
สำนักข่าว ABC เสนอเรื่องราวชีวิตของน.ส. Sophy Ron จากเด็กหญิงในกองขยะผู้โชคชะตาพลิกผันให้เธอกลายเป็นนักเรียนทุนในสถาบันที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของออสเตรเลีย
7 ก.ค. 2019 สำนักข่าว ABC ได้เปิดเผยเรื่องราวเด็กหญิงจากกองขยะในประเทศเพื่อนบ้าน ผู้ขยันหมั่นเพียรและโชคช่วยให้ชีวิตของเธอผลิกผันมาเป็นสาวน้อยที่มีอนาคตไกล จิงโจ้นิวส์ขออนุญาตนำเรื่องราวของเธอมาเล่าสู่กันฟัง
น.ส. Sophy Ron ใช้ชีวิต 8 ปีในช่วงวัยเด็กอาศัยอยู่ในบริเวณที่ล้อมรอบไปด้วยกองขยะและไอระเหยของแก๊สพิษในบริเวณที่ทิ้งขยะทางใต้ของกรุงพนมเปญที่มีชื่อเรียกว่า “Smoky Mountain” เพราะเต็มไปด้วยควันของก๊าซมีเทนซึ่งเป็นอันตราย
ไม่ถึงทศวรรษหลังจากความช่วยเหลือให้หลุดพ้นออกจากกองขยะมหึมา บัดนี้ Sophy ในวัย 21 ปีกำลังจะเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยเมลเบิร์นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศออสเตรเลีย โดยเธอมีความไฝ่ฝันว่าจะเป็นนักธุรกิจในอนาคต
ในวัยเด็ก Sophy ตื่นขึ้นมาก็ช่วยครอบครัวเก็บขยะพลาสติกและโลหะไปขาย ถ้าวันไหนโชคดีเธอสามารถทำรายได้ถึง 50 เซนต์ เพียงพอที่จะซื้อข้าวได้สองสามถ้วยเพื่อมาแบ่งปันกันกินระหว่างพ่อแม่และพี่น้องอีกหกคน
เธอกล่าวว่า ตอนนั้นเธอไม่รู้สึกว่าขยะเหม็นหรือสกปรกแต่อย่างใด
“ฉันนอนที่นั่น ฉันกินที่นั่น ฉันทำทุกอย่างที่นั่น เพราะที่นั่นคือบ้านของฉัน” นี่คือเรื่องเล่าตอนหนึ่งในขณะที่เธอขึ้นบรรยายในที่ประชุมจัดโดยวิทยาลัย Trinity College แห่งมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น
Sophy กล่าวว่า เพราะบิดาของเธอมีหนี้สิ้นล้นพ้นตัว ครอบครัวของเธอจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากใช้บริเวณที่ทิ้งขยะเป็นที่อยู่อาศัย
โรงเรียนในท้องถิ่นยอมรับเด็กเพียง 1 คนต่อครอบครัวเข้าเรียน ทำให้ Sophy ไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ ทั้งที่การได้ไปโรงเรียนคือหนึ่งในความปรารถนาของเธอ
เธอได้ติดตามพี่สาวของเธอไปยืนมองที่หน้าต่างโรงเรียน แล้วพยายามเรียนทุกอย่างเท่าที่จะทำได้

น.ส. Sophy Ron ขณะขึ้นกล่าวบรรยายประสบการณ์ชีวิตของเธอในที่ประชุมจัดโดยวิทยาลัย Trinity College แห่งมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น โดยผู้ฟังล้วนเป็นคณาจารย์, บุคคลในวงการศึกษาและนักธุรกิจทั้งสิ้น
ชะตาชีวิตของเธอเปลี่ยนผันเมื่อเธอได้พบกับนาย Scott Neeson ขณะเธออยู่ที่กองขยะ นาย Neeson เป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิกองทุนเด็กกัมพูชา (CCF)
Sophy กล่าวว่านาย Neeson ได้ถามเธอว่า “หนูต้องการเรียนภาษาอังกฤษไหม?” ตอนนั้นเธอยังไม่เข้าใจว่า “ภาษาอังกฤษ” คืออะไร แต่เธอก็ตอบว่า “ค่ะ” เอาไว้ก่อน
วันนั้นเธอวิ่งกลับบ้านด้วยความดีใจ เพราะสุภาพบุรุษคนนั้นให้สัญญากับเธอว่าจะพาเธอไปโรงเรียน
ABC เคยเสนอเรื่องราวมูลนิธิของนาย Neeson ในรายการ Australian Story มาครั้งหนึ่งในปี 2012 ว่าเขาเป็นผู้จัดการศึกษา, ที่อยู่และการรักษาให้กับเด็กชาวกัมพูชามาตั้งแต่ก่อตั้งมูลนิธิในปี 2004
