11 มี.ค. 2018 กลุ่มผู้ปกครอง, ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันของโรงเรียน Trinity Grammar School โรงเรียนเกรดเอ.ในนครเมลเบิร์นรวมพลังต่อต้านคำสั่งไล่ออกรองผู้อำนวยการจากเหตุลงโทษนักเรียนด้วยการกล้อนผม แถมงานนี้มีการแฉว่ามีเหตุไม่ชอบมาพากลอยู่เบื้องหลัง
เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 9 มีนาคมผ่านมากลุ่มผู้ปกครองและศิษย์เก่าจำนวนกว่า 800 คนได้มารวมตัวกันที่อาคารกีฬาของโรงเรียนเพื่อฟังคำอธิบายของผู้อำนวยการโรงเรียนและประธานที่ปรึกษาโรงเรียนถึงเหตุผลที่ปลดนาย Rohan Brown รองผู้อำนวยการใหญ่ซึ่งสอนอยู่ที่โรงเรียนมาเป็นเวลากว่า 30 ปี
ในขณะที่เด็กนักเรียนปัจจุบันรวบรวมรายชื่อได้ 1,600 ชื่อภายใต้ฎีกา “Bring Brownie Back” (Brownie คือชื่อของรองผอ. เด็กออสซี่จะเรียกแต่ชื่อเฉย ๆ ไม่มีลุง-ป้า-น้า-อา-คุณ-ท่านนำหน้า) เรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่งปลดครูที่พวกเขาให้ความเคารพนับถือ
การต่อต้านเริ่มจากนาย Rockerick Lyle ประธานที่ปรึกษาของโรงเรียนได้ส่งจดหมายแจ้งแก่ผู้ปกครองและสมาชิกของโรงเรียนให้ทราบว่าพวกเขาได้ปลดนาย Brown ออกจากงานจากเหตุผลที่เขากล้อนผมเด็กนักเรียนคนหนึ่ง ซึ่งการกระทำดังกล่าวผิดต่อนโยบายของโรงเรียนและยังเป็นพฤติกรรมที่ขัดต่อความคาดหวังของชุมชนโรงเรียนในปัจจุบันและอนาคต
นาย Brown ซึ่งเป็นอาจารย์ฝ่ายปกครองได้ลงโทษนักเรียนคนหนึ่งซึ่งไว้ผมยาวด้วยการเอากรรไกรกล้อนผมที่สนามเด็กเล่นของโรงเรียน ต่อหน้าเด็กนักเรียนคนอื่น ๆ หลังจากทางโรงเรียนได้รับคลิปบันทึกวิดีโอการกล้อนผม สภาที่ปรึกษาและดร. Michael Davies ได้เร่งเดินเรื่องและมีคำสั่งไล่เขาออกทันที
ในขณะที่เด็กนักเรียนผู้ถูกกล้อนผมเห็นว่าทางโรงเรียนทำกับนาย Brown เกินกว่าเหตุ และผู้ปกครองของเขายอมรับว่าได้เคยแจ้งให้โรงเรียนทราบ แต่ไม่ได้ร้องเรียนหรือตำหนิการกระทำของครูผู้ปกครอง และรู้สึกช็อกที่พวกเขากลายเป็นสาเหตุที่ทำให้นาย Brown ถูกไล่ออก
ในวันศุกร์กลุ่มนักเรียนชั้น 12 ที่ให้ความนับถือและเคารพนาย Brown ได้ขู่ที่จะไม่เข้าชั้นเรียน พวกเขาได้ร้องเพลงในเนื้อหาว่าโรงเรียนได้สูญเสียอาจารย์ Dumbledore (เป็นชื่อตัวละครในภาพยนตร์ Harry Potter ผู้เป็นอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนคาถาพ่อมดแม่มด ผู้ต่อต้านพวกอาจารย์ตัวร้ายของเรื่อง …. ถ้าเป็นในประเทศไทยคงต้องไปขุดเอาเพลงของวงคาราบาวมาร้อง “เอา Michael Davies คืนไปเอาพระอาจารย์ Brown คืนมา” อะไรทำนองนั้น) แล้วยังก่อหวอดด้วยการตะโกนมาจากระเบียงของโรงเรียนว่า “Brownie, Brownie, Brownie”
อดีตครูคนหนึ่งกล่าวว่า นาย Brown ทุ่มเทการทำงานให้กับโรงเรียนด้วยหัวใจ (To Sir With Love หรือเปล่าเนี่ย!) เขาทำงานสัปดาห์ละไม่ต่ำกว่า 100 ชั่วโมง หัวใจและวิญญาณของเขามีไว้ให้กับ Trinity Grammar เธอจึงไม่แปลกใจว่าข่าวการไล่ออก ได้ส่งผลให้มีชุมชนของโรงเรียนออกมาต่อต้านอย่างรวดเร็วและรุนแรง

ภาพอาจารย์ Rohan Brown รองผู้อำนวยการใหญ่และภาพอาคารเรียนของโรงเรียน Trinity Grammar : ภาพจากนสพ.เดอะเทเลกร๊าฟ
อดีตกรรมการสภาที่ปรึกษาของโรงเรียนกล่าวว่า เด็กนักเรียนที่ถูกกล้อนผมได้ถูกครู Brown เตือนมาหลายครั้งให้ตัดผมให้สั้นกว่านี้ แต่เขาก็ยังเพิกเฉย และเห็นว่าการที่ครู Brown ลงโทษไม่ถึงกับเป็นความผิดถึงขั้นไล่ออก
ภายใต้กฎของโรงเรียนกำหนดให้นักเรียนไว้ผมโดยไม่ให้ยาวลงมาถึงคอเสื้อ
อดีตกรรมการสภาที่ปรึกษาฯกล่าวว่าศิษย์เก่าหลายคนอาจจะทั้งรักทั้งเกลียดครู Brown แต่เมื่อพวกเขาจบออกมาแล้ว เขาเชื่อว่าทุกคนมีแต่รักครู Brown กับสิ่งที่ครูได้ให้สิ่งดี ๆ แก่พวกเขา
