
นสพ. The Sunday Times ฉบับ 15 ก.ค. 2018 เป็นข่าวการให้สัมภาษณ์ของน.สพ. Craig Challen ที่จิงโจ้นิวส์เสนอไปแล้ว แต่นำมาลงเพราะตอนรายงานภาพนี้ยังไม่ถูกโพสต์ออกมา
17 ก.ค. 2018 หนึ่งในทีมนักดำน้ำช่วยชีวิตทีมฟุตบอลหมูป่า 12 คนและผู้ฝึกสอนอีก 1 คนออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนจังหวัดเชียงรายได้เปิดเผย เขาประมาณว่าครึ่งหนึ่งของเด็กอาจออกมาในสภาพร่างไร้วิญญาณ
ทั้งนี้เรืออากาศเอก Charles Hodges ผู้บังคับการชุดปฏิบัติการจากสหรัฐเอเมริกาได้ให้สัมภาษณ์รายการ Four Conner ของทีวี ABC เมื่อคืนวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา
ถึงความเสี่ยงในภารกิจช่วยเหลือชีวิตเด็ก มีความคาดหวังและยอมรับกันว่า ภารกิจนี้อาจช่วยเด็กออกมาอย่างมีชีวิตรอดไม่ครบทุกคน อาจมีเด็กสาม..หรือสี่..หรือถึงห้าต้องเสียชีวิต
เขากล่าวว่า ในการนำเด็กออกมาในเวลา 3 ชั่วโมงเป็นอย่างน้อย เด็กแต่ละคนจะได้รับยาเพื่อป้องกันความตื่นตระหนก เนื่องจากภารกิจนี้มีอันตรายมาก รัฐบาลออสเตรเลียได้เจรจากับทางการไทยยินยอมให้ทีมกู้ชีพของออสเตรเลียให้ยาแก่เด็ก ในกรณีที่มีความผิดพลาดเกิดขึ้น
นายสัตวแพทย์ Craig Challen และนพ. Richard Harris ผู้เชี่ยวชาญการดำน้ำในระดับสูงได้มีส่วนสำคัญในภารกิจการนี้ โดยเฉพาะนพ. Harris เป็นผู้ตรวจสุขภาพร่างกายและให้ยาลินช์พิน (linchpin) แก่เด็กทีมหมูป่าและโคช
นาย Jason Mallinson นักดำน้ำชาวสหราชอาณาจักรกล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นปฏิบัติการที่น่ากลัวและยากมาก แม้จะเป็นนักดำน้ำที่มีความชำนาญสูงก็ตาม
ในระหว่างปฏิบัติการช่วยเหลือเขาจะต้องเกาะเด็กให้ใกล้ชิดตัวเขา มิฉะนั้นศีรษะของเด็กอาจกระแทกกับหินต่าง ๆ รอบกาย
“ถ้าคุณเอาศีรษะเด็กกระแทกหินอย่างแรง, หรือหน้ากากฟูลเฟสถูกปลดล็อคออกจนน้ำเข้าไปภายใน เด็กก็จะตาย นี่คือเหตุที่เราต้องเคลื่อนที่อย่างช้า ๆ และระวังไม่ให้ศีรษะเด็กกระแทกกับหิน”
“ความสามารถในการมองเห็นย่ำแย่มาก คุณไม่สามารถเห็นหินย้อยลงมา จนกว่าคุณจะชนมัน”
นาย Mallinson กล่าวว่านพ. Harris เป็นผู้ประเมินว่าเด็กมีสุขภาพพร้อมที่จะออกมาจากถ้ำหรือไม่
“โดยปราศจากเขา พวกเราก็ไม่สามารถทำการช่วยเหลือได้อย่างผลที่ออกมา (ไม่มีเด็กเสียชีวิตแม้แต่คนเดียว)”
รอ. Hodges กล่าวว่าหากไม่รีบปฏิบัติการในตอนนั้น อาจจะต้องใช้เวลาอีกสี่หรือห้าเดือนจนกว่าระดับน้ำจะลดลง
ซึ่งหากคำนวณการจัดสรรเสบียงอาหารคนละมือต่อวันสำหรับเด็กและโคชจะต้องมีอาหารอย่างน้อย 1,800 ชุด โดยใช้การดำน้ำนำเสบียงไปส่ง 18 เที่ยว แต่ที่สำคัญก็คือจะต้องมีพื้นที่กว้างพอสมควรในการเก็บสะสมเสบียงอาหาร ซึ่งพื้นที่บนเนินนมสาวไม่เพียงพอ
ขออนุญาตเสริม..หากจำกันได้ จากการให้สัมภาษณ์ของน.สพ. Challen กล่าวไว้ว่า “นพ. Harris และตัวเขาเห็นว่าเมื่อถ้ำถูกน้ำท่วมปิดขัง การให้สิ่งสนับสนุนก็จะทำไม่ได้อีก และพวกเด็ก ๆ และโคชอาจจะไม่มีชีวิตรอดในใต้ดิน พวกเขาจะเริ่มมีอาการติดเชื้อและป่วยและเสียชีวิตลงทีละคน บทสรุปของทุกฝ่ายในตอนนั้นก็คือต้องปฏิบัติการช่วยชีวิตทันที ก่อนที่มรสุมจะมา” (จากรายงานข่าวจิงโจ้นิวส์ในหัวข้อ “ฮีโร่ออสซี่เผยความในใจ จากเหตุการณ์ช่วยชีวิตเด็กไทยติดถ้ำ” ลงวันที่ 15 กรกฎาคม 2018
jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com
จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์
Categories: ข่าวออสซี่ในเมืองไทย, ข่าวออสเตรเลีย

Leave a Reply