ฤดูนกแมกไพอาละวาดมาถึงแล้ว โปรดระวังศีรษะท่านและลูกหลาน

ด.ช. Peter Adnam-Berry เกือบตาบอดจากการถูกนกแมกไพทำร้าย (ภาพชั่วคราวจากนสพ. the Telegraph)

ด.ช. Peter Adnam-Berry เกือบตาบอดจากการถูกนกแมกไพทำร้าย (ภาพชั่วคราวจากนสพ. the Telegraph)

18 ก.ย. 2015 เดือนกันยายเป็นเดือนเข้าสู่ฤดูนกสาลิกาแมกไพหวงไข่ (magpie เป็นนกสาลิกาชนิดหนึ่ง ยังไม่ทราบชื่อไทยอย่างแท้จริงจึงขอเรียกทับศัพท์ไว้ก่อน) ตัวผู้ที่เคยเป็นมิตรมาตลอดปีจะเปลี่ยนพฤติกรรมมาเป็นดุร้าย คอยบินถลาร่อนลงมาหมายจิกศีรษะมนุษย์ที่เดินเข้าใกล้รัศมีรังของมัน

เหตุการณ์ทำร้ายล่าสุดเกิดที่สนามเด็กเล่นภายในสวนสาธารณะ Elisabeth Ross Park ย่าน East Gosford ใน Central Coast รัฐนิวเซาท์เวลส์ เมื่อนกแมกไพเพศผู้ได้ทำร้ายเด็กเล็ก 4 คนและทารกอีก 1 คนได้รับบาดเจ็บที่ตา ทำให้แพทย์ผู้รักษาโรคเกี่ยวกับดวงตาออกมาเตือนให้ระวังในช่วงฤดูนกโฉบจิกหัว หรือ swooping season

เหยื่อรายล่าสุดคือด.ช. Peter Adnam-Berry วัย 6 ขวบเกือบเสียนัยน์ตาข้างขวาของเขา เมื่อถูกเจ้าแมกไพเพศผู้ตัวเดิมที่เป็นเจ้าของรังอยู่บริเวณสนามเด็กเล่นโจมตี   ทำให้เทศบาล Gosford ตัดสินใจสำเร็จโทษด้วยการประหารชีวิตเจ้านกเพศผู้ตัวนี้ไปเรียบร้อยแล้ว

จิงโจ้นิวส์ขออนุญาตออกนอกเรื่อง ในออสเตรเลียหากนกทำร้ายคนจนได้รับบาดเจ็บ จะเป็นหน้าที่ของเทศบาลเจ้าของพื้นที่ ตัดสินใจแก้ปัญหา หากสภาเทศบาลมีมติให้ลงโทษประหารชีวิต ก็จะเป็นหน้าที่ของเพชฌฆาตจากสำนักงานวนอุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (NPWS) ที่ได้รับมอบหมาย ทำการปลิดชีพด้วยอาวุธปืนยาวตามสเป็คที่กำหนดตามกฎหมาย ผู้ทำหน้าที่จะต้องยิงให้นกเสียชีวิตด้วยกระสุนนัดเดียว หากยิงถูกแต่นกไม่เสียชีวิต ก็จะเป็นหน้าที่ของเพชฌฆาตคนที่สองรีบยิงซ้ำเพื่อไม่ให้มันทรมาน  

เคยมีกรณีคนในชุมชนฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยต่อการสังหารนก ร่วมมือกันลงชื่อคัดค้านโทษประหารชีวิตนกแมกไพตัวหนึ่ง เพราะเห็นว่าเป็นธรรมชาติของนกแมกไพที่ต้องการปกป้องลูกของมัน   ในขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งทนพฤติกรรมเกเรของเจ้านกไม่ไหวต้องการให้กำจัดมัน   ในที่สุดเทศบาลแก้ปัญหาด้วยการจับกุมนกแมกไพตัวร้าย   นำมันไปปล่อยในป่าละเมาะที่ห่างไกลออกไป 100 กิโลเมตร (ข่าวนี้ลงในนสพ.ไทย-ออสนิวส์ เมื่อหลายปีก่อน)

ด.ช. Peter ถูกทำร้ายเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน ด.ช. Isaiah Heng วัย 10 เดือนจากย่าน East Gosford ถูกรีบนำส่งโรงพยาบาล Children’s Hospital at Westmead เพื่อทำการผ่าตัดกระจกตา (Cornea) ที่ฉีกขาด หลังจากทารกน้อยถูกเจ้านกเพศผู้ตัวนี้ทำร้ายที่สนามเด็กเล่นเดียวกัน

นอกจากนั้นเจ้าแมกไพตัวนี้ยังถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้พยายามจิกลูกตาเด็กอีกสามคน ภายในสนามเด็กเล่นเดียวกัน

ป้ายเตือนให้หลีกเลี่ยงพื้นที่นกแมกไพโฉบจิกหัว ที่อาจทำให้บาดเจ็บของเทศบาล Gosford (ภาพชั่วคราวจากนสพ. the Telegraph)

ป้ายเตือนให้หลีกเลี่ยงพื้นที่นกแมกไพโฉบจิกหัว ที่อาจทำให้บาดเจ็บของเทศบาล Gosford (ภาพชั่วคราวจากนสพ. the Telegraph)