การประชุมในวันศุกร์ได้ใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมง ฝ่ายดร. Davies และสภาพที่ปรึกษาฯยังคงยืนยันที่จะไม่เปลี่ยนแปลงคำสั่งไล่ออก
นาย Lyle ประธานที่ปรึกษาโรงเรียนอ้างว่า โรงเรียนได้รับจดหมายร้องเรียนจากผู้ปกครองของเด็กนักเรียนที่ถูกกล้อนผม ซึ่งทางโรงเรียนเห็นว่าเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎของโรงเรียนและเข้าข่ายทำร้ายร่างกายเด็ก ซึ่งถือเป็นความผิดขั้นร้ายแรง
ในขณะที่สตรีผู้เป็นป้า (หรืออาหรือน้า) ทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองของเด็กที่ถูกกล้อนผมกล่าวว่า บิดามารดาหรือแม้แต่ตัวเด็กที่ถูกลงโทษไม่ประสงค์ให้นาย Brown ถึงกับถูกไล่ออก และปัญหาดังกล่าวก็จบลงด้วยดีหลังจากบิดามารดาของเด็กได้พูดคุยกับนาย Brown ถึงเหตุผลที่จำเป็นต้องลงโทษเด็ก ส่วนจดหมายดังกล่าวเป็นการแจ้งให้ทางโรงเรียนรับทราบ ไม่มีเนื้อหาแสดงการร้องเรียนหรือตำหนิการกระทำของอาจารย์ฝ่ายปกครองแต่อย่างใด

กลุ่มผู้ปกครองและศิษย์เก่าเข้าร่วมประชุมฟังคำชี้แจ้งภายในอาคารสนามกีฬาในร่มของโรงเรียน : ภาพจากสำนักข่าวเอ.บี.ซี.
ผู้ร่วมประชุมกล่าวหาว่า การไล่ออกมาจากเหตุผลส่วนตัวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง บ้างก็ว่านาย Brown ตกเป็นเหยื่อของเกมการเมืองภายในโรงเรียน
อดีตคณะกรรมการศิษย์เก่าของโรงเรียนคนหนึ่งกล่าวว่า เบื้องหลังของการสั่งปลดออกจากงานอย่างไม่ทันตั้งตัวเป็นส่วนหนึ่งของการกำจัดอำนาจเก่าออกไป ซึ่งกลุ่มผู้บริหารใหม่ต้องการเปลี่ยนวิสัยทัศน์และทิศทางของโรงเรียนใหม่
ในขณะที่นาย Brown ผู้เป็นครูมาตั้งแต่ปี 1987 ต้องการคงไว้ซึ่งรูปแบบ, ประเพณี, วินัย, ความเป็นสุภาพบุรุษของนักเรียน TGS และการรักษาเกียรติภูมิของโรงเรียนให้สืบทอดต่อไป
แต่ดร. Davies ผู้เข้ามารับตำแหน่งในปี 2014 และคณะที่ปรึกษาโรงเรียนชุดใหม่ที่เพิ่มมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาต้องการเปลี่ยนแปลงโรงเรียนมุ่งเน้นไปสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ, นักเรียนจบไปด้วยคะแนน ATAR สูง (คะแนนวัดผลเข้ามหาวิทยาลัย), การเรี่ยไรเงินเข้าโรงเรียนและทำโครงการก่อสร้างอาคารเรียนเพิ่มเติม
อดีตครูของโรงเรียนคนหนึ่งกล่าวว่านับจากดร. Davies เข้ามาบริหารโรงเรียนได้มีครูและเจ้าหน้าที่ลาออกหรือจำใจลาออกไปจากโรงเรียนทั้งสิ้น 152 คน
ภายในที่ประชุมผู้ปกครองและศิษย์เก่ากลุ่มหนึ่งได้เรียกร้องให้ดร. Davies และสภาพที่ปรึกษาฯลาออกไป
ในขณะที่กลุ่มศิษย์เก่า TGS ได้ออกเฟสบุ๊คแสดงความวิตกกังวลต่อการเปลี่ยนแปลงภายในโรงเรียนอย่างรวดเร็วเกินไป และต้องการให้ทางโรงเรียนรับนาย Brown กลับเข้าทำงานตามเดิม
โดยเพสบุ๊คเขียนว่า “ในฐานะที่เป็นชุมชนของโรงเรียนถึงเวลาแล้วที่พวกเราจะยืนหยัดเพื่อปกป้องมรดกของโรงเรียนที่สืบทอดติดต่อกันมาถึง 114 ปีก่อนที่ดร. Davies จะทำลายมันทั้งหมด ในสิ่งที่มันเป็นสิทธิและวัฒนธรรมที่ดีงามของพวกเรา”
ในด้านตรงกันข้ามนักเรียนที่เห็นด้วยกับดร. Davies กล่าวว่า ผู้อำนวยการคนใหม่ได้ว่าจ้างครูที่มีความสามารถ, เพิ่มนวัตกรรมการสอนแบบใหม่ เพื่อจะนำพวกเขาไปสู่ความสำเร็จทางการศึกษา
ในขณะที่ฝ่ายไม่เห็นด้วยกล่าวว่า ทางโรงเรียนกำลังสร้างโรงงานผลิต ATAR (ATAR factory) โดยเมินเฉยต่อคุณค่าและการสร้างเยาวชนให้เป็นพลเมืองที่ดีสู่สังคม
jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com
จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์
Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Leave a Reply