
พญ. Kerryn Phelps เดวิดผู้ฆ่าโกไลแอธชนะการเลือกตั้งด้วยคณะแนนพรีเฟอร์เรนซ์ต่อผู้สมัครพรรคลิเบอรัล 54%ต่อ 46% (อย่างไม่เป็นทางการ) : ภาพจิงโจ้นิวส์ถ่ายจากทีวี ABC
21 ต.ค. 2018 ผลการเลือกตั้งซ่อมส.ส.รัฐสภากลางเขตฯ Wentworth เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กลายเป็นการชี้ชะตาบ้านเมือง เพราะมันได้ส่งผลให้รัฐบาลกลางของนาย Scott Morrison หรือ ScoMo กลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยไปทันที และเป็นเครื่องบ่งชี้ว่านายกรัฐมนตรีคนต่อไปคือนาย Bill Shorten ผู้นำพรรคฝ่ายค้าน
ผลการเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขตเลือกตั้ง Wentworth ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งที่มีคนรวยอยู่อาศัยมากที่สุดในประเทศได้ออกมาอย่างพลิกความคาดหมายโดยพญ. Kerryn Phelps ผู้สนับสนุนชาวสีม่วงสามารถชนะการเลือกตั้งในพื้นที่ฐานเสียงแข็งของพรรคลิเบอรัลชนิดผู้สื่อข่าวระบุว่า “สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ได้เป็นไปได้แล้ว”
พญ. Phelps ได้กลายเป็นแจ็คผู้ฆ่ายักษ์ด้วยคะแนนไพรมารี 33.4% ในขณะที่นาย Dave Sharma ผู้สมัครของพรรคลิเบอรัลเจ้าของพื้นที่เดิมได้ 37.9%, พรรคเลเบอร์ได้ 11.6%, พรรคกรีนส์ได้ 9.1% และอื่น ๆ 8.0% (ตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการ)
แต่เมื่อนับคะแนนพรีเฟอเรนซ์พญ. Phelps ได้รับคะแนนจากพรรคเลเบอร์และพรรคกรีนส์ซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากับพรรคลิเบอรัลแล้วชนะไปด้วยคะแนน 54% ต่อ 46% (อย่างไม่เป็นทางการ) ทำให้พญ. Phelps ได้เป็นส.ส.คนใหม่อย่างคาดไม่ถึง

ข่าวออนไลน์รายชั่วโมงของนสพ. SMH และข่าวจากสำนักข่าวอื่นๆ รายงานผลการเลือกตั้งซ่อมเขตฯ Wentworth เพื่อทดทนนาย Malcolm Turnbull ที่ลาออกไป
พญ. Phelps ได้กล่าวต่อผู้สนับสนุนที่มาชุมนุนกันที่ห้องจัดงานของสโมสร North Bondi Surf Life Saving Club ย่าน North Bondi ว่า “ฉันจะไม่ทำให้พวกท่านผิดหวัง” “เพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้านั้น มีคนบอกฉันว่างานของฉันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้” “เพื่อนรักเราได้สร้างประวัติศาสตร์แล้ว”
พญ. Phelps สามารถทำลายคะแนนมาร์จิน 17.7% ของพรรคลิเบอรัลในการเลือกตั้งครั้งก่อน ซึ่งถือเป็นชัยชนะมากที่สุดที่ไม่เคยมีมาในประวัติศาสตร์การเมืองของออสเตรเลีย
ผลการนับคะแนนตามหน่วยเลือกตั้งหลายหน่วยได้มีคะแนนเหวี่ยงออกจากพรรคลิเบอรัลกว่า 20% โดยเฉพาะที่หน่วยเลือกตั้ง Double Bay East มีคะแนนเหวี่ยงถึง 27% ทีเดียว
ที่ห้องประชุมโรงแรม InterContinental ย่าน Double Bay สถานที่ผู้สนับสนุนพรรคลิเบอรัลมารวมตัวกันเพื่อฉลองชัยชนะ แต่กลับกลายเป็นที่ชุมนุมน้ำตาจากความพ่ายแพ้ที่ไม่คาดคิดมาก่อน นาย Dave Sharma อดีตเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำอิสราเอลผู้สมัครของพรรคลิเบอรัลได้กล่าวยอมรับความพ่ายแพ้การเลือกตั้งอย่างไม่มีข้อแม้