นพ. Michael Jones หัวหน้าฝ่ายจักษุแพทย์ของโรงพยาบาล Children’s Hospital at Westmead กล่าวว่า การก่อเหตุที่สวนสาธารณะ Elisabeth Ross Park ถือเป็นการเริ่มต้นฤดูนกแมกไพโฉบทำร้ายคนที่น่าสะพรึงกลัว

เขากล่าวว่า การทำร้ายเด็กถึง 5 คนในช่วงเพียงสัปดาห์แรกของฤดูผสมพันธ์ของนกแมกไพถือว่าเกินกว่าเหตุปกติ

ฤดูผสมพันธุ์ของนกแมกไพจะมีระยะเวลา 8 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคมไปจนถึงปลายเดือนตุลาคม นกตัวผู้จะมีพฤติกรรมดุร้าย มันจะตั้งโซนป้องกันตัวในรัศมี 150 เมตรจากรังของมัน เจ้าแมกไพหนุ่มพร้อมที่จะบินโฉมเข้าโจมตีผู้ผ่านเข้ามาในพื้นที่ โดยตั้งเป้าโจมตีที่ศีรษะ

รายงานจากกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า ในช่วงสองสัปดาห์แรกของฤดูผสมพันธุ์ปีนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกนกแมกไพทำร้ายทั่วประเทศแล้ว 320 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ถูกทำร้ายในรัฐน.ซ.ว. 77 คน

นพ. Jones กล่าวว่า คนไข้ที่ถูกนกแมกไพโจมตีรายที่หนักที่สุดในอดีตที่ผ่านมา ถึงกับต้องควักลูกตาออก

นาย Simon Adnam-Berry บิดาของ Peter กล่าวว่า เจ้านกแมกไพได้เจาะลูกตาข้างขวาของบุตรชายของเขาเป็นรู ในขณะที่เขากำลังเล่นกับพี่ชายคนโตภายในสนามเด็กเล่น

แรกทีเดียวเขาได้รับแจ้งจากคณะแพทย์ว่า Peter มีโอกาสสูงที่จะต้องสูญเสียตาข้างขวา แต่คณะแพทย์รับปากว่าจะพยายามรักษาให้ดีสุด

ผลการผ่าตัดประสบความสำเร็จ ขณะนี้คณะแพทย์ลงความเห็นถึงกรณีที่ร้ายแรงที่สุดว่า Peter อาจจะสูญเสียความสามารถในการมองเห็นไปบ้างแต่ไม่ถึงกับตาบอด แต่เขายังหวังว่า Peter จะกลับมาเห็นได้อย่างปกติ

นพ. Jones กล่าวว่ากรณีของ Peter และ Isaiah เหมือนกันคือนัยตามีบาดแผลทะลุ (penetrative eye) ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะนำไปสู่การมีแผลเป็น นอกจากนั้นมัันยังนำไปสู่อาการที่เรียกว่า “แอมไบลโอเปีย”(amblyopia) หรือ “ตาขี้เกียจ” (lazy eye) และหากรักษาไม่ดีก็อาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคตาติดเชื้ออีกด้วย

นาง Renay Heng มารดาของ Isaiah กล่าวว่า คณะแพทย์แจ้งแก่เธอว่า บุตรชายของเธอยังโชคดีที่นกแมกไพไม่จิกถูกจอประสาทตา (retina) ทำให้สามารถรักษาการมองเห็นไว้ได้   อย่างไรก็ตามบุตรชายของเธอต้องเข้าทำความผ่าตัดนัยน์ตาหลายต่อหลายครั้ง เพื่อกู้การมองเห็นกลับมา และในปัจจุบันยังต้องพึ่งยาหยอดตาในทุก ๆ ชั่วโมง

อย่างไรก็ตามในช่วงฤดูผสมพันธ์ุนี้กระทรวงสาธารณสุขและเทศบาลเขตต่าง ๆ ได้เตือนให้ประชาชนระมัดระวังตนเองและลูกหลาน หากเดินทางไปในที่เสี่ยงต่อการถูกนกแมกไพโจมตี ควรสวมหมวกมีปีก หรือสวมแว่นกันแดด จะสามารถลดอันตรายจากการโจมตีจากนกแมกไพได้ระดับหนึ่ง

เจ้าสาลิกาแมกไพที่มีปากขาวแข็งแรงพร้อมโจมตีทุกคนที่เข้าใกล้รังของมัน (ภาพชั่วคราวจาก News.com)

เจ้าสาลิกาแมกไพที่มีปากขาวแข็งแรงพร้อมโจมตีทุกคนที่เข้าใกล้รังของมัน (ภาพชั่วคราวจาก News.com)

เจ้าสาลิกากำลังตามเล่นงานศีรษะคนขี่จักรยานในนครเพิร์ท (ภาพนสพ.จาก Perth Now)

เจ้าสาลิกากำลังตามเล่นงานศีรษะคนขี่จักรยานในนครเพิร์ท (ภาพนสพ.จาก Perth Now)

เจ้าสาลิกากำลังตามเล่นงานคนขี่จักรยานในนครเมลเบิร์น (ภาพนสพ.จาก Herald Sun)

เจ้าสาลิกากำลังตามเล่นงานคนขี่จักรยานในนครเมลเบิร์น (ภาพนสพ.จาก Herald Sun)

jingjonews@hotmail.com

จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตุถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน   โดยปลอดโฆษณาในเชิงพาณิชย์



Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Tags: , , , , ,

Leave a Reply

Discover more from jingjonews

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading