
ระยะนี้อิมฯ (ABF) เริ่มเพลามือในการเล่นบทเข้้มตรวจจับชาวต่างชาติทำงานไม่ถูกต้องตามฟาร์มเกษตร เพราะรัฐเองยังไม่สามารถแก้ปัญหาแรงงานทดแทนได้ ขืนเข้มมากเกษตรกรจะเดือดร้อน เศรษฐกิจจะเสียหายไปด้วย : ภาพนี้จากนสพ. The SMH
19 ธ.ค. 2017 ตัวเลขสภาพการว่างงานล่าสุดของออสเตรเลียในเดือนที่ผ่านมาออกมาในทิศทางที่ดีอีกครั้ง โดยยอดการว่างงานทั่วประเทศยังคงอยู่ที่ระดับ 5.4% แต่ในพื้นที่นครซิดนีย์และปริมณฑลโดยรอบ (Greater Sydney) ซึ่งถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจระดับขับเคลื่อนของประเทศมีอัตราว่างงานต่ำกว่า 4.0% (เท่ากับอยู่ในภาวะขาดแรงงาน)
สำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่ายอดการว่างงานของนครซิดนีย์และปริมณฑลอยู่ที่เพียง 3.9% ซึ่งเป็นตัวเลขเดียวกับที่เกิดขึ้นในช่วงเศรษฐกิจเติบโตในปี 2007 และไม่เคยต่ำกว่า 3.9% ในรอบ 17 ปีที่ผ่านมา
ยอดว่างงานในส่วนที่เหลือของรัฐนิวเซาท์เวลส์อยู่ในระดับเดียวกับประเทศที่ 5.4%, ในขณะที่พื้นที่นครเมลเบิร์นและปริมณฑลก็อยู่ที่ 5.4% เช่นกัน, นครบริสเบน 5.1%, แอดิเลด 5.8% และนครเพิร์ท 5.4%
พื้นที่นครซิดนีย์และปริมณฑลมีอัตราว่างงานต่ำกว่า 5.0% มาเป็นเวลา 8 เดือนติดต่อกัน ซึ่งอัตราว่างงานที่ระดับ 5.0% ในออสเตรเลียถือว่าเป็นระดับที่มีการจ้างงานเต็มที่ (full employment) และตามตำราการว่างงานหากเริ่มขึ้นที่ 3% นั่นหมายถึงบริษัทและธุรกิจต่าง ๆ จะแข่งขันกันแย่งตัวคนงาน ผลที่ตามมาก็คือค่าจ้างพนักงานจะสูงขึ้น
ตัวเลขดัชนีค่าแรงงาน (wages index) ที่พิมพ์เผยแพร่ในเดือนที่ผ่านมาสำหรับตัวเลขของไตรมาสเดือนกันยายน แสดงให้เห็นว่าค่าจ้างแรงงานในภาคกิจการเอกชนของรัฐน.ซ.ว.ได้เพิ่มขึ้น 2.1% ในช่วงหนึ่งปี ในขณะที่อัตราค่าแรงของประเทศเพิ่มขึ้นที่ 1.9% ส่วนในภาคข้าราชการและลูกจ้างของรัฐค่าแรงงานทั่วทั้งประเทศเพิ่มขึ้นในอัตรา 2.4% เท่ากันหมด
เมื่อไม่นานมานี้ดร. Philip Lowe ผู้ว่าการธนาคารกลางแห่งออสเตรเลีย (RBA) ได้กล่าวถึงปัญหาค่าจ้างแรงงานโดยเฉพาะในส่วนเอกชนเติบโตช้าและใช้เวลานานกว่าที่ควรจะเป็น ได้มีส่วนต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติ
รายงานการวิจัยเรื่อง “การใช้จ่ายของผู้บริโภค” โดยธนาคาร NAB สามารถขยายความเห็นของดร. Lowe ว่าการมีอัตราว่างงานต่ำและอัตราเงินเดือนเพิ่มขึ้นมีผลหรือไม่มีผลต่อรายจ่ายของผู้บริโภค ที่เป็นปัจจัยสำคัญในการเติบโตของเศรษฐกิจ
เมื่อไม่คำนวณถึงรายจ่ายค่าบริการจากรัฐบาล, ภาษี, การชำระเงินกู้เพื่อซื้อบ้านและชำระหนี้บัตรเครดิต ผู้อยู่ในนครหลวงของรัฐน.ซ.ว.ใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในไตรมาสเดือนกันยายน 3.0% ในขณะที่ชาวนครหลวงของรัฐวิกตอเรียเพิ่มขึ้น 3.3% และผู้ที่อยู่ในนครหลวงอื่น ๆ ทั่วประเทศ 2.4%
ตัวเลขนี้ถือว่าลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสเดือนมิถุนายนคือในนครหลวงของรัฐน.ซ.ว.ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 4.1%, นครหลวงของรัฐวิกตอเรียเพิ่มขึ้น 4.1% และผู้ที่อยู่ในนครหลวงอื่น ๆ ทั่วประเทศ 3.3%
jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com
จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์
Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Leave a Reply