลเบิร์นโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ขับรถคันอื่นและประชาชนเดินถนน, มีหลายโอกาสที่เขาขับรถสวนเส้นทางจราจร, ขับบนเส้นทางฉุกเฉิน, ขับรถฝ่าสัญญาณไฟแดงและขับผ่านทางม้าลายในขณะที่มีคนข้าม
ในช่วงหนึ่งเขาขับด้วยความเร็ว 201 กม.ต่อชม.ไปตามทางด่วน Eastern Freeway ซึ่งผู้พิพากษา Gregory Lyon กล่าวว่าโชคดีที่ไม่เกิดอุบัติเหตุหรือมีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
สำหรับนาย Heyfron วัย 21 ปีเพื่อนจอมซ่าของนาย McMillan ถูกศาลตัดสินจำคุก 4 ปีเมื่อปีที่ผ่านมา แต่โทษจำของเขาได้เพิ่มเป็น 6 ปี หลังจากสำนักงานอัยการยื่นอุทธรณ์เพราะเห็นว่าโทษที่ได้รับต่ำไป
jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)
Jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์
Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Leave a Reply