
บ้านย่าน Darlinghurst ทางตะวันออกของนครซิดนีย์ซึ่งเป็นแหล่งกระจุกตัวของบ้านเทอร์เรซหลังแคบ ๆ แค่กว้าง 2 เมตรกว่า ๆ ปัจจุบันมีราคาซื้อขายเฉลี่ย 2.1 ล้านเหรียญ : ภาพจาก realestate.com.au
23 เม.ย. 2017 ราคาบ้านมัธยฐานเกินกว่า 2 ล้านเหรียญครั้งหนึ่งเคยจำกัดอยู่ในพื้นที่ริมอ่าวซิดนีย์เพียงไม่กี่ย่าน แต่ในค.ศ.นี้ราคาบ้านเฉลี่ยเกินกว่า 2 ล้านเหรียญได้กระจายไปทั่วนครซิดนีย์ถึง 78 ย่าน
จากข้อมูลล่าสุดของ Domain ผู้ชำนาญด้านอสังหาริมทรัพย์กล่าวว่าขณะนี้ที่อยู่อาศัยจำนวน 78 ย่านในนครซิดนีย์ที่มีราคาบ้านเฉลี่ยเกินกว่า 2 ล้านเหรียญ ซึ่งเมื่อห้าปีที่แล้วมีเพียง 6 ย่านเท่านั้น
และเพียงแค่ไตรมาสที่ผ่านมา (1 ม.ค. – 31 มี.ค. 2017) มีที่อยู่อาศัย 26 ย่านก้าวเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของบ้านราคาเกินกว่า 2 ล้านเหรียญที่รวมถึงย่าน Kingsford และ Darlinghurst ซึ่งเมื่อห้าปีที่ผ่านมาราคาเฉลี่ยยังไม่ถึง 1 ล้านเหรียญเสียด้วยซ้ำ นอกจากนั้นยังมีย่าน Turramurra, Concord West และ Haberfield เข้ามาเป็นน้องใหม่ของบ้านราคา 2 ล้านเหรียญอีกด้วย
นาย Andrew Wilson ผู้จัดการฝ่ายเศรษฐกิจของ Domain กล่าวว่าราคาบ้านในนครซิดนีย์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างมาก อย่างเช่นย่าน Malabar ทางตะวันออกเฉียงใต้ของนครซิดนีย์ได้เพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าตัวภายในห้าปี กล่าวคือในปี 2012 ย่านนี้มีราคาบ้านเฉลี่ย 1.1 ล้านเหรียญ แต่ในปัจจุบันมีราคาเฉลี่ยที่ 2,065,000 เหรียญเข้ามาในทำเนียบราคาบ้านเกินสองล้านเหรียญรายล่าสุด
ราคาบ้านถีบตัวสูงขึ้นย่อมเป็นข่าวดีสำหรับผู้เป็นเจ้าของที่มีอยู่อาศัยอยู่แล้ว แต่เป็นข่าวร้ายสำหรับผู้ต้องการซื้อบ้านและยังเป็นความอึมครึมต่อเศรษฐกิจจนทำให้ธนาคารกลางออสเตรเลีย (BOA) และสำนักงานกำกับดูแลและให้คำปรึกษาสถาบันการเงินแห่งออสเตรเลีย (APRA) ต้องออกมาแสดงความวิตกหลายต่อหลายครั้ง
รายงานการสำรวจของ Annual Demographia International Housing Affordability Survey ได้ระบุความสามารถในการซื้อบ้านของผู้มีรายได้ปานกลางในนครซิดนีย์กำลังอยู่ในขั้นวิกฤติ ความสามารถในการซื้อบ้านในนครซิดนีย์ขณะนี้ถูกระบุว่ามีความสามารถต่ำที่สุดเป็นอันดับสองของโลกรองจากฮ่องกง
ศจ. Peter Phibbs ผู้อำนวยการนโยบายและการวางแผนพื้นที่ภูมิภาคและเขตเมืองแห่งมหาวิทยาลัยซิดนีย์กล่าวว่า “เราได้สร้างผู้ชนะและผู้แพ้” นับวันผู้มีรายได้ปานกลางและผู้มีรายได้ต่ำจะยิ่งไม่มีทางเลือกในการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง
ขณะนี้พื้นที่อยู่อาศัยเกินกว่าครึ่งหนึ่งของนครซิดนีย์มีราคาบ้านเฉลี่ยเกินกว่า 1 ล้านเหรียญ จึงมีความจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องหามาตรการแก้ไขอย่างเร่งด่วน
เขากล่าวว่า จำนวนผู้ต้องการซื้อบ้านเป็นหลังแรกได้เพิ่มขึ้น หลายคนต้องไปหาบ้านที่เมืองอื่น หลายคนไม่มีกำลังเงินพอแม้กระทั่งวางเงินดาวน์ไม่มีกำลังในการผ่อนชำระทำหลายคนกำลังถูกกัดกินเพราะมัน หลายคนเหมือนกับพยายามขึ้นรถไฟกระบวนสุดท้ายให้ได้ แต่หลายคนก็ถูกทิ้งไว้ที่สถานี โดยไม่รู้ว่าคนที่ได้ขึ้นรถไฟกับคนที่ถูกทิ้งอยู่ที่สถานีใครจะโชคดีกว่ากัน
ศจ. Phibbs เชื่อว่าการตัดลดเงินหักภาษีขาดทุนจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (capital gains rebate) จะเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มความสามารถในการซื้อบ้านให้กับประชาชน และกล่าวว่าหากไม่สามารถลดความร้อนแรงของราคาที่อยู่อาศัยได้ ก็จะทำให้นครซิดนีย์ไม่สามารถดึงดูดบุคคลที่มีอัจฉริยะในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ จากทั่วโลกเข้ามาอยู่อาศัยในนครซิดนีย์ได้

