18 มิ.ย. 2016 ขออนุญาตเสนอข่าวเบา ๆ ในวันที่ไม่ค่อยมีข่าวน่าสนใจ เป็นเรื่องของม้านั่งที่เทศบาล Frankston ทางใต้ของนครเมลเบิร์นนำมาติดตั้งในย่านบันเทิงและการค้าปลีกของเทศบาล แต่ผู้อยู่ในเทศบาลต่างบ่นอุบว่าเสียดายค่า rate (ภาษีเทศบาล) กับม้าตั้ง 11 ตัวมูลค่า 150,000 เหรียญหรือตกตัวละเกือบ 14,000 เหรียญ (365,000 บาท)
นอกจากม้านั่ง 11 ตัวแล้ว เทศบาลยังซื้อม้านั่งวงกลมอีก 4 ตัวในราคาตัวละ 12,820 เหรียญ และกล่องไม้ปลูกพืช 18 อันในราคาแพงหูฉี่อันละ 8,670 เหรียญ
ส่งผลให้งบประมาณปรับปรุงพื้นที่ย่านการค้าของเทศบาล Frankston บานปลายจาก 3.6 ล้านเหรียญเป็น 4.9 ล้านเหรียญ
นาง Beckie White เจ้าของร้านรองเท้าสตรี Miss Velvet กล่าวว่า เงินที่ผลาญไปกับม้านั่งควรนำไปใช้อย่างอื่นที่มีประโยชน์กว่า เธอกล่าวว่า มันเป็นเพียงแค่ไม้ประกอบกับโลหะที่ไม่ใช่ทองคำ ฉันจะยอมรับมันถ้ามันราคาตัวละ 1,400 เหรียญ แต่นี้มันราคา 14,000 เหรียญน่าจะเอาเงินจำนวนนี้ไปช่วยเหลือคนจรจัดไร้ที่อยู่มากกว่า
นาง Sally Quill เจ้าของร้านเบเกอรี่ The Cake Cottage กล่าวว่า ประชาชนผู้เสียค่า rate ต่างช็อคไปตาม ๆ กันราคาม้านั่งที่ดูขัดแย้งและก่อให้เกิดความยุ่งเหยิง เงินจำนวนนี้สมควรนำไปสร้างประโยชน์อื่น ๆ ที่ Frankston ยังต้องการอีกมาก
ทางด้านนาย Dennis Hovenden ผู้อำนวยการบริหารของเทศบาล Frankston (เป็นข้าราชการประจำ) ได้กล่าวตำหนิสภาเทศบาล Frankston (ข้าราชการการเมือง) ถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้น 1.3 ล้านเหรียญก็เนื่องจากสภาเทศบาลได้อนุมัติให้มีการเปลี่ยนแปลงขนาดของโครงการ

นาง Sally Quill จากร้าน The Cake Cottage และนาง Beckie White จากร้าน Miss Velvet แสดงท่ารับไม่ได้กับม้านั่งราคา 14,000 เหรียญ : ภาพชั่วคราวจากนสพ. Herald Sun
ในอดีตเรื่องการเปลี่ยนแปลงเฟอร์นิเจอร์เคยเป็นข่าวใหญ่ขึ้นหน้าหนึ่งในระดับประเทศ เมื่อนาย Paul Keating ในขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี (ธันวาคม 1991- มีนาคม1996) ได้สั่งโต๊ะรับประทานอาหารสำหรับ The Lodge หรือบ้านพักประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในกรุงแคนเบอร์ร่า เป็นโต๊ะสั่งทำด้วยไม้สักจากประเทศไทยในราคา 25,000 เหรียญในขณะนั้น เพื่อทดแทนโต๊ะตัวเดิมที่ทำด้วยไม้มะฮอกกานี
แต่ความพยายามนำโต๊ะไม้สักเข้ามาในเดอะลอดจ์ไม่ประสบความสำเร็จหลังจากถูกกลุ่มดูแลมรดกแห่งชาติของ The Lodge ต่อต้าน เพราะโต๊ะสั่งทำจากประเทศไทยไม่มีสายโยงใยใด ๆ กับประวัติศาสตร์ของตัวอาคาร
ในขณะที่สมาคมส่งออกเฟอร์นิเจอร์ของออสเตรเลียออกมาต่อต้านว่า หากนาย Keating ยังต้องการเปลี่ยนโต๊ะรับประทานอาหาร พวกเขาก็ยินดีจะไปเอาไม้หมอนรถไฟมาทำโต๊ะที่สวยกว่า, ถูกกว่าและมีความใกล้ชิดทางประวัติศาสตร์มากกว่าโต๊ะไม้สักจากประเทศไทย
ในที่สุดโต๊ะรับประทานอาหารไม้สักจากไทยก็ไม่มีโอกาสเข้าไปอยู่เดอะลอดจ์ มันถูกขายต่อ (จิงโจ้นิวส์เป็นผู้รายงานข่าวนี้เองแต่จำไม่ได้ว่าใครซื้อไป) แต่โต๊ะตัวนี้ก็กลายเป็นประวัติศาสตร์เล็ก ๆ ชิ้นหนึ่งของออสเตรเลียไปแล้ว
jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com
จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตุถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์
Categories: ข่าวออสเตรเลีย


Leave a Reply