
นาย AA ผู้ขอปิดบังใบหน้า แรงงานพม่าของ Sea Value Group ผู้แฉสภาพภายในของโรงงานและบ้านพักพนักงาน (ภาพชั่วคราวจากนสพ. the Telegraph)
10 มี.ค. 2015 หนังสือพิมพ์ the Telegraph ได้เผยแพร่ถึงสภาพภายในโรงงานและอพาร์ทเมนท์ติดโรงงานผลิตปลากระป๋องที่บริษัทจัดไว้ให้พนักงานเช่าอยู่อาศัยในราคาย่อมเยาว์ ซึ่งในสายตาคนไทยถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา และอาจดูดีกว่าสภาพโรงงานอีกหลายแห่งเสียด้วยซ้ำ แต่ในสายตาของชาวออสเตรเลีย ประเทศที่มีสหภาพแรงงานเข้มแข็ง (เกินไป) พวกเขาถึงกลับตะลึงกับข่าวนี้
จากการบอกเล่าของนาย AA (นามสมมุติ) ชาวพม่าหนึ่งในแรงงานต่างชาติของโรงงานในกลุ่ม Sea Value Group กล่าวว่าเขาได้รับค่าจ้างวันละ 13 เหรียญ (ประมาณ 300 ถึง 325 บาท) ต่อการทำงานกะละ 11 ชั่วโมงต่อวัน ด้วยการทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์โดยได้รับเงินเดือนเดือนละ 398 เหรียญ (ประมาณ 9,200 ถึง 10,000 บาท)
ซึ่งหากเป็นการทำงานตามมาตราฐานสากล 8 ชั่วโมงต่อวัน ด้วยค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 300 บาทต่อวัน หากต้องทำงานเกินกว่าเวลาปกติอีกวันละ 3 ชั่วโมง ค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำต่อวันของการทำงาน 11 ชั่วโมงควรจะได้ค่าแรงไม่ต่ำกว่า 468.75 บาท และหากทำงานในวันหยุดสุดสัปดาห์หรือทำงานกะกลางคืนจะได้มีอัตราค่าแรงงานเพิ่มขึ้นจากนี้อีก (เทียบจากระบบการจ้างในออสเตรเลีย)
นาย AA ผู้ซึ่งทำงานกับโรงงานปลากระป๋องมาเป็นเวลา 3 ปีกล่าวว่า มีแรงงานต่างด้าวอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าทำงานในบางโรงงานจริง
สำหรับเขาอาศัยอยู่ร่วมกับป้า (หรือน้า หรืออา) ที่ไม่ได้ทำงานในห้องที่นอนรวมกัน 6 คน เขาทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ โดยได้หยุดวันอาทิตย์ 1 วัน
เขากล่าวว่าที่ทำงานมีกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด หากพนักงานถูกจับได้พร้อมโทรศัพท์มือถือในพื้นที่ทำงานก็อาจจะถูกสั่งพักงานสามวันหรือถูกไล่ออก โดยพนักงานจะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากกล้อง CCTV หลายสิบตัวที่ติดตั้งไว้
นาย Aung Kyaw ผู้อำนวยการเครือข่ายสิทธิแรงงานต่างด้าว (MWRN) กล่าวว่าเศรษฐกิจของไทยจำเป็นต้องพึ่งพาแรงงานจากพม่า แรงงานเหล่านี้ทำงานด้วยค่าจ้างที่ต่ำกว่าคนท้องถิ่นและทำงานในงานที่คนท้องถิ่นไม่สนใจทำ โดยสภาพความปลอดภัยและมาตรฐานการทำงานยังคงอยู่ในระดับต่ำ
นาย Kyaw ยืนยันว่าความต้องการเงินทำให้มีผู้อายุต่ำกว่า 18 ปีแอบเข้าทำงาน โดยอาศัยการคอร์รัปชั่นในระบบเพื่อให้ได้บัตรทำงานต่างด้าว โดยต้องจ่ายเงินผ่านเอเยนซี่ที่รับทำหน้าที่นี้
เขากล่าวว่า แรงงานต่างด้าวบางคนจำต้องทนทำงานวันละ 20 ชั่วโมงต่อวัน และต้องอยู่กันอย่างเบียดเสียดบนเรือประมงค์
บางบริษัทใช้วิธีทำสัญญารับช่วงจ้างแรงงาน ที่สามารถนำแรงงานย้ายจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง ซึ่งพวกเขาร่วมมือกับเอเยนซี่ที่ได้รับค่าคอมมิสชั่นพิเศษเป็นการตอบแทน
ในปีที่ผ่านมาอาหารทะเลของไทยถูกมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐและสหภาพยุโรปหลังจากถูกกล่าวหาใช้ “แรงงานทาส” ที่เกี่ยวข้องกับเรือประมงค์จับปลาและกุ้งป้อนให้กับ CP Foods ในเครือเจริญโภคภัณฑ์ของนายธนินท์ เจียรวนนท์ผู้ที่นิตยสาร Forbes จัดให้เป็นคนรวยที่สุดในประเทศไทย
CP Foods เป็นผู้จัดจำหน่ายอาหารทะเลรายใหญ่ที่สุดให้กับกิจการค้าปลีกยักษ์ใหญ่ในสหรัฐและสหราชอาณาจักรอย่าง Tesco, Walmart, Costo และอื่น ๆ เป็นต้น
นาย Kyaw กล่าวว่า เพื่อให้เหมาะสมกับความต้องการการผลิตที่เร่งด่วน พนักงานจึงถูกจัดให้พักอยู่อาศัยในที่ใกล้เคียงกับโรงงาน หลังจากต้องทำงานอย่างหนักตลอดกะ 11 ชั่วโมง พวกเขาก็สามารถกลับไปที่พักเพื่อนอนหลับเอาแรงไว้ทำงานต่อในวันต่อไป
เขากล่าวว่า สภาพของที่พักแต่ละห้อง แออัดไปตัวผู้ใช้แรงงานและญาติของพวกเขา
หมายเหตุ ท่านสามารถอ่านข่าวเกี่ยวเนื่องในเรื่องทูน่าจากประเทศไทยได้ด้วยการกดคลิก “John Bull Tuna” ได้ที่ Tags ท้ายข่าวนี้
jingjonews.com
jingjonews@hotmail.com
จิงโจ้นิวส์เป็นสื่อออนไลน์มีวัตถุประสงค์เพื่อการเผยแพร่ข่าวสาร, บทความและประชาสัมพันธ์เพื่อชุมชน โดยปลอดจากการโฆษณาในเชิงพาณิชย์
Categories: ข่าวออสเตรเลีย

Leave a Reply