
นสพ. The Telegraph ฉบับ 20 ม.ค. 2017 เสนอข่าวนาย Mike Baird ลาออกจากผู้นำรัฐบาลรัฐน.ซ.ว. หน้าปกเป็นภาพนาย Baird กำลังสวมกอดนาง Kerryn Baird ภริยา
20 ม.ค. 2017 นายกรัฐมนตรีรัฐนิวเซาท์เวลส์ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้นำรัฐบาลรัฐที่ดีที่สุดในค.ศ.นี้ ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งอย่างไม่มีใครคาดคิด ด้วยเหตุผลทางด้านครอบครัว
นาย Mike Baird โดยมี Kerryn ภริยาและบุตร 3 คนเป็นผู้ติดตามได้เปิดแถลงข่าวในเวลา 9.00 น.ของเมื่อวานนี้ที่ 19 มกราคมว่า จะขอลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรัฐน.ซ.ว.และลาออกจากส.ส.เขตเลือกตั้ง Manly
ส่วนสาเหตุที่ประกาศลาออกเนื่องจากภาระทางครอบครัวเป็นเหตุผลสำคัญ ทั้งนี้เพราะมารดาของเขาป่วยด้วยโรคกล้ามเนื้อเสื่อม (muscular dystrophy) จำเป็นต้องมีผู้ดูแล 24 ชั่วโมง บิดาของเขาเพิ่งจะได้รับการผ่าตัดหัวใจ และนาง Julia Baird น้องสาว (หรือพี่สาว) ซึ่งเป็นนักหนังสือพิมพ์และเป็นมารดาเลี้ยงบุตรตามลำพังต้องมาล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งอีกคนหนึ่ง จึงเป็นสาเหตุให้เขาจำเป็นต้องลาออกเพื่อให้เวลากับคนในครอบครัวให้มากขึ้น
นาย Baird ปัจจุบันอายุ 48 ปี เกิดในครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างดี ได้รับการศึกษาจากโรงเรียน King’s School, จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยซิดนีย์และไปต่อที่วิทยาลัย Regent College (สถาบันบัณฑิตวิทยาลัยทางคริสเตียน ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย) เขามีประสบการณ์ทำงานด้านการเงินและการธนาคารมาก่อนที่จะยึดอาชีพการเมืองในปี 2007
เขารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของรัฐบาลรัฐน.ซ.ว.อยู่ 3 ปี ก่อนขึ้นรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรัฐในวันที่ 17 เมษายน 2014 อยู่ในตำแหน่ง 2 ปี 9 เดือนจึงประกาศลาออก
ในช่วงเวลาสองปีเศษที่เป็นผู้นำรัฐบาล เขาได้เปลี่ยนแปลงรัฐน.ซ.ว. ดั่งคำที่เขาสัญญาว่า “transformed the state” และสามารถทำได้ตามที่พูดภายในเวลาอันรวดเร็ว โดยอาศัยความเป็นนักเซ้งจากประสบการณ์ทำงานกับสถาบันการเงิน
เขาประสบความสำเร็จในการขายกิจการไฟฟ้าให้กับเอกชน เพื่อนำเงินมาสร้างระบบทางรถไฟสาย Metro Rail Line และทางด่วน WestConennex ที่เคยเป็นโครงการหาเสียงในการเลือกตั้งหลายสมัย แต่เมื่อชนะเลือกตั้งได้เป็นรัฐบาลกลับไม่สามารถทำได้ตามที่หาเสียงไว้ จนมาสำเร็จในรัฐบาลของนาย Baird
เขาโชว์ความเป็นนักเซ้งหลายโครงการ อย่างเช่นการเลือกเส้นทางรถไฟสาย Metro Line แทนที่จะผ่านมหาวิทยาลัยซีดนีย์ที่มีการก่อสร้างง่ายกว่าและใช้ต้นทุนน้อยกว่า เปลี่ยนมาเป็นผ่านกลางย่าน Waterloo ซึ่งขั้นตอนการดำเนินงานยุ่งยากกว่าเพราะต้องทุบอาคารสูงของอาคารสงเคราะห์ 6 อาคารออกไป แต่ผลตอบแทนได้มากกว่าในด้านเงินสะพัดเข้ามา จากการขายที่ดินบนทำเลทองให้กับเอกชน (จากข่าวจิงโจ้นิวส์ “รัฐเดินหน้าเปลี่ยนสลัมลอยฟ้า Waterloo เป็น the Metro & ย่านที่อยู่อาศัยกลางซิดนีย์” ลงวันที่ 15 ธันวาคม 2015)
นอกจากนั้นเขายังเปลี่ยนแปลงการบริหารงานรัฐบาลส่วนท้องถิ่นด้วยการรวมเทศบาลเข้าด้วยกัน เพื่อลดค่าใช้จ่ายและความล่าช้าในระบบงานของรัฐบาลท้องถิ่น
ในขณะที่เศรษฐกิจของรัฐอื่น ๆ อ่อนยวบยาบในช่วงสองปีที่ผ่านมา แต่นาย Baird สามารถนำพารัฐน.ซ.ว.เป็นเพียงรัฐเดียวที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสวนทางกับรัฐอื่น ๆ อย่างโดดเด่น
สำหรับบุคคลที่นาย Baird สนับสนุนและคาดว่าจะขึ้นมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรัฐน.ซ.ว.แทนเขาก็คือนาง Gladys Berejiklian ร.มต.การคลังคนปัจจุบัน
หากเธอได้รับมติในที่ประชุมพรรคลิเบอรัลในวันจันทร์ที่ 23 มกราคมให้เป็นผู้นำพรรคคนใหม่ นาง Berejiklian จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีรัฐน.ซ.ว.คนที่ 45 และเป็นนายกฯรัฐคนที่สองที่เป็นสตรี (คนแรกคือนาง Kristina Keneally 2009-2011) แต่จะเป็นนายกฯรัฐหญิงคนแรกของพรรคลิเบอรัล
jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com
จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์
Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Leave a Reply