26 พ.ค. 2016 Bupa บริษัทประกันสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้เปิดเผยถึงผู้เครมเงินประกันสุขภาพในหมู่นักศึกษาต่างชาติว่า 1 ใน 3 เกี่ยวข้องกับเรื่องของการมีครรภ์ ในขณะที่การทำแท้งกลายเป็นปัญหาในหมู่นักศึกษาต่างชาติ
เรื่องนี้ยาวมากขออนุญาตสรุปอย่างย่อและห้วน ๆ ดังนี้ครับ
ผู้ออกมาสนับสนุนปัญหานี้คือน.ส. K. Nair (เธอขอสงวนไม่เปิดเผยชื่อตัว) ประธานนักศึกษานานาชาติของมหาวิทยาลัยโมนาชในนครเมลเบิร์น โดยเธอเห็นว่าความไม่เข้าใจในคำว่า “การมีเสรีทางวัฒนธรรม” ของออสเตรเลีย ทำให้นักศึกษาต่างชาติคิดว่าพวกเขามีเสรีที่จะทำอะไรก็ได้
เธอได้ยกตัวอย่างตัวเธอเองเคยถูกนักศึกษาต่างชาติเอามือตะปบและขยำหว่างขาของเธอในงานปาร์ตี้วันฮัลโลวีนปี 2014 ซึ่งจัดขึ้นโดยชมรมศิลปะของมหาวิทยาลัยที่ถนน Chapel St. และพยายามจะถอดเสื้อของเธอในขณะเต้นอยู่กลางฟอร์เต้นรำ
ทั้งนี้เพราะพวกเขาคิดว่าพวกเขาสามารถทำอะไรก็ได้ในประเทศที่มีเสรีทางวัฒนธรรมมากกว่าประเทศที่พวกเขาจากมา
ทางด้านกลุ่มผู้ให้ประกันและผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพระบุว่าการมีเซ็กซ์ที่ไม่ต้องการและการขาดการศึกษาในเรื่องของเพศศึกษาได้เป็นตัวก่อให้เกิดการทำแท้งในหมู่นักศึกษาต่างชาติในอัตราที่น่าเป็นห่วง
แม้น.ส. Nair จะไม่อยู่ในฐานะที่จะให้ความเห็นในเรื่องนี้ แต่เธอก็เห็นด้วยว่าการขาดความเข้าใจในเรื่องของเซ็กซ์เป็นผลให้เกิดการมีเซ็กซ์อย่างขาดสุขอนามัย, ขาดการป้องกันและการคุมกำเนิด, การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์และการตั้งครรภ์
นาย Budi Sudarto จากสภาเอชไอวีและเอดส์ (HIV AIDS Council ) กล่าวว่า นักศึกษาต่างชาติบางคนไม่มีความกล้าพอที่จะกล่าวคำว่า No หรือรู้สึกเกรงใจต่อการปฏิเสธเมื่อถูกขอให้มีเซ็กซ์และบางคนรู้สึกอายต่อการซื้อถุงยางอนามัย
นาย Sudarto กล่าวว่ามีนักศึกษาหญิงบอกกับเขาว่า เธอไม่รู้ว่าจะบอกปฏิเสธเขาอย่างไรเมื่อถูกฝ่ายชายรบเร้า
นาย Paul Richards หัวหน้าฝ่ายดูแลสุขภาพนักศึกษาต่างชาติของบริษัทประกันสุขภาพ Bupa กล่าวว่า นักศึกษาที่มาจากประเทศที่ให้การศึกษาเรื่องเพศศึกษาในระดับต่ำคือกลุ่มที่มีการทำแท้งสูงสุด และยังนำไปสู่การติดเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์อีกด้วย
รายงานของ Bupa สอดคล้องกับผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยแอดิเลดในปี 2009 พบว่า 1 ใน 3 ของผู้มาทำแท้งที่โรงพยาบาลหญิงและเด็ก Women’s and Children’s Hospital ในนครแอดิเลดเป็นนักศึกษาจากต่างประเทศ

โรงพยาบาล Women’s and Children’s Hospital ในนครแอดิเลด ผู้มาทำแท้งที่นี่ 1 ใน 3 เป็นนักศึกษาต่างประเทศ : ภาพจาก aerometrex
จากตัวเลขของกลุ่มบริษัทประกันเพื่อสุขภาพพบว่า นักศึกษาที่เข้ารับการทำแท้งส่วนใหญ่เกิดขึ้ึนประมาณ 1 ปีหลังจากที่พวกเธอเข้ามาในประเทศออสเตรเลีย
ซึ่งตรงกับข้อมูลของรัฐบาลกลางที่ออกมาเปิดเผยว่านักเรียนต่างชาติที่ทำแทงประมาณ 70% เกิดขึ้นในช่วงปีแรกที่เข้ามาอยู่ในออสเตรเลีย
พญ. Georgia Babatsikos แห่งเครือข่ายสุขภาพทางเพศของนักศึกษาต่างชาติ (ISSHN) กล่าวว่า ผลการวิจัยถึงการทำแท้งในหมู่นักศึกษาต่างชาติพบว่า ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาจากเอเชีย ที่เข้ามาในประเทศโดยปราจากความรู้เรื่องเพศศึกษาและความรู้เกี่ยวกับเรื่องการสมยอม
เธอกล่าวว่านักศึกษาบางคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองตั้งครรภ์ โดยคิดว่าอ้วนขึ้น และบางคนเข้าใจว่าการทำแท้งคือรูปแบบหนึ่งของการกินยาคุมกำเนิด
ในขณะที่นาง Carolyn Worth โฆษกหญิงของศูนย์ต่อต้านการลวนลามและข่มเหงทางเพศ (CASA) รายงานผลการวิจัยการข่มเหงทางเพศต่อนักศึกษาต่างชาติที่เกิดขึ้นภายในมหาวิทยาลัยว่า ส่วนใหญ่เกิดขึ้นบริเวณที่จอดรถที่มีแสงไฟสลัว ๆ (แสดงว่าเกิดขึ้นหลังพระอาทิตย์ตกดิน)
นักเรียนต่างชาติผู้ตกเป็นเหยื่อส่วนใหญ่จะไม่แจ้งความต่อทางการ เพราะพวกเธอเกรงว่าผู้ปกครองในต่างประเทศอาจต้องการให้พวกเธอกลับบ้านเพื่อความปลอดภัย
ดร. Helen Forbes-Mewett แห่งมหาวิทยาลัยโมนาชกล่าวว่านักศึกษาหญิงจากต่างประเทศมักเป็นเป้าหมายถูกลวนลามทางเพศเนื่องจากพวกเธอมีความจำกัดในการติดต่อทางสังคม, ไม่กล้าที่จะเข้าแจ้งความเนื่องจากมีความหวาดกลัว, อับอาย หรือรู้สึกทำให้อดสู ในบางวัฒนธรรมสตรีจะยอมปิดบังเรื่องที่เธอถูกข่มเหงทางเพศ เพราะเกรงว่าหากเปิดเผยไปพวกเธอจะไม่ได้รับการยอมรับในสังคมอีกต่อไป
น.ส. Nair ได้เรียกร้องให้นักศึกษาต่างชาติออกมาพูดถึงเหตุการณ์ที่พวกเธอถูกทำร้ายหรือถูกข่มเหงทางเพศ
หมายเหตุ ขณะนี้จิงโจ้นิวส์อยู่ในระหว่างเดินทางท่องเที่ยว ตามที่แจ้งไว้ในสู่เดือนพฤษภาคมครับ
jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com
จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตุถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์
Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Leave a Reply