ทางด้านนาย Scott Morrison นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคลิเบอรัลได้ออกมากล่าวว่า เขาจะนำพรรคลิเบอรัลลุกขึ้นจากผงเถ้ากระดูกกลับมายืนหยัดก่อนศึกเลือกตั้งใหญ่ในอีกไม่เกินหกเดือนข้างหน้าว่า “วันนี้เป็นวันที่ยากลำบาก แต่วันที่ยิ่งใหญ่(ของพรรค)กำลังจะมา”
ส่วนที่ชายหาด Bondi ทีมแสดง ABBA’s Dancing Queen ออกมาร่วมฉลองชัยชนะกับผู้สนับสนุนอื่น ๆ โดยยกย่องพญ. Phelps คือแม่ทัพของชาวสีม่วงอย่างแท้จริง

ข่าวออนไลน์ของนสพ. The Australian วันที่ 24 ส.ค. 2018เสนอข่าวพญ. Kerryn Phelps ชนะเลือกตั้งอย่างถล่มทะลาย และหัวข้อล่างมุมซ้ายกล่าวว่าความปราชัยครั้งนี้ถือเป็นข้อทดสอบแรก ก่อนการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล (โดยมีนาย Bill Shorten เป็นนายกรัฐมนตรี)
ความปราชัยในครั้งนี้ยังส่งผลให้รัฐบาลกลางนำโดยนาย Scott Morrison เปลี่ยนสภาพจากรัฐบาลเสียงข้างมากไปเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยเพียงชั่วข้ามคืน การผ่านร่างกฎหมายใด ๆ รัฐบาลกลางจะต้องได้เสียงสนับสนุนจากส.ส.อิสระอย่างน้อยหนึ่งคนจากทั้งสิ้นห้าคน (รวมส.ส. Phelps ด้วย)
ส.ส. Phelps จะเข้าร่วมกับส.ส.อิสระที่มีอยู่ประกอบด้วยนาย Bob Katter (พรรคแคตเตอร์ ออสเตรเลียน), นาง Rebekha Sharkie (อิสระ), นาง Cathy McGowan (อิสระ) และนาย Adam Bandt (พรรคกรีนส์)
การขอคะแนนสนับสนุนก็จะต้องมีข้อแลกเปลี่ยน ส.ส. Sharkie ส่งสัญญาณออกมาแล้วว่า รัฐบาลต้องยอมรับผู้ข้อลี้ภัยที่เป็นเด็กและสตรีจากเกาะนาอุรูเข้ามาอยู่บนพื้นแผ่นดินออสเตรเลียจึงจะยอมเจรจา ส่วนส.ส.มาเวอริค Bob Katter เรียกร้องให้รัฐบาลเข้มงวดในเรื่องการไต่สวนแห่งชาติในกิจการธนาคารพาณิชย์และการสอบสวนเรื่องนโยบายเขื่อนกั้นน้ำเป็นข้อแลกเปลี่ยน

นสพ. The West Australian ฉบับ 24 ส.ค. 2018 ที่วางขายในตอนเช้าก่อนที่ตอนสายจะมีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคลิเบอรัล สื่อฯยังให้นาง Julie Bishop เป็นเต็งจ๋าหัวหน้าพรรคลิเบอรัลคนใหม่
ส่วนสาเหตุความพ่ายแพ้ครั้งนี้ สื่อฯเสนอข่าวในเชิงคนพรรคลิเบอรัลมองไปที่นาย Peter Dutton รัฐมนตรีกิจการภายในประเทศที่อาจหาญขึ้นมาท้าชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคจนเกิดความวุ่นวาย ทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธาพรรค
แต่หากมองลึกไปอีกจะพบว่าต้นตอน่าจะอยู่ที่นาย Malcolm Turnbull อดีตนายกรัฐมนตรีที่ขาดความเด็ดขาด และเปลี่ยนนโยบายเป็นรายวันตามกระแสของสังคม จนส.ส.และส.ว.ร่วมพรรคเอือมระอาหันมาหนุนให้นาย Dutton ขอท้าความเป็นผู้นำพรรค
ซึ่งนาย Turnbull สามารถชนะนาย Dutton จากการหยั่งเสียงครั้งแรกแบบคู่ต่อสู้ไม่ทันตั้งตัวและไม่ขาวสะอาดเท่าที่ควร ในอีกไม่กี่วันต่อมาเมื่อนาย Dutton ตั้งตัวได้เขาได้ขอท้าเลือกผู้นำพรรคอีกครั้ง
ทีมงานนาย Turnbull หยั่งเสียดูพบว่านาย Turnbull ไม่มีทางชนะนาย Dutton จึงเกิดการแก้เกมด้วยการเปิดทางให้นาง Julie Bishop ร.มว.ต่างประเทศผู้สนับสนุนและนาย Scott Morrison ร.มว.การคลังผู้จงรักภัคดีต่อเขาเป็นทางเลือกใหม่เข้าชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค เมื่อออกมาอย่างนี้นาย Dutton เป็นรองทันที
