24 เม.ย. 2017 นักวิทยาศาสตร์และนักวิชาการจากสหรัฐและสหราชอาณาจักรต่างทยอยหลั่งไหลเข้ามาของานทำในออสเตรเลีย อันเนื่องมาจากผลกระทบจากนโยบาย Trump และ Brexit ก่อให้เกิดภาวะสมองไหลออกจากประเทศทั้งสอง
กลุ่มผู้บริหารมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียกล่าวว่า นักวิทยาศาสตร์, นักวิชาการและนักวิจัยระดับเอกอุของประเทศต่างพร้อมที่จะทิ้งสหรัฐและสหราชอาณาจักรเพื่อย้ายเข้ามาทำงานในออสเตรเลีย
นาง Catriona Jackson รองผู้อำนวยการบริหารของ Universities Australia องค์กรอิสระทำหน้าที่ตัวแทนของมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียกล่าวว่า ผู้บริหารของมหาวิทยาลัยหลายแห่งบอกกับเธอว่า มีผู้ทรงคุณวุฒิทางการศึกษาจากสหรัฐและสหราชอาณาจักรติดต่อสอบถามถึงตำแหน่งงานอาจารย์และนักวิจัย ทำให้ขณะนี้ออสเตรเลียอยู่ในช่วงได้รับผลประโยชน์ในบุคลากรทางวิชาการและการวิจัย
สถานการณ์ในสหรัฐและสหราชอาณาจักรย่อมหมายถึงนักวิชาการกำลังมองหาประเทศอื่น และออสเตรเลียคือสถานที่ที่มีเสถียรภาพทางการศึกษามากที่สุด
ศจ. Greg Craven รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยออสเตรเลียคาทอลิก (ACU) กล่าวว่าประเทศออสเตรเลียสมควรที่จะโอบรับบุคคลชั้นมันสมองเหล่านี้เอาไว้
เขากล่าวว่า ความไม่พอใจในนโยบายของประธานาธิบดี Donald Trump และผลการโหวต Brexit ให้สหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรปได้จุดประกายให้นักวิชาการหันมาความสนใจที่จะย้ายมาตั้งหลักแหล่งในออสเตรเลีย
ศจ. Craven กล่าวว่า เมื่อปีก่อน ๆ หน้านี้มหาวิทยาลัยประสบปัญหาในการตามล่าหาอาจารย์และนักวิจัย แต่ในปัจจุบันผู้ทรงคุณวุฒิเหล่านี้กลับเป็นฝ่ายตามล่าหางานทำตามสถาบันการศึกษาในออสเตรเลีย
ศจ. Bruce Dowton รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแมควอรี่ (MU) กล่าวว่า มหาวิทยาลัยของเขาก็ได้รับประสบการณ์มีผู้ยื่นใบสมัครเข้ามาเป็นอาจารย์และนักวิจัยจำนวนมากนับตั้งแต่การเลือกตั้งใหญ่ในสหรัฐสิ้นสุดลง
นาง Jenifer Smith รองประธานบริษัท Simon & Schuster ผู้ผลิตสิ่งพิมพ์และเผยแพร่โฆษณารายใหญ่ในสหรัฐอเมริกากล่าวว่าผลกระทบจากนโยบาย Trump ทำให้เธอตัดสินใจลาออกจากงานแล้วย้ายมาอยู่ออสเตรเลียเมื่อเดือนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตามกลุ่มมหาวิทยาลัยในออสเตรเลียได้แสดงความหวั่นวิตกว่าการยกเลิกวีซ่า 457 จะทำให้มหาวิทยาลัยประสบปัญหาในการว่าจ้างบุคลากรทางการศึกษาจากต่างชาติเข้ามาทำงาน
นาง Jackson กล่าวว่า ภายใต้ระเบียบใหม่นักศึกษาต่างชาติที่จบการศึกษาจะไม่สามารถทำงานในออสเตรเลียได้ เนื่องจากกฎใหม่กำหนดให้พวกเขาต้องมีประสบการณ์ในการทำงานในสาขาที่จบมาเป็นเวลา 2 ปี
เธอกล่าวว่า มีนักศึกษาปริญญาเอกที่สำเร็จการศึกษาและเคยหวังจะทำงานหาประสบการณ์ในออสเตรเลีย นับจากนี้ไปพวกเขาจำต้องมองหาที่ทำงานตามส่วนต่าง ๆ ของโลกแทน โดยออสเตรเลียเป็นผู้ผลิตพวกเขาแต่ไม่สามารถได้รับประโยชน์จากบุคลากรชั้นหัวกะทิเหล่านี้
ทางด้านนาย Peter Dutton ร.มว.การเข้าเมืองกล่าวว่า เขากำลังเจรจากับมหาวิทยาลัย เพื่อให้แน่ใจว่ามหาวิทยาลัยและตัวนักวิชาการจะไม่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกวีซ่า 457
jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com
จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์
Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Leave a Reply