
นสพ. The Advertiser ฉบับ 30 ธ.ค. 2016 เสนอข่าวไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ในรัฐ SA หน้าหนึ่งเป็นภาพนาย Peter Ratcliffe เจ้าของ IGA ซูเปอร์มาร์เก็ตสาขาถนน Main St. กำลังเอาเนื้อสด, ปลา, ไส้กรอกและอาหารเดลี่ทิ้งถังขยะหลังเหตุไฟฟ้าดับ
30 ธ.ค. 2016 ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาได้เกิดพายุนำพาฝนตกหนักและน้ำท่วมในรัฐวิกตอเรีย, เซาท์ออสเตรเลีย, แทสมาเนีย, ควีนสแลนด์และนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี แต่มีอยู่เพียงรัฐเดียวที่ถูกมองว่าหน่วยงานของรัฐไม่สามารถรับมือกับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติได้คือรัฐเซาท์ออสเตรเลีย
ผลกระทบจากพายุฝนส่งผลให้ธุรกิจจำนวนหนึ่งในรัฐเซาท์ออสเตรเลียได้รับความเสียหายนับร้อยล้านเหรียญและบ้านเรือนประมาณ 10,000 หลังคาเรือนถึงคืนวันพฤหัสฯที่ 29 ธันวาคมยังไม่สามารถมีไฟฟ้าใช้ และคาดว่าหลายหลังจะยังคงไม่มีไฟฟ้าใช้ไปอีกจนกว่าจะถึงวันเสาร์ที่ 31 ธันวาคมหรือบางรายอาจจะต้องรอถึงปีหน้าที่ 1 มกราคมทีเดียว
ความผิดพลาดครั้งนี้ถูกชี้ไปที่รัฐบาลรัฐเซาท์ออสเตรเลียและการไฟฟ้าของรัฐต่อการลดพนักงานฝ่ายซ่อมบำรุงจำนวน 77 คนออกเมื่อ 5 เดือนที่ผ่านมา แม้จะได้รับการเตือนในขณะนั้นว่า จะส่งผลกระทบหากมีเหตุการณ์ไฟดับครั้งใหญ่เกิดขึ้น
การปลดพนักงานของบริษัทผู้จำหน่ายกระแสไฟฟ้า SA Power Networks (SAPN) ออกจำนวน 77 คน ได้รับการโจมตีจากสหภาพแรงงานพนักงานโทรคมนาคม, ไฟฟ้าและการประปา (CEPU) ว่า เป็นการปลดท่ามกลางความขาดแคลนพนักงาน 600 ตำแหน่ง
นาย Ben Jewell แห่งสหภาพแรงงาน CEPU กล่าวว่า ความล่าช้าในการแก้ปัญหาไฟฟ้าดับที่เกิดขึ้นมาจากพนักงานซ่อมบำรุงไม่เพียงพออย่างไม่ต้องสงสัย
เขากล่าวว่า จำนวนเจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุงของ SAPN ที่มีอยู่ในปัจจุบันแทบจะไม่พอเพียงหากเกิดปัญหาไฟฟ้าดับเล็กน้อย ย่อมไม่เพียงพอเมื่อเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตามนาย Paul Roberts โฆษกของ SAPN ออกมากล่าวว่า การไฟฟ้ามีเจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุงเพียงพอ และงานซ่อมบำรุงอยู่ภายใต้กรอบที่กำหนดไว้สำหรับการปฏิบัติงาน
นาย Robert กล่าวว่า การขาดแคลนแรงงานซ่อมบำรุงจะไม่เกิดขึ้นในอนาคต เพราะพนักงานที่ออกไปส่วนใหญ่เป็นแรงงานในวัยใกล้เกษียณอายุงาน ในขณะที่บริษัทมีแรงงานฝึกงาน (apprentices) เพิ่มขึ้นกว่าแรงงานมีอายุที่ออกไป
เขากล่าวว่า ในเหตุการณ์ไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ในพื้นที่ตะวันออกของนครแอดิเลดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2014 เจ้าหน้าที่ได้ใช้เวลา 3 วันต่อการกู้ให้ไฟกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งในเหตุการณ์ครั้งนี้ก็จะเป็นเช่นนั้น
แต่อย่างไรก็ตามถึงวันนี้พ้นเวลาสามวันแล้ว ยังมีธุรกิจและบ้านเรือนของประชาชนยังไม่มีไฟฟ้าใช้
ผลกระทบจากพายุฝนครั้งนี้ทำให้บ้านเรือนของประชาชนประมาณ 155,000 หลังคาเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้ ซึ่งส่วนใหญ่สามารถแก้ไขให้กลับมาใช้ได้ใหม่ในช่วงข้ามคืน
นาย Peter Malinauskas ร.มต.พลังงานของรัฐบาลรัฐเซาท์ออสเตรเลียกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ของ SAPN ทำงานได้ดีมาก ต่อการแก้ไขสายไฟฟ้าแรงสูงจำนวนกว่า 350 สายซึ่งขาดสะบั้นจากเหตุพายุฝนถล่ม แต่ก็ยังเหลืออีกส่วนน้อยที่ยังต้องแก้ไขต่อไป
