
นาง Chen Wei หรือ Mira ต้องซวยซ้ำซวยซ้อนเมื่อนายจ้างสปอนเซอร์พี.อาร์.ของเธอทั้งสองรายปิดกิจการก่อนได้วีซ่าถาวรณ์ : ภาพป๊อปอาร์ตจากภาพต้นฉบับของสำนักข่าว SBS
29 มี.ค. 2019 ข่าวนี้ออกมาตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคมแต่ติดปัญหาเรื่องภาพประกอบและเนื้อหาค่อนข้างยาว จึงขออนุญาตนำเสนอวันนี้ เป็นเรื่องของสหภาพแรงงานและเอเยนซี่การเข้าเมืองมีความเห็นว่าการยืดระยะเวลาออกวีซ่าถาวรออกไปจะทำให้แรงงานต่างชาติเสี่ยงต่อการถูกเนรเทศหากนายจ้างผู้สปอนเซอร์เกิดปิดตัวลง
นาง Lyndal Ryan เลขาธิการ United Voice ACT กล่าวว่าผู้ถือวีซ่าทำงานที่มีนายจ้างสปอนเซอร์จะอยู่ในความเสี่ยงในช่วงประมาณสองปีของขบวนการพิจารณาออกวีซ่าถาวร หากบริษัทผู้ว่าจ้างเกิดประสบปัญหาและตัดสินใจปิดกิจการ ซึ่งเธอกล่าวว่ามันเกิดขึ้นบ่อยโดยเฉพาะในบ้างอุตสาหกรรม (เช่นร้านอาหาร) เมื่อปิดตัวแล้วได้ทิ้งความยุงยากไว้ให้กับลูกจ้าง โดยเฉพาะแรงงานชาวต่างชาติ
แม้กฎหมายจะเปิดช่องให้แรงงานต่างชาติเหล่านี้หานายจ้างสปอนเซอร์รายใหม่ แต่การเริ่มต้นขบวนการใหม่ก็ต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อย
แต่ถ้าพวกเขาทำไม่ได้ ไปพร้อมกับกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงในทางเข้มงวดเพิ่มขึ้น หากทำไม่ทันตามเวลากำหนดย่อมหมายความว่าพวกเขาจะต้องกลับไปประเทศขอตน
สื่อฯจากสำนักข่าว SBS ได้ยกตัวอย่างนาง Chen Wei หรือ Mira วัย 30 ปี เธอเกือบจะได้วีซ่าถาวรอยู่มะลอมมะล่อแล้ว (ขออนุรักษ์ศัพท์โบราณ) หลังจากเธออยู่อาศัยในออสเตรเลียกับสามีของเธอมาเป็นเวลา 5 ปี แต่ก็มาเจอเหตุ บริษัทที่สปอนเซอร์ให้เธอมีอันต้องปิดตัวลงเสียก่อน
Mira ยื่นขอวีซ่าถาวรครั้งแรกจากการเป็นเชฟให้กับร้านอาหาร Jamie’s Italian ในนครเพิร์ทร้านอาหารในเครือของ KG* ที่ก่อตั้งโดยนาย Jamie Oliver เชฟระดับเซเลบริตี้จากสหราชอาณาจักรผู้เป็นสปอนเซอร์ให้กับเธอ แต่ต่อมา KG ได้ประกาศล้มละลาย นั้นหมายความว่าการเป็นสปอนเซอร์เพื่อยื่นขอวีซาถาวรของเธอต้องยุติลง
หมายเหตุ *ขออภัยจำเป็นต้องใช้ตัวย่อ KG เพราะได้ตรวจเช็คออนไลน์พบบริษัทในชืี่อเต็มยังดำเนินกิจการอยู่ภายใต้ชื่อของคนอื่น ส่วนนาย Oliver แม้จะประกาศให้บริษัทนี้ล้มละลาย (ตามข่าว) เขายังมีบริษัท Jamie Oliver Restaurant Group ทำธุรกิจร้านอาหารในเครือของเขาต่อไป
อย่างไรก็ตามเจ้าของใหม่ของร้านอาหาร Jamie’s Italian ในกรุงแคนเบอร์ราได้เสนองานให้กับเธอพร้อมเป็นสปอนเซอร์ให้ เธอและสามีจึงย้ายข้ามทวีปจากตะวันตกมายังตะวันออกพร้อมจ่ายเงินอีก 3,500 เหรียญในการยื่นเรื่องขอวีซ่าถาวรใหม่
แต่แล้วในเดือนเมษายนปีที่ผ่านมา (2018) เธอได้รับโทรศัพท์จากหัวหน้าเชฟขอให้เธอมาที่ร้านในวันหยุดของเธอ โดยเธอคิดว่าคงมีเชฟคนใดคนหนึ่งป่วยหรือลากิจกระทันหัน
เมื่อเธอไปถึงร้านพบหัวหน้าเชฟมีใบหน้าบอกบุญไม่รับบอกเธอไว้ไม่ต้องเอาชุดผ้ากันเปื้อนมาสวม เธอคิดว่าจะต้องมีอะไรผิดปกติแน่ ก่อนได้ยินเขาพูดว่า “เราจะยุติการดำเนินธุรกิจตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”

ภาพข่าวออนไลน์ของสำนักข่าว SBS เสนอข่าว แรงงานผู้อพยพเสี่ยงต่อการถูกเนรเทศมากยิ่งขึ้นในกรณีบริษัทผู้สปอนเซอร์ปิดตัวลง ข่าวนี้ทำให้เห็นภาพของนาง Chen Wei หรือ Mira ได้บ้างโดยไม่แสลงต่อลิขสิทธิ์
Mira ได้แต่ถามตัวเองว่า “เหตุการณ์อย่างนี้มันเกิดขึ้นกับเธอได้อย่างไรในช่วงเวลาห่างกันเพียง 2 ปีเท่านั้น”
ในขณะที่กระทรวงกิจการภายในประเทศยังไม่ได้อนุมัติวีซ่าให้กับ Mira ทำให้เธอเผชิญต่อการถูกปฏิเสธและจะต้องเดินทางกลับประเทศจีนภายใน 28 วัน
นับตั้งแต่เธอยื่นขอวีซ่าถาวรครั้งหลังสุด กฎระเบียบได้มีการเปลี่ยนแปลง หากเธอสามารถหางานใหม่ทำได้อีก เธอก็ไม่สามารถเข้าหลักเกณฑ์ที่จะอยู่ในออสเตรเลียต่อไป เนื่องจากเธอทำงานกับนายจ้างรายหลังสุดได้เพียง 2 ปียังขาดอีก 1 ปีตามระเบียบใหม่ที่กำหนดไว้
Mira กล่าวว่าเธอรู้สึกเสียใจมากที่เธอและสามีจะต้องเดินทางกลับไปประเทศจีน ทั้งที่เธอมีแผนจะเปิดคาเฟ่เป็นกิจการของครอบครัวในออสเตรเลีย
เธอกล่าวว่า เธอได้เขียนหนังสือถึงนาย Oliver สอบถามถึงสถานะของเธอเมื่อปีที่ผ่านมา แต่ถึงวันนี้บริษัท Jamie Oliver Restaurant Group ของเขาก็ไม่ตอบกลับมา
(อาจมีต่อภาค 2)
jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com (งดใช้ชั่วคราว)
Jingjonews เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์
Categories: ข่าวออสเตรเลีย
Leave a Reply