ท่าเทียบเรือดเฟอร์รี่ Tongueville ทางซิดนีย์เหนือตอนล่าง การขนส่งเขาถึงย่านนี้ได้เฉพาะทางรถยนต์และทางน้ำ Tongueville เงียบสงบไม่มีแหล่งบันเทิงและแหล่งชุมชนพลุกพล่าน จึงเหมาะเป็นสถานที่อยู่อาศัย ทำให้ครองแชมป์ราคาบ้านเฉลี่ยงสูงสุดในไตรมาสเดือนมีนาคมที่ผ่านมา : ไม่ทราบภาพต้นฉบับ
สำหรับย่านที่มีราคาบ้านมัธยฐานเกินกว่า 2 ล้านเหรียญในนครซิดนีย์มีจำนวน 78 ย่านมีดังนี้
- Longueville – $4,975,000
- Bellevue Hill – $4,800,000
- Vaucluse – $4,650,000
- Mosman – $3,834,750
- Austral – $3,600,000
- Northbridge – $3,362,500
- Dover Heights – $3,350,000
- Bondi Beach – $3,300,000
- Bronte – $3,221,000
- Rose Bay – $3,205,000
- Clovelly – $3,150,000
- McMahons Point – $3,125,000
- Manly – $3,110,000
- Clontarf – $3,100,000
- Castlecrag – $3,050,000
- Palm Beach – $3,025,000
- Hunters Hill – $2,910,000
- Kensington – $2,850,000
- North Bondi – $2,850,000
- Woollahra – $2,830,000
- Bondi – $2,820,000
- Lindfield – $2,800,000
- Tennyson Point – $2,777,500
- Roseville – $2,775,000
- Roseville Chase – $2,750,000
- Coogee – $2,727,500
- Clareville – $2,712,500
- North Curl Curl – $2,690,000
- Church Point – $2,675,000
- Strathfield – $2,625,500
- Cabarita – $2,600,000
- Killara – $2,600,000
- North Willoughby – $2,561,500
- Seaforth – $2,540,000
- Greenwich – $2,530,000
- Chatswood – $2,505,000
- Riverview – $2,505,000
- East Lindfield – $2,500,000
- Kenthurst – $2,500,000
- Queens Park – $2,500,000
- Gordon – $2,475,000
- Collaroy – $2,459,000
- Balgowlah Heights – $2,450,000
- Paddington – $2,420,000
- East Killara – $2,400,000
- Pymble – $2,362,500
- Castle Cove – $2,361,000
- Homebush – $2,352,500
- South Coogee – $2,326,000
- Russell Lea – $2,320,000
- Haberfield – $2,310,000
- Crows Nest – $2,300,000
- Balmain – $2,290,000
- Randwick – $2,290,000
- Burraneer – $2,277,000
- Birchgrove – $2,265,000
- Bondi Junction – $2,260,000
- Kingsford – $2,235,000
- Waverley – $2,205,000
- Cremorne – $2,200,000
- Curl Curl – $2,200,000
- Neutral Bay – $2,200,000
- Willoughby – $2,170,000
- Lane Cove North – $2,163,333
- Fairlight – $2,155,000
- Cammeray – $2,150,000
- Darlinghurst – $2,123,000
- Freshwater – $2,115,500
- Concord – $2,112,500
- Concord West – $2,105,000
- Naremburn – $2,095,000
- Malabar – $2,065,000
- Drummoyne – $2,020,000
- North Balgowlah – $2,015,000
- Artarmon – $2,010,000
- Maroubra – $2,002,500
- St Ives – $2,000,000
- Turramurra – $2,000,000
หมายเหตุ ตัวเลขดังกล่าวมาจากราคาเฉลี่ยนของบ้านที่มีการซื้อขายในไตรมาสเดือนมีนาคม 2017 โดยไม่รวมย่านที่มีการซื้อขายน้อยกว่า 10 หลัง ดังนั้นย่านที่อยู่อาศัยของคนรวยระดับต้น ๆ ของประเทศอย่างเช่นย่าน Point Piper และ Darling Point จึงไม่ได้อยู่ในบัญชีรายชื่อนี้
jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com
จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์
Categories: ข่าวออสเตรเลีย
Leave a Reply