ถึงตอนนี้สื่อมวลชนฟันธงว่าหัวหน้าพรรคลิเบอรัลและนายกรัฐมนตรีคนใหม่คือนาง Bishop จนสื่อฯบางสำนักถึงกับขึ้นปกเธอเป็นตัวเต็งนายกรัฐมนตรีไว้เป็นการล่วงหน้า
แต่เกิดมี how to vote อย่างลับ ๆ เกิดขึ้นด้วยการแนะนำให้เลือกนาง Bishop เป็นคนสุดท้าย ทำให้เธอแพ้การหยั่งเสียงตั้งแต่รอบแรก และนาย Morrison ได้รับการโหวตให้เป็นผู้นำพรรคและนายกรัฐมนตรีแบบสร้างรอยปริภายในพรรค
ความเครียดแค้นฝังหุ่นยังไม่จบ หลังการเลือกตั้งผู้นำพรรคนาย Dutton ยอมกลับเข้ามารับงานกระทรวงกิจการภายในประเทศตามเดิมแต่ถูกลดอำนาจลง ไปพร้อมกับโดนเล่นงานในกรณีใช้อำนาจรัฐมนตรียื่นมือเข้าช่วยนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสที่ถูกยกเลิกวีซ่าเนื่องจากเธอทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็ก ด้วยการให้เธออยู่ในออสเตรเลียต่อไป ซึ่งถือเป็นข้อกล่าวหาเอาผิดคดีเล็ก ๆ เท่านั้น แม้จะไม่สามารถทำให้นาย Dutton ถึงกลับต้องสิ้นสภาพเป็นรัฐมนตรีและนักการเมือง แต่ก็ทำให้อาชีพการเมืองของเขาต้องด่างพร้อย
ในการเลือกตั้งซ่อมเขตฯ Wentworth พรรคลิเบอรัลก็ไม่ได้อยู่ในความสามัคคีกัน นาย Alex Turnbull บุตรชายคนเดียวของนาย Malcolm Turnbull สมาชิกฝ่ายขวาจัดของพรรคออกมาป่วนการเมือง ชนิดเมืี่อพ่อไม่ได้เป็นส.ส. Wentworth ต่อไปคนอื่นก็อย่าได้เป็น
เขาได้ออกมาเรียกร้องให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตฯ Wentworth ให้เลือกผู้สมัครอื่นโดยอย่าเลือกผู้สมัครจากพรรคลิเบอรัล จึงไม่แปลกอะไรที่พรรคลิเบอรัลพ่ายแพ้อย่างถล่มทลายในศึกเลือกตั้งครั้งนี้
ข่าวที่ออกมาในวันที่ 22 ตุลาคมโดยหนังสือพิมพ์ The Australian ระบุว่ากลุ่มนักการเมืองอาวุโสของพรรคลิเบอรัลได้ออกมากล่าวโทษนาย Malcolm Turnbull ว่ามีส่วนทำให้พรรคลิเบอรัลพ่ายแพ้การเลือกตั้ง ในจำนวนนี้ร่วมถึงการปฏิเสธออกมารับรองอย่างเป็นทางการต่อสาธารณะว่านาย Dave Sharma ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส.แทนตัวเขาที่ขอลาออกไป
26 ตุลาคม 2018 ผลการนับคะแนนล่าสุด ณ เวลา 17.00 น. ของวันนี้คะแนนไพมารีพญ. Kerryn Phelps ผู้สมัครอิสระได้คะแนน 29.17%, นาย Dave Sharma ผู้สมัครจากพรรคลิเบอรัลได้ 43.12%, นาย Tim Murray ผู้สมัครจากพรรคเลเบอร์ได้ 11.51% และนาง Fominic Kanak ผู้สมัครพรรคกรีนส์ได้ 8.58%
เมื่อนับคะแนนพรีเฟอเรนซ์พญ. Phelps ได้ 51.18% ในขณะที่นาย Sharma ได้ 48.82% โดยพญ. Phelps ยังนำอยู่ 1,783 คะแนน
ยังเหลือการนับคะแนนจากผู้ลงคะแนนทางจดหมาย แต่เป็นที่เชื่อว่าผู้สมัครจากพรรคลิเบอรัลคงตามไม่ทันแล้ว
โดยผู้สมัครจากพรรคลิเบอรัลเสียคะแนนเหวี่ยงไปทั้งสิ้น 19.14% ซึ่งถือเป็นการสูญเสียคะแนนเหวี่ยงที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งของออสเตรเลีย
jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com
จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์
Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Leave a Reply