9 มิ.ย. 2018 คนไทยเวลาไปรับประทานอาหารร่วมกันตามร้านอาหาร เมื่อถึงเวลาจ่ายเงินหากไม่มีเจ้าภาพ (ขอให้จงเจริญ) ก็จะแชร์กันออกคนละเท่า ๆ กันไม่เกี่ยงงอนใครกินมากกินน้อย แต่เวลาไปกินกับคนออสซี่มันคนละเรื่องกันนะครับ
ชาวตะวันตกมักจะคิดเล็กคิดน้อยว่าเขากินอะไรไปบ้างก็จะจ่ายเท่าที่เขากิน วิธีการนี้เรียกว่า split restaurant bills หรือ Dutch treat ตามต้นแบบโดยชาวดัชที่เขาว่ากันว่าขี้ตืดที่สุดในโลก
แต่ศึก split bill นอกจากจะก่อให้เกิดความรำคาญต่อร้านอาหารจนติดป้ายที่เคาน์เตอร์ว่า “No Split Bill” ยังก่อให้เกิดความขุ่นข้องหมองใจให้ระหว่างผู้ร่วมรับประทานอาหาร เพราะบ่อยครั้งจะพบว่ามีเพื่อนหรือญาติพี่น้องร่วมโต๊ะบางคนจ่ายน้อยไปจากที่พวกเขารับประทานเข้าไป
ผลการวิจัยโดย OpenTable APAC พบว่า 70% ของชาวออสเตรเลียรู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้รับความยุติธรรมในการกินอาหารร่วมกับกลุ่มเพื่อนหรือญาติในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยพบว่าพวกเขาต้องจ่ายเงินโดยเฉลี่ย 22 เหรียญให้กับคนอื่นที่จ่ายส่วนของตนน้อยไป
ข้อมูลจากการสำรวจยังพบถึงผลกระทบต่อมิตรภาพของผู้ร่วมรับประทานอาหาร โดยพบว่า 1 ใน 10 ถึงขั้นความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนต้องขาดสะบั้นลงเพราะปัญหาความไม่ลงรอยกันในเรื่องของ split bill
นาง Robyn Rice รองประธาน OpenTable APAC กล่าวถึงความจำเป็นที่จะต้องมีข้อตกลงกันก่อนเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความตึงเครียดหลังจากการรับประทานอาหารสิ้นสุดลง
ก็คือบอกให้เพื่อน ๆ รับทราบล่วงหน้าถึงงบประมาณของตน, ตรวจเช็คราคาแต่ละเมนูของร้านอาหารและต้องเข้าใจถึงประเภทของการชำระเงิน (น่าจะเป็นเพราะบางร้านไม่รับบัตรเครดิต อันนี้เดาเอาเอง) เป็นต้น (ยังมีข้อปลีกย่อยอื่น ๆ อีกแต่ขออนุญาตตัดลดออกไป)
นาง Rice กล่าวว่าสิ่งที่น่ากวนใจอีกก็คือ 1 ใน 2 ของผู้ร่วมรับประทานอาหารแบบ split bill เป็นเพื่อนฝูงประเภทระบุรายละเอียดว่าพวกเขาได้กินอะไรลงท้องเข้าไปบ้าง (ขอยกตัวอย่างเช่นซาลาเป๋ามีสามลูก เขากินไปครึ่งลูก ดังนั้นเขาต้องจ่าย 1 ใน 6 ของราคาเต็ม) …อ้อท่านผู้อ่านในเมืองไทยอย่าแปลกใจ ฝรั่งบางคนเป็นอย่างนี้จริง ๆ (มีตัวอย่างอยู่ในเป็นวิธีแชร์ค่าอาหารเท่ากันแต่ก็ยังเกิดปัญหา “อยู่อย่างออสซี่ – ออสเตรเลียนแชร์” ลองกดที่สีฟ้าดูเองครับ)
นาง Juliana Payne ผู้อำนวยการสมาคมร้านอาหารและผู้จัดอาหารแห่งออสเตรเลีย (RCA) กล่าวว่า การสั่งอาหารตามเมนูที่เซ็ทไว้ด้วยราคาตายตัว จะเป็นวิธีหลีกเลี่ยงข้อพิพาทในการแชร์ค่าใช้จ่ายอาหาร นอกจากนั้นเทคโนโลยีสมัยใหม่อาจนำมาช่วยให้มีการแยกแยะว่าใครควรจ่ายเงินเท่าไรได้ง่ายขึ้น
นาง Lisa Montgomery ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเงินผู้บริโภคกล่าวว่า บ่อยครั้งจะมีเพื่อนที่ยอมปิดทองหลังพระบางคนยอมแบกภาระจ่ายเงินส่วนที่ขาด เพราะเขาหรือเธอคนนั้นไม่ต้องการที่จะอับอายขายหน้าทะเลาะกันกับเรื่องไม่เป็นเรื่องให้ชาวบ้านเขาเห็น
สำหรับเจ้าของร้านอาหารที่ติดป้ายที่ติดป้าย “No Split Bill, Please” ไว้ที่หน้าเคาน์เตอร์นอกจากจะลดความยุ่งยากในส่วนของร้านแล้ว พวกท่านยังมีส่วนถนอมมิตรภาพของลูกค้าให้ยืนยาวต่อไปอีกด้วย… ได้บุญนะเนี่ย!
jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com
จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์
Categories: ข่าวออสเตรเลีย, บทความทั่วไป


Leave a Reply