
Centrelink ในเขต Bankstown หนึ่งในเขตเทศบาลที่มีชาวตะวันออกกลางอาศัยอยู่หนาแน่น : ภาพชั่วคราวจากนสพ. The Telegraph
1 ก.พ. 2017 ผู้ลี้ภัยและผู้อพยพจากตะวันออกกลางเป็นกลุ่มเข้ามาพึ่งเงินสวัสดิการคนว่างงานมากที่สุด ในช่วง 5 ปีแรก โดยมีชาวตะวันออกกลาง 1 คนในทุก ๆ 3 คนเข้าพึ่งเงินสวัสดิการณ์
ผู้ลี้ภัยจากตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือมีอัตราว่างงานสูงกว่าผู้อพยพจากยุโรปและเอเชียในช่วงเข้ามาตั้งหลักแหล่ง 5 ปีแรก โดยมีอัตราว่างงานเป็น 6 เท่าของอัตราว่างงานโดยเฉลี่ยของประเทศ (5.5%)
จากข้อมูลล่าสุดของสำนักงานสถิติแห่งชาติเปิดเผยว่าผู้ลี้ภัยชาวตะวันออกกลางมีปัญหาในการหางานทำมากกว่าผู้เข้ามาตั้งถิ่นฐานจากภูมิภาคอื่นของโลก
ในขณะที่ผู้อพยพจากเอเชียและยุโรปมีอัตราการว่างงานต่ำกว่าอัตราว่างงานของผู้เกิดในออสเตรเลีย หลังจากเข้ามาอยู่อาศัยนานกว่า 5 ปีถึง 9 ปี ในช่วงเวลาดังกล่าวผู้ที่มาจากตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือมีอัตราว่างงานอยู่ที่ 17.5%
เปรียบเทียบกับอัตราว่างงานของผู้อพยพชาวเอเชีย 3.6% และผู้อพยพชาวยุโรปใต้และตะวันออก 1.9%
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ Bob Gregory นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยออสเตรเลียนเนชั่นแนล (ANU) กล่าวว่า ผู้ที่มาจากตะวันออกกลางเกือบทั้งหมดเป็นผู้ขอลี้ภัยและมีภาษาอังกฤษเป็นอุปสรรคต่อการสื่อสารและใช้สมัครหางานทำ
ศจ. Gregory กล่าวว่า ผู้อพยพชาวเอเชียส่วนใหญ่เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษา โดยหลายคนจบการศึกษาในออสเตรเลีย จึงทำให้พวกเขาหางานทำได้ไม่ยาก
ในปีการเงิน 2015-16 ออสเตรเลียรับชาวต่างชาติบนเงื่อนไขมนุษยธรรมจำนวน 15,552 คน ส่วนใหญ่เป็นผู้ลี้ภัยจากอิรัก, ซีเรีย, พม่าและอัฟกานิสถาน
จำนวนผู้เกิดในอิรักเข้ามาอยู่อาศัยในออสเตรเลียได้เพิ่มขึ้น 38% มาอยู่ที่ 63,000 คนในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ในขณะที่จำนวนผู้ลี้ภัยชาวซีเรียได้เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว หลังจากรัฐบาลกลางตกลงกับสํานักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ในการรับผู้ลี้ภัยจำนวน 12,000 คน
ทางด้านกระทรวงบริการสังคมกล่าวว่า ผู้ลี้ภัยเข้ามาตั้งรกรากใหม่จะเข้าโครงการปรับปรุงและฝึกอบรมเป็นต้นว่า การเรียนภาษาอังกฤษซึ่งผู้ลี้ภัยได้สิทธิเรียนภาษาอังกฤษฟรีเป็นเวลา 510 ชั่วโมง, การฝึกงาน, การเตรียมพร้อมต่อการทำงาน และการออกหางานทำ
โฆษกของกระทรวงการเข้าเมืองว่า ผู้ข้อลี้ภัยจะสามารถเข้ารับเงินสวัสดิการว่างงานได้ทันที โดยไม่ต้องรอเวลาสองปีเหมือนผู้อพยพทั่วไป
ศจ.กิติคุณ Terry Lovat แห่งมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิลผู้ซึ่งศึกษาผลลัพธ์จากการหางานทำของผู้ลี้ภัยให้กับกระทรวงการเข้าเมืองได้เรียกร้องให้ใช้วิธียื่นใบสมัครเข้าทำงานแบบ blind resumes (ในสมัครงานแบบไม่ระบุข้อมูลสำคัญส่วนบุคคล เพื่อให้ผู้สมัครได้รับการประเมินและพิจารณาใบสมัครโดยไม่ลำเอียงอย่างเต็ม 100%) และเพื่อหลีกเลี่ยงการเลือกที่รักมักที่ชังจากนายจ้างบนพื้นฐานของชื่อและรูปภาพ (ใบสมัครงานในออสเตรเลียจะไม่ระบุศาสนาอยู่แล้ว)
เขากล่าวว่า หากผู้สมัครชายชื่อ “Mohammad” หรือผู้สมัครสตรีติดรูปถ่ายประกอบใบสมัครในชุด “ฮิญาบ” (hijab) อาจจะถูกคัดออกตั้งแต่ในขั้นตอนพิจารณารับเข้าทดสอบความสามารถในการทำงาน
jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com
จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์
Categories: ข่าวออสเตรเลีย


Leave a Reply