
นสพ. the Courier Mail ฉบับ 11 ม.ค. 2016 เสนอข่าวตำรวจทำการสืบสวนคดีปริศนาจากแม่ที่รักลูกอยู่ดี ๆ มาเป็นผู้ฆ่าลูก พบอาจมาจากอาการผิดปกติทางสมอง
11 ม.ค. 2016 ตำรวจยังคงสอบสวนหาแรงจูงใจที่มารดาเชื้อสายญี่ปุ่นในนครบริสเบนทำการสังหารบุตรสาววัย 11 ปีของเธอ ก่อนที่จะสังหารตนเอง
เมื่อเช้าตรู่ของวันที่ 8 ธันวาคม 2015 ตำรวจได้รับแจ้งจากเพื่อนของครอบครัว Pearson สงสัยจะมีเหตุผิดปกติภายในเพนท์เฮาส์ของครัวครัว Pearson ที่อพาร์ทเมนท์ 24 Coronation Towers ใน Auchenflower ย่านตะวันตกตอนในของนครบริสเบน
เมื่อตำรวจเคาะประตูเข้าไปขอตรวจภายในยูนิตจึงพบร่างด.ญ. Celeste Pearson กำลังนอนนิ่งต่อสู้กับชีวิตในระยะสุดท้ายภายในห้องนอนของเธอ และอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมาตำรวจจึงตามไปพบร่างของนาง Chiaki Pearson นอนเสียชีวิตอยู่ที่ฐานของปั้นจั่นในพื้นที่ก่อสร้างที่ย่าน Toowong ในพื้นที่ตอนในของนครบริสเบน
โฆษกของสำนักงานตำรวจรัฐควีนสแลนด์กล่าวว่า การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อรายงานต่อสำนักงานโคโรเนอร์ (คณะกรรมการออกใบรับรองการเสียชีวิตและพิจารณาการเสียชีวิตอย่างไม่เป็นไปตามธรรมชาติ)
จากการสอบสวนพบว่านาง Pearson วัย 49 ปีมีประวัติเป็นผู้ป่วยทนทุกทรมานจากโรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง (Cerebral aneurysm) มาตั้งแต่ปี 2013 ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่า อาจมีส่วนทำให้มารดาผู้อพยพมาจากประเทศญี่ปุ่นรายนี้ลดขีดความสามารถในการควบคุมตัวเองจากความกดดันรอบด้าน
ตำรวจกล่าวว่า ในการสอบสวนเบื้องต้นยังไม่พบแรงจูงใจอย่างอื่นในการสังหารบุตรสาวของเธอ ตำรวจได้ทำการสอบถามเพื่อน ๆ และญาติของเธอในญี่ปุ่น และเพื่อนของครอบครัวในออสเตรเลีย ต่างกล่าวว่านาง Pearson เป็นคนสุภาพ รักครอบครัวและลูกของเธอมาก การใช้ความรุนแรงไม่ใช่นิสัยของเธอ
สำหรับนาย Chris Pearson วัย 65 ปีสามีและบิดาของผู้เสียชีวิตซึ่งมีอาชีพเป็นนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ตำรวจได้ตัดเขาออกจากผู้สงสัยในคดีฆาตกรรมอย่างสิ้นเชิง ขณะตำรวจมาเคาะประตูเขากำลังนอนหลับ แล้วตื่นมาเป็นผู้เปิดประตูให้ เขาอยู่ในอาการคลั่งเมื่อพบว่าร่างไม่ไหวติงของบุตรสาวจากอาการถูกวางยา เธอได้เสียชีวิตหลังจากถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลได้ไม่นาน
นาย Pearson กล่าวว่า Celeste เป็นเด็กสวยงามมีจิตใจร่าเริงแจ่มใส บุตรสาวของเขาเป็นนักเรียนผลการเรียนดีเด่นของโรงเรียน Milton State อีกด้วย