นาย Bruno Ocampo เจ้าของกิจการขายไอศกรีม Evercream Gelati ที่ย่าน Hahndorf เมืองท่องเที่ยวเล็ก ๆ ใน Adelaide Hills ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจที่หมดความเชื่อมั่นกับบริษัท SAPN ด้วยการลงทุนติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองเพื่อปกป้องธุรกิจของตนเองกล่าวว่า ไฟฟ้าในพื้นที่ Adelaide Hills ได้รับการซ่อมแซมและกลับมาใช้ได้ในตอนกลางคืนของวันพุธที่ 28 ธันวาคม แต่ก็นานเกินไป ธุรกิจของเขาคงพังยับเยิน หากเขาไม่มีเครื่องปั่นไฟฟ้าสำรอง
นาย Bruno Ocampo เจ้าของกิจการขายไอศกรีม Evercream Gelati ที่ย่าน Hahndorf เมืองท่องเที่ยวเล็ก ๆ ใน Adelaide Hills ผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจที่หมดความเชื่อมั่นกับบริษัท SAPN ด้วยการลงทุนติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองเพื่อปกป้องธุรกิจของตนเองกล่าวว่า ไฟฟ้าในพื้นที่ Adelaide Hills ได้รับการซ่อมแซมและกลับมาใช้ได้ในตอนกลางคืนของวันพุธที่ 28 ธันวาคม แต่ก็นานเกินไป ธุรกิจของเขาคงพังยับเยิน หากเขาไม่มีเครื่องปั่นไฟฟ้าสำรอง
นาย Ocampo กล่าวว่า SANP เป็นเครื่องตอกย้ำว่า เขายังอยู่ในประเทศที่กำลังพัฒนา ไม่ใช่ประเทศพัฒนาแล้ว แถมอยู่ในประเทศที่มีค่าไฟฟ้าแพงที่สุดในโลก ไฟฟ้าของเรา (ในนครแอดิเลด) เทียบเท่ากับไฟฟ้าในเมืองอเลปโป (ในประเทศซีเรีย) เพราะเขาก็มีไฟฟ้า (ติด ๆ ดับ ๆ) เหมือนกับเรา
ความเห็นของนาย Ocampo ได้กลายเป็นประเด็นถูกหยิบยกขึ้นมาพูด เมื่อมีชาวนครแอดิเลดจำนวนไม่น้อยออกมาสนับสนุนคำพูดของเขา
ผลกระทบครั้งนี้ยังทำให้อาคารขนาด 11 ชั้นที่ทำการของหน่วยงานของรัฐบาลรัฐเซาท์ออสเตรเลียที่ถนน King William St. ต้องปิดตัวลงเพราะไม่มีไฟฟ้าใช้ จนกระทั่งกลับมาใช้งานได้ในตอนบ่ายของวันพฤหัสฯที่ 29 ธันวาคม
ทางด้านนาย Scott Ryan ร.มว.กิจการพิเศษของรัฐบาลกลาง (อยู่คนละพรรคกัน) ออกมาโจมตีรัฐบาลรัฐเซาท์ออสเตรเลียว่า ความมั่นคงและความพร้อมด้านพลังงานไฟฟ้าเป็นนโยบายหลักลำดับแรกที่รัฐบาลทุกรัฐบาลต้องให้ความสำคัญ แต่ก็ไม่วายปล่อยให้ปัญหาเกิดขึ้นซ้ำซากอีก
นาย Peter Ratcliffe ผู้เป็นเจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ต IGA ที่ถนน Main St. โชคไม่ดีเหมือนนาย Bruno Ocampo ที่มีเครื่องปั่นไฟฟ้าสำรอง และยิ่งซวยเข้าไปอีกเพราะเขาเพิ่งซื้อกิจการจากเจ้าของคนเดิมได้เพียง 3 สัปดาห์ ไฟฟ้าดับทำให้เขาได้รับความเสียหายจากสินค้าเน่าเสียและสูญเสียรายได้ไปประมาณ 60,000 เหรียญ
เขากล่าวว่า ร้านของเขาต้องปิดการขายอย่างสิ้นเชิงมาตั้งแต่วันพุธที่ 28 ธันวาคม เมื่อวานนี้ (29 ธันวาคม) เขาและ Tom บุตรชายต้องขนเนื้อและของสดต่าง ๆ ทิ้งขยะ
นาย Ratcliffe กล่าวว่าเขารู้สึกหัวเสียมาก ต่อการอยู่อาศัยในประเทศโลกที่หนึ่ง แต่มีไฟฟ้าใช้ในระดับประเทศโลกที่สาม ตอนนี้เขาหมดความไว้วางใจกิจการไฟฟ้าของรัฐบาลและกำลังคิดที่จะลงทุนซื้อเครื่องปั่นไฟไว้สำรองใช้เวลาฉุกเฉิน
ทางด้านนาย Arthur Iliopoulos ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายดำเนินงานของ Drakes Supermarkets กล่าวว่าซูเปอร์มาร์เก็ตสาขาทั่วรัฐเซาท์ออสเตรเลียจำต้องทิ้งอาหารเช่นเนื้อสด, อาหารทะเล และนมเนย ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบความเสียหายทั้งหมด
และนาย Shane Radbone ผู้อำนวยการบริหารของ Cheap as Chips กล่าวว่า ความเสียหายนับตั้งแต่ไม่มีไฟฟ้าใช้ในวันที่ 28 ธันวาคมถึงตอนนี้ตกประมาณ 500,000 เหรียญ และเป็นธุรกิจอีกแห่งที่ออกมาบอกว่า หมดความไว้วางใจในบริษัท SAPN และกำลังคิดลงทุนซื้อเครื่องปั่นไฟฟ้าสำรอง
อย่างไรก็ตามขณะนี้บริษัทไฟฟ้า SANP และรัฐบาลรัฐเซาท์ออสเตรเลียกำลังเผชิญต่อการร่วมฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นมูลค่านับร้อยล้านเหรียญจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com
จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์
Categories: ข่าวออสเตรเลีย


Leave a Reply