จากข้อมูลขององค์กรเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติหรือ UNICEF ระบุว่าอัตราความจนของชาวกัมพูชาได้ลดลงจาก 53% ในปี 2004 ลงมาอยู่ที่ 13.5% ในปี 2014
รายงานของ UNICEF ในปี 2018 ระบุว่าเด็กกัมพูชาอายุต่ำกว่าสี่ปี 1 ใน 3 ยังมีร่างกายแคระแกรนไม่สมวัยและครึ่งหนึ่งของเด็กอายุระหว่าง 5 ถึง 14 ปียังไม่มีห้องน้ำที่ถูกสุขลักษณะใช้
Sophy ได้เล่าถึงความทรงจำในวันแรกที่เธอที่ได้ไปโรงเรียนในขณะอายุ 11 ปีว่าเธอได้เห็นเด็กนักเรียนเล่นและหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน มันยังเป็นภาพแห่งความประทับใจสำหรับเธอมาจนถึงทุกวันนี้
เธอเป็นคนที่เรียนรู้ได้ไวและสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี ภายในปี 2016 เธอสามารถขึ้นเวทีกล่าว Tedx Talk เป็นภาษาอังกฤษได้อย่างฉะฉาน
(Ted Talk คือการพูดจากสิ่งที่เกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจในหัวข้อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านวิทยาศาสตร์, สังคม, ศิลปะ, ธุรกิจและอื่น ๆ โดยกำหนดให้พูดคนละ 18 นาทีหรือจะยาวกล่าวนั้นตามแต่หัวข้อที่กำหนด แนวความคิดนี้พัฒนาโดยองค์กรไม่หวังผลกำไร โดยมีจุดเริ่มต้นจากการสัมมนาพูดคุยกันในด้านเทคโนโลยี่ (T), บันเทิง (E) และการดีไซน์ (D) แต่ต่อมาได้เพิ่มเป็นหัวข้ออื่น ๆ จึงเปลี่ยนมาใช้คำว่า Tedx Talk แทน)
โดยความช่วยเหลือของมูลนิธิ CCF ทำให้เธอสามารถเข้ารับการศึกษาขั้นพื้นฐานกับวิทยาลัย Trinity College แห่งมหาวิทยาลัยเมลเบิร์นหลักสูตรหนึ่งปีจนสำเร็จ และกำลังจะเข้าเรียนต่อระดับปริญญาตรีกับวิทยาลัย Trinity College แห่งมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น
(วิทยาลัย Trinity College เป็นสถาบันสอนแบบ residential college ภาษาไทยเรียกว่า “อาศรม” เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่ทำการสอนและจัดหาที่พักพร้อมสรรพในรูปแบบเดียวกับที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดและเคมบริดจ์ในประเทศอังกฤษ ส่วนในออสเตรเลียมีอยู่ตามมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศเช่นม.เมลเบิร์น, ม.ซิดนีย์, ม.บริสเบน, ม.เวสเทิร์นออสเตรเลียเป็นต้น)
Sophy สำเร็จชั้นพื้นฐาน (foundation ) ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และจะเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีทางด้านศิลปศาสตร์ที่จะเริ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคมนี้
เธอกล่าวว่าเธอชอบชีวิตความเป็นอยู่ในนครเมลเบิร์น ยกเว้นอากาศหนาว และหวังว่าจะสำเร็จการศึกษาเพื่อกลับไปบ้านเกิด และทำงานให้กับมูลนิธิ CCF เป็นการตอบแทนบุญคุณและช่วยเหลือเด็กคนอื่น ๆ ต่อไป
jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)
Jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์
Categories: ข่าวออสเตรเลีย


Leave a Reply