อพาร์ทเมนท์ 24 Coronation Towers ที่เกิดเหตุ
วันที่ 12 มกราคม 2016 มีข่าวเพิ่มเติมถึงเหตุที่ตำรวจได้ทำการเคาะประตูยุนิตเพนท์เฮาส์ Coronation Towers เพื่อขอตรวจสอบสวัสดิภาพของผู้อยู่อาศัยภายในยูนิต เกิดขึ้นหลังจากเพื่อนคนหนึ่งของครอบครัว Pearson สังเกตเห็นพฤติกรรมผิดปกติของนาง Pearson ด้วยการนำบุตรสาวคนเล็กวัย 8 ขวบของเธอมาทิ้งไว้ที่บ้านเพื่อน ซึ่งเด็กหญิงคนเล็กได้นอนค้างที่บ้านเพื่อนของครอบครัว ในคืนที่นาง Pearson ทำการวางยาบุตรสาวคนโต
ขณะนี้ตำรวจได้พุ่งประเด็นไปที่นาง Pearson ทำการสังหารบุตรสาวคนโต ก่อนที่จะขับรถนิสสันสีขาวออกจากอพาร์ทเมนท์เพื่อทำการสังหารตัวเองในสถานที่กำลังก่อสร้างย่าน Toowong แต่ก็ยังไม่ทิ้งประเด็นอื่น ๆ
ข่าวการเสียชีวิตของนาง Pearson และ Celeste ได้กลายเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจอย่างมากในประเทศญี่ปุ่นและสหราชอาณาจักร อีกทั้งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่มีข่าวโศกนาฎกรรมจากการใช้ความรุนเรงภายในครอบครัวอีกสองเหตุการณ์คือ
ที่รัฐเซาท์ออสเตรเลียในวันที่ 4 มกราคม 2016 นาย Damien Little วัย 34 ปี ได้ยิง Koda บุตรชายวัย 4 ขวบและ Hunter บุตรชายวัย 10 เดือนเสียชีวิต ก่อนขับรถพาร่างอันไร้วิญญาณของบุตรทั้งสองพุ่งออกจากท่าเรือน้ำลึก Port Lincoln สู่ก้นทะเลลึก 40 เมตรเพื่อปลิดชีวิตตนเอง จากข่าวจิงโจ้นิวส์ “พ่อก่อเหตุสยองคิดสั้นฆ่าตัวตาย พาลูกน้อยสองคนขับรถพุ่งลงทะเล“
และที่รัฐควีนสแลนด์ในวันที่ 6 มกราคม 2016 ตำรวจพบร่างของชุ่มเลือดด.ญ. Qiangian Xu หรือ Queenie วัย 2 ขวบถูกผู้เป็นตาใช้มีดแทงหลายแผล เธอไปเสียชีวิตโรงพยาบาล ในขณะที่ผู้เป็นมารดาและผู้เป็นยายของ Queenie ก็ถูกผู้เป็นตาทำร้ายร่างกายในอาการสาหัสแต่แพทย์ช่วยชีวิตไว้ได้ จากข่าวจิงโจ้นิวส์ “สลดผู้เป็นตาบินมาดูแลหลาน กลับกลายเป็นฆ่าหลานวัย 2 เดือน“
ทั้งสามเหตุการณ์ ผู้ต้องสงสัยเป็นมือสังหารเป็นผู้ที่ไม่มีประวัติการใช้ความรุนแรงใด ๆ และเป็นผู้ที่รักบุตรหลานที่เขาสังหารอย่างมาก แต่มือสังหารมีความคล้ายคลึงกันก็คือ เป็นผู้มีประวัติเป็นผู้ป่วยทางจิตหรือทางสมองทั้งสิ้น
หากท่านประสบปัญหายุ่งยากในชีวิต และหาทางออกไม่ได้ ท่านยังไม่หมดหนทางเสียทีเดียว ท่านมีทางออกแน่นอน โปรดโทรศัพท์หา Lifeline Australia หมายเลข 13 11 14 หรือที่ lifeline.org.au (เฉพาะผู้อาศัยอยู่ในออสเตรเลีย)
jingjonews@hotmail.com
จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตุถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์
Categories: ข่าวออสเตรเลีย
Leave a Reply